สยามพารากอนเปิดตัว NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตที่เน้นการสร้างสรรค์ร่วมกัน หรือ Co-Creation เพื่อขับเคลื่อนวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและกลายเป็นต้นแบบสำคัญของอุตสาหกรรมรีเทลในระดับสากล

ภายหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2568 โครงการ NEXTOPIA ซึ่งตั้งอยู่ภายในสยามพารากอน ได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของแนวคิดด้านความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน โดยโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมาประกาศใช้เท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดเชิงทฤษฎีไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันของผู้คน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้และยั่งยืนอย่างแท้จริง

สยามพารากอน ในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลกที่บริหารจัดการโดยสยามพิวรรธน์ ได้ตั้งใจพัฒนา NEXTOPIA ให้มีความพิเศษมากกว่าพื้นที่ด้านความยั่งยืนทั่วไป โดยกำหนดตำแหน่งเป็น World’s First Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle ซึ่งเป็นการรวมพลังของภาคธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์วิถีชีวิตแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน

หัวใจสำคัญของโครงการนี้สะท้อนถึง “วิถีสยามพิวรรธน์” ที่มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามาเป็น Co-Creator เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในสังคม การสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ร่วมกันนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้กลายเป็นต้นแบบที่สามารถส่งต่อคุณค่าไปยังภาคส่วนอื่น ๆ ได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากเปิดตัว แนวคิดการสร้างสรรค์ร่วมกันได้เริ่มปรากฏผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการสร้างคุณค่าทางสังคมรวมกว่า 130 กิจกรรม ซึ่งครอบคลุมทั้งการสร้างความตระหนักรู้และการลงมือทำจริง โดยมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มคนและชุมชนที่หลากหลายกว่า 100 คอมมูนิตี้ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการพัฒนาความยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีการส่งต่อองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนผ่านโครงการ NEXTOPIA TOUR ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการถ่ายทอดความรู้สู่ผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจในประเด็นนี้ โดยมีผู้เข้าร่วมเรียนรู้ไปแล้วกว่า 5,000 คน การสื่อสารข้อมูลผ่านช่องทางนี้ช่วยให้ความรู้ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ภายในพื้นที่ของโครงการ แต่สามารถกระจายออกไปสู่คนรุ่นใหม่ ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลต่อในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ NEXTOPIA ก็สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของโครงการเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับจากมาตรฐานระดับโลกในหลายด้าน ซึ่งยืนยันถึงความตั้งใจในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรีเทลผ่านกระบวนการ Co-Creation ที่นำมาใช้ในการดำเนินงานจริง

NEXTOPIA กำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียงแนวคิดเมืองแห่งอนาคตไปสู่การเป็น Living Prototype ที่สมบูรณ์แบบ โดยมีทั้งกลุ่มผู้คนที่เข้ามามีส่วนร่วม ชุมชนที่เข้มแข็ง ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จ การเป็นพื้นที่ต้นแบบที่จับต้องได้นี้ทำให้โครงการกลายเป็นหนึ่งใน Proof Point สำคัญที่แสดงถึงบทบาทการเป็น Game Changer ของสยามพิวรรธน์ ในการสร้างต้นแบบใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรีเทลผ่านพลังของการสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ

โจทย์สำคัญของการขับเคลื่อนความยั่งยืนในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนจาก Awareness ให้กลายเป็น Participation หรือการทำให้ผู้คนรู้สึกว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องที่พวกเขาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้จริง NEXTOPIA ตอบโจทย์นี้ด้วยการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้ผู้คนรู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลง และทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน

กิจกรรมที่จัดขึ้นกว่า 130 กิจกรรมนั้นมีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่กลุ่ม Makers and Craft Communities, Animals and Biodiversity, ไปจนถึง Leisure and Entertainment และ Health and Wellness โดยมีการเชื่อมโยงกับกว่า 100 คอมมูนิตี้ ตั้งแต่ระดับองค์กรโลก ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงโรงเรียนและชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดและเรียนรู้ร่วมกัน การออกแบบที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทั้งการมีชีวิตที่ดี สุขภาพที่ดี และสิ่งแวดล้อมที่ดี

ในด้านการวัดผลเชิงสิ่งแวดล้อม NEXTOPIA สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้กว่า 281,410 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วเทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีของต้นไม้ถึง 26,690 ต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569) นอกจากนี้ยังสามารถลดการใช้พลังงานได้มากถึง 20% จากค่ามาตรฐาน และใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตั้งแต่ปี 2569 รวมถึงลดการใช้น้ำได้ 35% จากค่ามาตรฐาน และจัดการขยะจนสามารถลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบได้ 100% หรือนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้กว่า 184,200 กิโลกรัม

ความสำเร็จของ NEXTOPIA ยังได้รับการรับรองจากมาตรฐานระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ โดยคว้า 2 Global Certificates สำคัญ ได้แก่ การรับรอง EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับ 2 ดาว รวมถึงรางวัล Best in Building Health Awards 2026 จาก Fitwel ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับโครงการค้าปลีกแบบ Multi-Tenants ที่รวบรวมร้านค้า แบรนด์ และประสบการณ์หลากหลายไว้ในพื้นที่เดียวกัน การรับรองเหล่านี้สะท้อนถึงความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพของอาคารและการออกแบบที่ส่งเสริมสุขภาวะของผู้คน

นอกจากความสำเร็จในระดับมาตรฐานสากลแล้ว ภายในเวลาเพียงครึ่งปี NEXTOPIA ยังได้รับการยอมรับจากเวทีอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ The Best of Bangkok Design Week 2026 จาก European Product Design Award (EPDA) และ FIABCI-THAI Prix D’Excellence Awards 2026 ในประเภท Sustainable Development จากสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์สากล (FIABCI-Thai) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของสยามพารากอนในการสร้างสรรค์พื้นที่ที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อสังคมในทุกมิติอย่างแท้จริง

NEXTOPIA

สยามพารากอน

Co-Creation

NEXTOPIA สยามพารากอน CoCreation Sustainability