สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เตรียมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกำกับดูแลผู้ให้บริการ Digital ID และเอกสารดิจิทัล (VC) เพื่อสร้างความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนและสิทธิของประชาชนในปี 2570

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการกำกับดูแลผู้ให้บริการ Digital ID รวมถึงการพัฒนาระบบเอกสารดิจิทัลที่สามารถนำมาใช้ในการยืนยันตัวตน ยืนยันสิทธิ หรือยืนยันคุณสมบัติต่างๆ ของบุคคลได้อย่างน่าเชื่อถือในยุคดิจิทัล โดยระบบดังกล่าวจะช่วยให้เอกสารสามารถจัดเก็บและแสดงผลผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นสำคัญของระบบเอกสารดิจิทัลที่เรียกว่า Verifiable Credentials หรือ VC คือความสามารถในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้อย่างแม่นยำ โดยระบบจะสามารถระบุได้ทันทีว่าเอกสารดังกล่าวนั้นถูกออกโดยหน่วยงานใด เป็นเอกสารของจริงหรือไม่ และมีการแก้ไขข้อมูลใดๆ หรือไม่ การพัฒนาในส่วนนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ โดยในปี 2570 ETDA มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนครอบคลุมตั้งแต่การขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ

นอกจากกระบวนการขึ้นทะเบียนแล้ว ETDA ยังมีแผนการจัดทำรายชื่อผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ หรือที่เรียกว่า VC Trusted List เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการในระบบ นอกจากนี้ยังรวมถึงการกำหนดแนวทางในการประเมินและติดตามมาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนการใช้งานจะมีความปลอดภัยสูงสุด โดยกระบวนการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อให้การเข้าถึงสิทธิของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการ ETDA ได้กล่าวในงาน “16 ปี ETDA CO-CREATING A FUTURE OF DIGITAL TRUST” ถึงทิศทางในอนาคตของ Digital ID โดยระบุว่าก้าวต่อไปที่สำคัญกว่าเพียงแค่การเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน คือการสนับสนุนให้เกิดบริการที่มีประโยชน์และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนได้มากขึ้น จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล หรือ Digital ID ในรูปแบบพื้นฐานเท่านั้น

ลำดับถัดไปที่สำคัญคือการตรวจสอบว่าบุคคลนั้นๆ มีสิทธิ คุณสมบัติ หรือสถานะใดที่จำเป็นต่อการรับบริการ เช่น การตรวจสอบวุฒิการศึกษาว่าจบการศึกษาจากสถาบันใด หรือมีวุฒิการศึกษาในสาขาใด ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบของ VC ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและความถูกต้องของข้อมูลได้อย่างชัดเจน รวมถึงการตรวจสอบอายุเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์การรับบริการบางประเภท หรือการตรวจสอบสิทธิในการรับสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีความปลอดภัยและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

ที่ผ่านมา ETDA ได้ให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital ID อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติด้านกฎหมายและระบบนิเวศของผู้ให้บริการ โดยมีการจัดทำ Roadmap และกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคที่สอดคล้องกับแนวทางสากล เพื่อให้ระบบของหน่วยงานต่างๆ และผู้ให้บริการสามารถเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปไม่ใช่เพียงแค่ความพร้อมในด้านของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คือการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในระดับที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น

การขยายผลไปสู่บริการที่หลากหลายในวงกว้างเป็นเป้าหมายหลักที่ ETDA มุ่งเน้นในปี 2570 โดยจะมีการวางกลไกการกำกับดูแลผู้ให้บริการอย่างเป็นระบบ ทั้งการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการและการจัดทำ VC Trusted List เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการได้อย่างมั่นใจ รวมถึงการพัฒนาแนวทางในการกำกับ ประเมิน และติดตามการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกเอกสาร การแสดงเอกสาร ไปจนถึงการตรวจสอบเอกสารดิจิทัลมีมาตรฐานที่สากล

การสร้างมาตรฐานที่เข้มงวดจะช่วยให้การเชื่อมโยงระหว่างระบบต่างๆ สามารถทำได้โดยมีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการใช้งานในวงกว้าง โดยนางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ได้เน้นย้ำว่าการทำให้ระบบนิเวศนี้เกิดขึ้นได้จริงนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมองเห็นประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะสำหรับประชาชนแล้ว ระบบ VC จะเข้ามาช่วยลดความยุ่งยากในการยื่นเอกสารเดิมซ้ำหลายครั้งในแต่ละหน่วยงาน และลดความจำเป็นในการถ่ายสำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญทิ้งไว้กับหน่วยงานต่างๆ หลายแห่ง

นอกจากนี้ ระบบ VC ยังจะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถจัดเก็บเอกสารดิจิทัลของตนเองไว้ใน Document Wallet บนโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกสบาย โดยประชาชนสามารถเลือกเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำธุรกรรมในแต่ละครั้งเท่านั้น ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น และทำให้ประชาชนสามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ภาคธุรกิจก็จะได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนและภังการในการตรวจสอบเอกสารที่ซับซ้อนลง

ในส่วนของภาคธุรกิจ การนำระบบ VC มาใช้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับเอกสารปลอม เนื่องจากระบบสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าเอกสารนั้นๆ ออกโดยหน่วยงานใด มีความถูกต้องหรือไม่ และถูกเพิกถอนไปแล้วหรือยัง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางธุรกิจได้มากขึ้น ขณะที่ในส่วนของภาครัฐจะสามารถยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการของภาครัฐได้ โดยจะช่วยลดขั้นตอนการขอเอกสารซ้ำซ้อน และสามารถตรวจสอบสิทธิหรือคุณสมบัติของประชาชนได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญที่ ETDA มุ่งเน้นในปี 2570 คือการนำร่องเอกสารสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน รวมถึงการใช้ Digital Document Wallet ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งนี้การพัฒนา VC Ecosystem ให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย ETDA จะดำเนินการดึงพันธมิตรที่มีศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ไม่ว่าจะเป็นในด้านของมาตรฐาน เทคนิค กลไกการกำกับดูแล และรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกระบบสามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่เกิดปัญหาการเชื่อมต่อในภายหลัง

การร่วมมือกับพันธมิตรตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้การขยายผลของระบบเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น โดยนางสาวจิตสถาได้กล่าวสรุปว่า หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเท่านั้น แต่ต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นประโยชน์และเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น เพราะเมื่อภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ให้บริการสามารถเชื่อมโยงกันภายใต้มาตรฐานและกลไกที่น่าเชื่อถือแล้ว VC ก็จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการดิจิทัลได้ง่าย ปลอดภัย และสามารถควบคุมข้อมูลของตนเองได้จริง การขับเคลื่อนในปี 2570 จึงเป็นการสร้าง VC Ecosystem ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง

การขับเคลื่อน Digital ID ในปี 2517 จะเป็นการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่วางไว้เดิม เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างระบบนิเวศของ VC ที่มีความสมบูรณ์ มีมาตรฐานที่ชัดเจน มีกลไกการกำกับดูแลผู้ให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และมีการใช้งานจริงที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ เพื่อให้เอกสารสำคัญทั้งในภาคธุรกิจและของประชาชนสามารถนำไปใช้ในโลกดิจิทัลได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบ

ETDA DigitalID VerifiableCredentials DigitalDocumentWallet DigitalTrust