บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSFC ฉลองครบรอบ 30 ปี พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ทศวรรษที่ 4 มุ่งสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย

บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSFC ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 30 ปีแห่งการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 ด้วยการยกระดับบทบาทจากสถาบันการเงินเฉพาะทางไปสู่การเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อ (Strategic Financing Partner)” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจการลงทุนและบริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยุคใหม่ของประเทศไทยให้มีความยั่งยืน

การยกระดับสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อของ TSFC มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งมุ่งเน้นการร่วมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทยในภาพรวม โดยการนำนวัตกรรมและเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

นายอุดมการ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSFC เปิดเผยในโอกาสครบรอบ 30 ปีของบริษัทฯ ว่า TSFC ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญเพื่อก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านสินเชื่อที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยการขับเคลื่อนจะเน้นไปที่การศึกษาการนำเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินงานเพื่อรองรับธุรกิจการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยุคใหม่

การตัดสินใจปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทของตลาดทุนทั้งในระดับโลกและในประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากอิทธิพลของ AI แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัย รวมถึงการเกิดขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีกระแสเงินทุนข้ามพรมแดนที่ไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ TSFC ต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาศักยภาพขององค์กรให้เท่าทันต่อสถานการณ์

สำหรับทิศทางและยุทธศาสตร์การเติบโตในอนาคตของ TSFC นั้นจะมุ่งเน้นการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลักสำคัญประการแรกคือ การขยายโซลูชันสินเชื่อและหลักประกันประเภทใหม่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการ โดยจะมีการขยายประเภทหลักประกันจากเดิมที่มีเพียงหุ้นจดทะเบียน ให้ครอบคลุมไปถึงตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipts: DRs) เพื่อเปิดกว้างโอกาสให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการในตลาดทุนให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม

ในส่วนของเสาหลักที่สองคือการขยายขอบเขตของหลักประกันให้ครอบคลุมมากขึ้น โดย TSFC อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการรับหลักทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น หุ้นกู้ (Debentures) เข้ามาเป็นหลักประกันในการให้สินเชื่อ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และกรอบการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดและรัดกุมของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการขยายตัวของบริการจะยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงของระบบการเงินเอาไว้ได้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน

เสาหลักที่สามที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การรุกตลาด Private Wealth Financing โดย TSFC จะมุ่งเน้นการศึกษาและพัฒนาแนวทางการให้สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน (Securities-backed Lending Solutions) ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์และพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ การดำเนินการในส่วนนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการบริหารสภาพคล่องให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High-Net-Worth) ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Wealth Management ในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ TSFC ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับองค์กรด้วย Technology, Data & AI โดยจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อนำมาใช้สนับสนุนกระบวนการประเมินความเสี่ยง การติดตาม และการบริหารพอร์ตหลักประกันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการตัดสินใจให้มีความแม่นยำและรวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งช่วยขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิม

กรรมการผู้จัดการ TSFC กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยรากฐานความสำเร็จที่สั่งสมมาตลอด 30 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2539 ในฐานะสถาบันสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (Securities Finance Corporation: SFC) เฉพาะทางของประเทศไทย ด้วยพันธกิจที่ชัดเจนในการสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้แก่อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สนับสนุนการทำงานของตลาดทุนไทย ทำให้ TSFC กลายเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและได้รับความไว้วางใจจากผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา TSFC ได้ทำหน้าที่เป็น “จุดเชื่อมต่อสำคัญ” ของตลาดทุนไทยระหว่างสภาพคล่อง ความเชื่อมั่น และโอกาสทางการเงิน โดยสามารถพิสูจน์บทบาทสำคัญท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 เรื่อยมาจนถึงสภาวะความผันผวนในยุคปัจจุบัน การทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนที่มั่นคงทำให้ตลาดทุนไทยสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ และเติบโตต่อไปได้ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งซึ่ง TSFC ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ขึ้นมาตลอดสามทศวรรษ

ตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษที่ผ่านมา การเติบโตของ TSFC ไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงแค่การขยายตัวของธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นการเติบโตภายใต้วินัยด้านความเสี่ยงที่เข้มงวด ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถอัดฉีดสภาพคล่องสู่ระบบด้วยการสนับสนุนสินเชื่อและเงินทุนสะสมแก่ตลาดทุนไทยมากกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมทั้งให้การสนับสนุนบริษัทหลักทรัพย์ไทยมากกว่า 20 บริษัท เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น

ในด้านผลการดำเนินงานที่โดดเด่น TSFC สามารถสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนโดยทำกำไรจากการดำเนินงานสะสมรวมกว่า 2,600 ล้านบาท และมีการจ่ายเงินปันผลรวมถึงการให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นกว่า 1,400 ล้านบาท นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงวินัยการบริหารความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยมด้วยการรักษาระดับหนี้เสีย (NPL) ให้ต่ำกว่า 0.5% ติดต่อกันยาวนานกว่า 15 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ทั้งการพิจารณาเครดิต การติดตามและประเมินมูลค่าหลักประกันรายวัน การควบคุมการกระจุกตัว และการบริหารสภาพคล่อง จนได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ BBB (Investment Grade) มีแนวโน้ม Stable ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ให้เงินทุนและคู่ค้าในตลาดอย่างดีเยี่ยม

จากฐานความแข็งแกร่งที่สั่งสมมาตลอด 30 ปี และการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 เป้าหมายของ TSFC ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาสิ่งที่สร้างมาในอดีตเท่านั้น แต่คือการต่อยอดให้ก้าวไปไกลกว่าเดิมด้วยการเสริมสร้างเสถียรภาพ การเปลี่ยนความผันผวนให้กลายเป็นโอกาส และการร่วมกำหนดทิศทางใหม่ของตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการเงินของไทยให้มีความทันสมัยและมั่นคง พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ในอนาคตด้วยการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญดั้งเดิมและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

TSFC WealthManagement SecuritiesFinance ThailandCapitalMarket InvestmentGrade