ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ผนึกกำลัง SP Group ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนในธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในฐานะหนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ SP Group ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านพลังงานที่ยั่งยืนชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อมุ่งเน้นการยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมให้มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นผ่านการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญภายใต้ Sustainability Framework ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยทั้งสององค์กรมีเป้าหมายร่วมกันในการศึกษาและค้นหาโอกาสในการนำเทคโนโลยีรวมถึงแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนมาประยุกต์ใช้กับโรงแรมในเครือของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในระยะยาว
ภายใต้บันทึกความเข้าใจหรือ MOU ที่ทั้งสององค์กรได้ลงนามร่วมกันนั้น ครอบคลุมถึงการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรมมาปรับใช้ อาทิ ระบบ Cooling-as-a-Service (CaaS) และการนำพลังงานหมุนเวียนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกของ SP Group กับกลุ่มธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การนำแนวทางดังกล่าวมาใช้ยังให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานด้านความสะดวกสบายและการบริการที่แขกผู้เข้าพักคาดหวังไว้อย่างครบถ้วน โดยความร่วมมือนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการ Cooling-as-a-Service (CaaS) แห่งแรกของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในประเทศไทย ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีจำนวนห้องพักถึง 429 ห้อง และตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติดอนเมืองเพียงไม่กี่นาที
โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งนักเดินทางเพื่อธุรกิจและเพื่อการพักผ่อนอย่างครบครัน พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมและการจัดงานที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้สูงสุดถึง 800 คน การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในสถานที่แห่งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการบริหารจัดการโรงแรมในระดับสากลที่คำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพและการบริการ
โครงการดังกล่าวครอบคลุมถึงการเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) เดิมให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งมีการติดตั้งระบบบริหารจัดการ Chiller Plant ที่ทันสมัย ซึ่งระบบนี้จะทำหน้าที่ควบคุมและปรับการทำงานของระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การปรับเปลี่ยนนี้ส่งผลโดยตรงต่อการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นและเพิ่มความเสถียรในการทำงานของระบบทำความเย็นภายในโรงแรม
ระบบทำความเย็นใหม่ที่นำมาติดตั้งนี้มีกำลังการทำความเย็นสูงถึง 1,195 ตันความเย็น (Refrigeration Tonnes: RT) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยลดการใช้พลังงานลงได้มากกว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับระบบเดิมที่เคยใช้งานอยู่ก่อนหน้า การปรับเปลี่ยนนี้ส่งผลให้สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 900,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อปี ซึ่งถือเป็นการลดการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญสำหรับการดำเนินงานของโรงแรมในระยะยาว
จากการลดการใช้พลังงานดังกล่าว ส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงแรมลงได้ประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี และเมื่อคำนวณตลอดระยะเวลา 15 ปีของสัญญา คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงแรมได้รวมเป็นจำนวนเงินประมาณ 25.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 449 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งจำนวนนี้เทียบเท่ากับการลดการปล่อยคาร์บอนจากรถยนต์ได้มากกว่า 400 คันต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยที่ยังคงยึดถือความสำคัญของการมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่ผู้เข้าพักเป็นหัวใจสำคัญของการบริการ การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการบริการที่เหนือระดับจึงเป็นเป้าหมายหลักของโครงการนี้
นายสมชาย กิตติไกรศักดิ์ รองประธานกรรมการแผนกโครงการ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ให้ข้อมูลว่า ความยั่งยืนถือเป็นหนึ่งในแนวทางหลักในการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารจัดการพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจโรงแรม เนื่องจากระบบทำความเย็นเป็นหนึ่งในระบบที่ใช้พลังงานสูง การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบจึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ยังคงรักษามาตรฐานความสะดวกสบายให้แก่แขก
นายสมชาย กิตติไกรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับ SP Group เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยมุ่งเน้นไปที่โซลูชันที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงและสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่อการดำเนินงาน นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าขยายแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนไปยังโรงแรมที่มีความเหมาะสมในประเทศไทย เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่เจ้าของโรงแรม แขก และชุมชน
ด้านนายเบนจามิน เทย์ ประธานกรรมการ Singapore Power Energy (Thailand) Limited กล่าวว่า ยินดีที่ได้ร่วมมือกับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนมาใช้ในโรงแรมในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่นายมาร์ค เอลเมนโซ ผู้จัดการทั่วไป อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ระบุว่า ความเชี่ยวชาญของ SP Group ด้านเทคโนโลยีระบบทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่เลือกใช้เทคโนโลยีนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในขณะที่ยังคงรักษาความสะดวกสบายของแขกไว้ได้
ทั้งสององค์กรยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าศึกษาโอกาสในการนำเทคโนโลยีและแนวทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนไปประยุกต์ใช้กับโรงแรมในเครือของกลุ่มออนิกซ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนที่จับต้องได้จริงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมในประเทศไทย
ONYXHospitalityGroup SPGroup Sustainability EnergyEfficiency AmariDonMueangAirport