บริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX ประกาศเข้าซื้อกิจการเครือข่ายความงามชื่อดัง "รัสมิ์ภูมิคลินิก" ด้วยมูลค่ารวม 1,195 ล้านบาท เพื่อสร้างการเติบโตใหม่ในกลุ่มความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย

บริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจโฮลดิ้งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการรุกเข้าสู่ธุรกิจคลินิกความงามอย่างเต็มตัว โดยการประกาศเข้าซื้อกิจการ "รัสมิ์ภูมิคลินิก" ซึ่งเป็นเครือข่ายความงามที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง โดยกิจการดังกล่าวดำเนินการโดยบริษัท รัสมิ์ภูมิ ความงามชะลอวัย จำกัด ภายใต้การบริหารจัดการโดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรง

สำหรับการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ SPTX จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 92% ของกิจการ โดยมีมูลค่ารวมของธุรกรรมทั้งหมดอยู่ที่ 1,195 ล้านบาท การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่งของ SPTX ในการขยายอาณาจักรธุรกิจไปสู่กลุ่มความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเป็นเสาหลักสำคัญในการผลักดันผลประกอบการของบริษัทให้เติบโตขึ้นในระยะยาวอย่างมั่นคง

แพทย์หญิง อัชฌา นูนคาน ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX ได้เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการขยายธุรกิจว่า การเข้าซื้อกิจการรัสมิ์ภูมิคลินิกในครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญของบริษัทในการก้าวเข้าสู่กลุ่มธุรกิจความงามและสุขภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงมากในปัจจุบัน โดยมองว่ารัสมิ์ภูมิคลินิกเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและมีความเชื่อมั่นในแบรนด์สูง

นอกจากนี้ แพทย์หญิง อัชฌา นูนคาน ยังได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายในการพัฒนาหลังจากเข้าซื้อกิจการว่า ทาง SPTX มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการขยายสาขาของรัสมิ์ภูมิคลินิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ให้แก่บริษัท SPTX อย่างมั่นคงและยั่งยืน การตัดสินใจเข้าลงทุนในธุรกิจที่มีฐานลูกค้าที่ชัดเจนและมีความต้องการของตลาดสูง จะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตที่สม่ำเสมอและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในการสร้าง New S-Curve ให้กับองค์กร

ในรายละเอียดของความร่วมมือครั้งนี้ SPTX จะรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) จากบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 65.44% โดยรูปแบบการชำระเงินจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือการชำระด้วยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ไม่เกิน 85,000 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.01 บาท รวมเป็นมูลค่า 850 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการซื้อหุ้นอีก 26.56% จากบริษัท รัสมิ์ภูมิ โฮลดิ้ง (ฮ่องกง) จำกัด ด้วยเงินสดจำนวน 345 ล้านบาท รวมมูลค่าการทำธุรกรรมทั้งสิ้น 1,195 ล้านบาท

เนื่องจากรายการดังกล่าวถือเป็นรายการที่มีนัยสำคัญและเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน จึงจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3/2569 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 รวมถึงต้องมีการอนุมัติขอผ่อนผันการเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (Whitewash) อีกด้วย เพื่อให้การดำเนินการเข้าซื้อกิจการเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอนที่กำหนดไว้สำหรับการทำธุรกรรมขนาดใหญ่ในลักษณะนี้

ภายหลังจากที่กระบวนการธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ลงแล้ว นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ จะถือหุ้นใน SPTX ทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านบริษัท เอสเธทิค เซ็นเตอร์ พ้อยต์ จำกัด เพิ่มขึ้นเป็น 43.39% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด และจะก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนการถือหุ้นครั้งนี้ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมกิจการ เนื่องจากสัดส่วนการถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นนั้นยังไม่เกิน 50% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในการบริหารจัดการโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท

ในด้านของการรับรู้รายได้หลังจากการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้น SPTX จะเริ่มรับรู้รายได้ของรัสมิ์ภูมิคลินิกเข้าในงบการเงินรวมของบริษัท โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มรับรู้รายได้ได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2570 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของงบการเงินในภาพรวมของ SPTX อย่างมีนัยสำคัญ โดยการผนึกกำลังครั้งนี้จะช่วยสร้างความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นในกลุ่มธุรกิจความงามและสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลผลประกอบการที่ผ่านมาของบริษัท รัสมิ์ภูมิ ชะลอวัย จำกัด พบว่ามีทิศทางการเติบโตที่น่าสนใจ โดยมีรายได้รวมในปี 2566 อยู่ที่ 170.34 ล้านบาท และเติบโตขึ้นเป็น 193 ล้านบาทในปี 2567 และเพิ่มขึ้นเป็น 200 ล้านบาทในปี 2568 ในขณะที่ด้านของกำไรสุทธิก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง โดยเพิ่มจาก 10.27 ล้านบาทในปี 2566 เป็น 8.64 ล้านบาทในปี 2567 และมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 116% เป็น 18.65 ล้านบาทในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจและความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่นของกิจการ

นอกจากนี้ ข้อมูลในงบครึ่งปีแรกของปี 2569 ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยบริษัทมีรายได้ 111.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเติบโตสูงกว่า 100% เป็น 31.65 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 28.50% เมื่อเทียบกับ 18.65% ในปี 2568 ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการกิจการ ความสามารถในการทำกำไรที่มากขึ้น และการขยายตัวของธุรกิจด้านความงามและชะลอวัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

ด้าน นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ ในฐานะกรรมการบริษัท SPTX และผู้ก่อตั้งรัสมิ์ภูมิคลินิก ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานการรักษาและบริการที่ต่อเนื่องจนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยระบุว่าการร่วมมือกับ SPTX จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในด้านของเงินทุนและการบริหารจัดการที่มีระบบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายสาขาและพัฒนาบริการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบยิ่งขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้รัสมิ์ภูมิคลินิกก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจความงามครบวงจรของประเทศได้ในอนาคต

รัสมิ์ภูมิคลินิกก่อตั้งโดย นพ.รัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและการออกแบบใบหน้า (Facial Design) ที่คร่ำหวอดในวงการความงามและชะลอวัยมากว่า 20 ปี โดยปัจจุบันบริษัทเปิดดำเนินการ 4 สาขาในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ได้แก่ สุขุมวิท 49, พระราม 2, รัตนาธิเบศร์ และเลียบทางด่วนรามอินทรา โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นวัยทำงานและผู้บริหารที่มีกำลังซื้อระดับกลางถึงสูงทั้งไทยและต่างชาติ และมีแผนขยายเพิ่มอีก 9 สาขาภายใน 5 ปี นับจากธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ รวมเป็นไม่น้อยกว่า 13 สาขา เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้าง New S-Curve ที่มีศักยภาพเติบโตสูงและสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอให้กับ SPTX

hashtags

SPTX รัสมิ์ภูมิคลินิก ความงาม เวชศาสตร์ชะลอวัย NewSCurve