แคนนอนประกาศเปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล รุ่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบา และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่น

แคนนอน (CANON) ได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ “EOS R8 Mark II” ซึ่งเป็นกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับความละเอียดสูงถึง 24.2 ล้านพิกเซล โดยกล้องรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่กะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันที่เน้นความคล่องตัวในการใช้งานจริง

การพัฒนาของ EOS R8 Mark II ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง EOS R8 โดยมีการติดตั้งระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Coordinated Control IS เข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฟังก์ชันที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานที่แปลกใหม่ รวมถึงการปรับปรุงอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิม

กล้องรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมเอาเทคโนโลยีและระบบควบคุมขั้นสูงที่มักจะพบในกล้องรุ่นระดับแอดวานซ์ในตระกูล EOS มาไว้ในบอดี้รุ่นใหม่ที่เน้นความทันสมัย โดยตัวเครื่องถูกออกแบบให้มีรูปทรงที่สวยงามและมีสไตล์ที่โดดเด่นกว่าเดิม เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงประสิทธิภาพการถ่ายภาพระดับสูงได้ในรูปแบบที่กะทัดรัดและพกพาสะดวกกว่าที่เคยเป็นมา

นางสาวเนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุข ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ได้กล่าวถึงความพิเศษของผลิตภัณฑ์นี้ว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์แนวใหม่และฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไปจนถึงเทคโนโลยีการถ่ายภาพขั้นสูงที่บรรจุอยู่ภายใน ทุกองค์ประกอบของ EOS R8 Mark II ล้วนถูกสร้างสรรค์มาเพื่อมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้แก่ผู้ใช้งาน

เป้าหมายสำคัญของการเปิดตัว EOS R8 Mark II คือการกระตุ้นแรงบันดาลใจให้กับช่างภาพในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ให้สามารถออกไปแสวงหาโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ได้อย่างไม่จำกัด และยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนาสไตล์การเล่าเรื่องด้วยภาพถ่ายในแบบฉบับที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตนเองได้อย่างแท้จริง ผ่านเครื่องมือที่ทรงพลังและใช้งานง่าย

ในด้านการออกแบบภายนอก EOS R8 Mark II ได้รับการตีความรูปทรงปริซึมห้าเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแคนนอนในรูปแบบที่ร่วมสมัยมากขึ้น ผ่านกระบวนการออกแบบที่พิถีพิถันซึ่งสามารถผสานเส้นตรงและเส้นโค้งเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวสวยงาม นอกจากความสวยงามภายนอกแล้ว ตัวกล้องยังเน้นเรื่องการพกพาที่สะดวกสบายและการจับถือที่กระชับมือเพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกมั่นใจในทุกจังหวะการถ่ายภาพ

แม้จะเป็นกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาเพียงประมาณ 131.4 x 90.0 x 79.7 มม. และมีน้ำหนักเพียงราว 546 กรัมเท่านั้น แต่ EOS R8 Mark II ยังคงให้ความสำคัญกับสรีรศาสตร์ในการออกแบบอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะส่วนของกริปที่ถูกออกแบบมาให้จับได้ถนัดกระชับมือในทุกรายละเอียด เพื่อให้การใช้งานต่อเนื่องเป็นไปอย่างราบรื่นแม้ในขณะที่ต้องถือกล้องเป็นเวลานาน

ความโดดเด่นอีกประการหนึ่งคือการที่ EOS R8 Mark II เป็นกล้องฟูลเฟรมในตระกูล EOS รุ่นแรกในกลุ่มระดับเดียวกันที่มาพร้อมกับปุ่มมัลติคอนโทรลเลอร์แบบจอยสติ๊ก ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มักจะพบในกล้องรุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่าเท่านั้น การมีปุ่มจอยสติ๊กช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมระบบออโต้โฟกัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำแม้ในขณะที่กำลังถ่ายภาพผ่านช่องมองภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมกล้องได้อย่างมหาศาล

สำหรับผู้ใช้งานที่มีขนาดมือใหญ่เป็นพิเศษ แคนนอนยังได้เตรียมทางเลือกในการติดตั้งอุปกรณ์เสริมอย่าง Extension Grip EG-E2 (แยกจำหน่าย) เพื่อช่วยให้การจับกล้องมีความกระชับและมั่นคงยิ่งขึ้น โดยอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถถอดประกอบได้ง่ายเพียงแค่การหมุนแป้นล็อกเข้ากับตัวกล้องเท่านั้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับช่องเสียบขาตั้งกล้องที่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับขาตั้งกล้องได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดกริปออกเมื่อต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่

ในส่วนของประสิทธิภาพภายใน เซนเซอร์ฟูลเฟรม CMOS ใน EOS R8 Mark II มีพื้นที่รับแสงที่กว้างใหญ่กว่าเซนเซอร์ APS-C ถึงประมาณ 2.5 เท่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของภาพที่ได้รับ โดยจะทำให้สามารถถ่ายภาพในสภาวะที่มีแสงน้อยได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และช่วยให้ระบบโฟกัสทำงานได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเก็บรายละเอียดข้อมูลภาพได้มากกว่าเดิมและมีสัญญาณรบกวนของภาพที่ต่ำลงแม้ในสภาพแสงน้อย

ด้วยพื้นที่รับแสงที่กว้างขึ้นของเซนเซอร์ฟูลเฟรม ยังส่งผลให้ได้มุมรับภาพที่กว้างกว่าเมื่อเทียบกับเซนเซอร์ APS-C ในการใช้เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสเท่ากัน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างสรรค์ภาพมุมกว้างแบบอัลตร้าไวด์ที่ดูน่าดื่มด่ำ หรือการสร้างเอฟเฟกต์วงโบเก้ที่สวยงามและนุ่มนวลทั้งในส่วนของฉากหน้าและฉากหลังได้อย่างง่ายดาย รวมถึงระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวแบบ 5 แกน ที่ช่วยลดอาการเบลอจากมือสั่นเมื่อต้องถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ

เมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์ RF ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว ระบบ Coordinated Control IS จะผสานการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องและเลนส์เพื่อลดการสั่นไหวได้สูงสุดถึง 7.5 สต็อปที่บริเวณกลางภาพ และ 7.0 สต็อปที่บริเวณขอบภาพ นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ความเร็วสูงสุด 40 ภาพต่อวินาทีด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบ Dual Pixel CMOS AF II ที่ใช้เทคโนโลยี Deep Learning และโหมด Register People Priority ที่ช่วยโฟกัสติดตามบุคคลที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าท่ามกลางฝูงชนได้อย่างแม่นยำ

นอกจากความสามารถด้านภาพนิ่งแล้ว EOS R8 Mark II ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับงานวิดีโอที่หลากหลาย เพื่อให้ช่างภาพสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ตามสไตล์ที่ต้องการและสามารถจบงานได้ทันทีหลังการถ่ายทำ โดยมีการเพิ่มโทนสีใหม่สำหรับภาพนิ่งและวิดีโอถึง 2 โทน ได้แก่ “NegativeFilmtone” และ “PositiveFiltone” ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสนุกกับการปรับแต่งโทนสีได้มากถึง 16 โทน พร้อมการปรับระดับความเข้มของฟิลเตอร์สี

สำหรับการถ่ายภาพนิ่งยังมีโหมด Handheld Night Scene ที่เพิ่มการตั้งค่าโหมดสีได้อีก 4 แบบ ได้แก่ “Blue” “Black & Orange” “Pink” และ “Green” เพื่อความหลากหลายในการสร้างสรรค์ผลงาน นอกจากนี้ในส่วนของฟังก์ชัน Interval Timer ยังมีการเพิ่มตัวเลือกใหม่ๆ เข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการถ่ายวิดีโอแบบไทม์แล็บส์ให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่า Exposure Smoothing, Timer Priority และ Delayed Start เพื่อตอบโจทย์การสร้างสรรค์ที่หลากหลายกว่าเดิม

Canon EOSR8MarkII Mirrorless FullFrame CanonThailand