งาน Gastech 2026 ประกาศความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจช่วง 3 วันแรกของงาน โดยคาดการณ์มูลค่าการลงทุนรวมเบื้องต้นสูงถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่าพลังงานที่หลากหลาย

งาน Gastech 2026 ได้ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญในฐานะเวทีระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานอย่างชัดเจน ผ่านการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) สัญญาจัดหาพลังงาน และข้อตกลงการลงทุนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในงาน โดยจากการประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่ารวมของข้อตกลงเหล่านี้อาจสูงถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงานที่มองเห็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระดับสากล

ในช่วง 3 วันแรกของการจัดงาน Gastech 2026 ได้มีการเปิดเผยความร่วมมือที่สำคัญถึง 7 รายการหลัก ซึ่งถือเป็นดีลธุรกิจระดับโลกที่ครอบคลุมมิติต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมพลังงานอย่างครบถ้วน ตั้งแต่กระบวนการจัดหาพลังงานในรูปแบบก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) การผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ไปจนถึงธุรกิจต้นน้ำในกลุ่มปิโตรเคมี และครอบคลุมไปถึงภาคส่วนการขนส่งทางเรือ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเคลื่อนย้ายพลังงานข้ามพรมแดนเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานในระดับโลก

นอกเหนือจากการเจรจาเชิงพาณิชย์แล้ว การประชุมเชิงยุทธศาสตร์ภายในงานยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อหารือในประเด็นเชิงนโยบายที่สำคัญ โดยเฉพาะการระดมเงินทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนระบบพลังงานในอนาคต เป้าหมายหลักของการหารือเหล่านี้คือการสร้างระบบพลังงานที่มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นพลังงานที่ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ กรุงเทพฯ งาน Gastech 2026 ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการผลักดันการหารือด้านพลังงานระดับโลกให้กลายเป็นข้อตกลงทางธุรกิจและการลงทุนที่เป็นรูปธรรม โดยในช่วง 3 วันแรกของการจัดงาน ได้มีการประกาศความร่วมมือในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบันทึกความเข้าใจ (MOU) สัญญาซื้อขาย หรือแผนการลงทุนที่ชัดเจน ซึ่งรวมมูลค่าได้สูงถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงบทบาทของงานในฐานะพื้นที่กลางสำหรับการเจรจาแลกเปลี่ยน และการสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน

การสร้างความร่วมมือที่เกิดขึ้นภายในงาน Gastech 2026 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่หลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน รวมถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการพลังงานมีความซับซ้อนและต้องการการจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเจรจาในงานจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการเติบโตเหล่านี้ได้อย่างยั่งยืน

หนึ่งในข้อตกลงสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วง 3 วันแรกคือความร่วมมือระหว่าง China Gas Holdings และ Venture Global LNG ซึ่งได้ประกาศข้อตกลงซื้อขาย LNG ปริมาณ 0.5 ล้านตันต่อปีจากสหรัฐอเมริกา โดยมีระยะเวลาของสัญญาครอบคลุมยาวนานถึง 20 ปี และจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านการจัดหา LNG ให้กับหนึ่งในตลาดพลังงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณพลังงานเพียงพอต่อความต้องการในระยะยาว

ในส่วนของความร่วมมือด้านการผลิตไฟฟ้า GE Vernova และ B.Grimm Power ได้มีการลงนามในข้อตกลงการจัดหาเทคโนโลยีกังหันก๊าซและการให้บริการระยะยาว เพื่อสนับสนุนกำลังการผลิตไฟฟ้าให้มีความต่อเนื่องและมั่นคง โดยครอบคลุมทั้งในโครงการเดิมที่มีอยู่เดิมและโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยความร่วมมือนี้จะส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าทั้งในพื้นที่ของประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการผลิตพลังงานเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคประชาชนและภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาค

ความร่วมมือระหว่าง PETRONAS, PTTEP JDA และองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) ถือเป็นอีกหนึ่งดีลสำคัญที่เกิดขึ้นในงาน โดยมีการลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตที่มีระยะเวลานานถึง 35 ปี รวมถึงสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ Malaysia-Thailand Joint Development Area (JDA) การลงนามในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มแหล่งจัดหาก๊าซธรรมชาติให้แก่ทั้งสองประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานและส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและมาเลเซียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต

ในระดับสากล Eni และรัฐบาลเซเนกัล ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อประเมินศักยภาพของแหล่งน้ำมันในแปลงสำรวจนอกชายฝั่งจำนวน 5 แปลง โดยการสำรวจและประเมินในครั้งนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการขยายกำลังการผลิตพลังงานที่มีความมั่นคงและมีราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ภายในประเทศเซเนกัล การสร้างความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นจะช่วยให้การเข้าถึงทรัพยากรพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวให้กับประเทศ

สำหรับความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐซาราวักได้สรุปผลการหารือร่วมกับ Indorama Ventures และพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับการลงทุนในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติปลายน้ำและปิโตรเคมี โดยมีการประเมินมูลค่าการลงทุนไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในพื้นที่เมืองบินตูลู การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ให้แข็งแกร่งขึ้น และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในภูมิภาคให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่นและระดับภูมิภาค

ด้านการขนส่งทางทะเล Samsung Heavy Industries ได้ประสบความสำเร็จในการปิดดีลซื้อขายการต่อเรือขนส่ง LNG และเรือบรรทุกน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการขนส่งที่จำเป็นต่อการค้าพลังงานระหว่างประเทศ โดยดีลนี้มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ในส่วนของโครงการส่งออก Argentina LNG ทางด้าน Horacio Marín ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ YPF ได้ประกาศแผนการลงนามในสัญญาซื้อขาย LNG จำนวน 2-3 ฉบับ เพื่อรองรับการขยายตัวของโครงการส่งออกพลังงานที่สำคัญในภูมิภาคอเมริกาใต้

นอกเหนือจากการเจรจาทางธุรกิจแล้ว การประชุมระดับยุทธศาสตร์ในหัวข้อ ‘Africa Takes Power: Control, Sovereignty and Growth’ ได้เป็นเวทีสำคัญให้รัฐมนตรีจากหลายประเทศได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางที่ทวีปแอฟริกาจะสามารถเปลี่ยนศักยุภาพทางพลังงานให้กลายเป็นการเติบโตทางอุตสาหกรรม โดย Hon. Yeukai Simbanegavi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและการพัฒนากำลังไฟฟ้าของประเทศซิมบับเว ได้กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างพันธมิตรและการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติเพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับการลงทุน ขณะที่ Paul Marsden ประธานบริษัท Bechtel Energy ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการคาดการณ์และวางแผนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูง เพื่อให้มั่นใจว่าก๊าซจะถูกส่งมอบได้ตามเวลาและในราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้คนทั่วโลก

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการระดมเงินทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออย่างเข้มข้นในเวที “Advancing Sustainable Maritime Infrastructure” เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งพลังงานในปัจจุบัน การหารือในหัวข้อนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมกันลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนระบบพลังงานให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพในระดับสากล เพื่อให้มั่นใจว่าการเข้าถึงพลังงานจะเป็นไปได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกภาคส่วน

Gastech2026 LNG Petrochemical EnergySecurity EnergyInfrastructure