ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตดินแดง และชุมชนรอบข้าง จัดกิจกรรม “The Street Sustainable Art” เปลี่ยนกำแพงด้านหลังศูนย์การค้าฯ ให้เป็นพื้นที่ศิลปะสาธารณะเพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม

ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตดินแดง รวมถึงสถานศึกษาและชุมชนโดยรอบ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนผ่านพลังของศิลปะสร้างสรรค์ โดยมีการจัดกิจกรรมในชื่อ “The Street Sustainable Art: แต้มสีสร้างชุมชน สู่สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนพื้นที่กำแพงด้านหลังของศูนย์การค้าฯ ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ของชุมชน ให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะสาธารณะ หรือ Public Art ที่มีความหมายมากกว่าความสวยงาม

การสร้างสรรค์พื้นที่ศิลปะในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อถ่ายทอดแนวคิดสำคัญด้าน ESG หรือการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงการรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและคนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน เพื่อยกระดับภูมิทัศน์ของพื้นที่ให้ดีขึ้น พร้อมทั้งสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันระหว่างคนในชุมชนและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability) ของทางศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ภายใต้กรอบการดำเนินงานด้าน ESG และ CSR ที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Engagement) และการพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้คนรอบข้าง โดยทางศูนย์การค้าฯ ได้เลือกใช้ศิลปะเป็นสื่อกลางในการสื่อสารที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ สถานศึกษา และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม

นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินโครงการว่า เดอะ สตรีท รัชดา ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยทางศูนย์การค้ามีความเชื่อมั่นว่าพื้นที่รอบๆ ศูนย์การค้าฯ นั้นสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าการเป็นเพียงพื้นที่ทางกายภาพหรืออาคารสิ่งปลูกสร้าง แต่สามารถเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน สร้างการเรียนรู้ใหม่ๆ และเป็นจุดประกายสำคัญที่ทำให้ทุกคนในพื้นที่ได้เห็นถึงความสำคัญของการร่วมกันดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การเปลี่ยนกำแพงด้านหลังศูนย์การค้าฯ ให้มีสีสันสวยงามหรือเพียงแค่การปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ดูน่าอยู่ขึ้นเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการทำให้ทุกภาพที่ปรากฏบนกำแพงสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่ใกล้ตัวผู้คนมากที่สุด ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานอย่าง Reduce, Reuse, Recycle (3R) ไปจนถึงเรื่องการประหยัดพลังงานและการเลือกใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการจัดการขยะเศษอาหารอย่างคุ้มค่า ซึ่งการให้คนในชุมชนได้ลงมือสร้างสรรค์พื้นที่ร่วมกันนั้น จะช่วยสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังส่งผลดีในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างศูนย์การค้าฯ กับโรงเรียนในพื้นที่ และชุมชนโดยรอบให้มีความแน่นแฟ้นและแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยโครงการ The Street Sustainable Art: แต้มสีสร้างชุมชน สู่สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นทั้งพื้นที่สร้างสรรค์และแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ พร้อมทั้งต่อยอดกำแพงด้านหลังศูนย์การค้าฯ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กด้านศิลปะและสิ่งแวดล้อมแห่งใหม่ของชุมชน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่จะได้เรียนรู้เรื่องความยั่งยืนผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในการสร้างสรรค์งานศิลปะ

กิจกรรมครั้งสำคัญนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารของกรุงเทพมหานครที่มาร่วมเปิดงานและสนับสนุนโครงการอย่างเป็นทางการ นำโดย นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้อำนวยการเขตดินแดง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตดินแดง คณะผู้บริหาร พนักงาน และร้านค้าผู้เช่าภายในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ที่มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงคณะครูและนักเรียนจาก 3 สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตดินแดง ได้แก่ โรงเรียนวิชูทิศ โรงเรียนวิชากร และโรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล) ที่ได้มาร่วมกันแต้มสีและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนกำแพงด้านหลังศูนย์การค้าฯ ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

สำหรับผลงานศิลปะที่ปรากฏบนกำแพงตลอดแนวเส้นทางนั้น ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวของการพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืนได้อย่างชัดเจน โดยแบ่งออกเป็น 4 แนวคิดหลักที่สำคัญในการสื่อสาร ได้แก่ แนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจ การดูแลสังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติของการพัฒนาเมืองและชุมชนในปัจจุบัน

แนวคิดที่สองคือ Save Energy ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงการประหยัดพลังงานและการหันมาใช้พลังงานสะอาด เช่น การใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลืองและสร้างความยั่งยืนให้กับระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ ส่วนแนวคิดที่สามคือ 3R & Zero Waste to Landfill ซึ่งเป็นการรณรงค์ให้ผู้คนลดการใช้พลาสติก เลือกคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง และหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ตามหลัก Reduce, Reuse, Recycle เพื่อลดปริมาณขยะที่จะต้องนำไปฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวคิดเรื่องการจัดการขยะเศษอาหารผ่านกระบวนการเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้กลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการขยะในชุมชน โดยปุ๋ยที่ได้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์กับพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างทัศนียภาพที่สวยงามให้กับเมือง แนวคิดเหล่านี้ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่และสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

แนวคิดการสร้างสรรค์ศิลปะบนกำแพงในครั้งนี้ ยังมีความสอดคล้องกับทิศทางและนโยบายของกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมการใช้พื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และพื้นที่สำหรับศิลปะกลางแจ้ง (Public Art) เพื่อเปิดโอกาสให้ผลงานศิลปะสามารถเข้าใกล้ผู้คนได้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดียิ่งขึ้นผ่านการสร้างสรรค์ทางศิลปะที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เดอะสตรีทรัชดา กรุงเทพมหานคร เขตดินแดง TheStreetSustainableArt PublicArt ESG