SABINA เผยรายได้ช่องทางค้าปลีกไตรมาส 3 ปี 2569 ฟื้นตัวจากการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแอคทีฟแวร์ที่เติบโตตามกระแสการออกกำลังกายและแข่งขัน HYROX
บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในแบรนด์ “ซาบีน่า” ได้เปิดเผยข้อมูลการติดตามตัวเลขยอดขายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน โดยพบสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนของยอดขายในช่องทางค้าปลีก (Retail) ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักที่มีสัดส่วนการขายมากที่สุดของบริษัท ทั้งในส่วนของการขายผ่านสาขาซาบีน่าช็อป และเคาน์เตอร์ของแบรนด์ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทั่วประเทศ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ยอดขายในช่องทางค้าปลีกกลับมาเติบโตได้อีกครั้งนั้น มาจากการที่บริษัทเดินหน้าเปิดตัวสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยครอบคลุมทั้งสินค้าหลักในกลุ่มชุดชั้นใน และสินค้ากลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชุดชั้นใน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่าง SMART STRETCH ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของชุดชั้นในที่มีคุณสมบัติความยืดหยุ่นสูงเป็นพิเศษ ช่วยลดปัญหาและข้อจำกัดเดิมๆ ของลูกค้าในการเลือกซื้อขนาดที่ผิดพลาดหรือใส่ไม่พอดี
นอกจากนี้ ความสำเร็จยังรวมไปถึงความนิยมในสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษอย่าง Hello Kitty ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสร้างปรากฏการณ์ขายดีจนมียอดสั่งซื้อในช่องทางออนไลน์จนหมดสต็อกหรือ Sold Out ได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการตอบรับของตลาดต่อสินค้าที่มีความร่วมมือพิเศษ รวมถึงความสำเร็จของสินค้ากลุ่มแอคทีฟแวร์ที่สามารถเกาะไปกับเทรนด์การออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันได้อย่างดีเยี่ยม
สำหรับสินค้ากลุ่มแอคทีฟแวร์นั้นได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกระแสการออกกำลังกายที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการแข่งขันในรายการระดับโลกอย่าง HYROX ซึ่งส่งผลให้ยอดขายของสินค้ากลุ่มนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยบริษัทได้วางเป้าหมายในการขยายพอร์ตสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นนอกเหนือจากกลุ่มชุดชั้นในเดิม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในปัจจุบัน และมั่นใจว่าจะสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ได้อย่างมั่นคง
การรักษาความสามารถในการทำกำไรของ SABINA ยังเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพอย่างเข้มงวด ทั้งในส่วนของการจัดหาวัตถุดิบและการจ้างผลิต (Sourcing) ที่มีการวางแผนมาอย่างดี ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีเยี่ยม แม้จะต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย นอกจากนี้ในส่วนของช่องทางออนไลน์ (NSR) แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม (GP) ของแพลตฟอร์มต่างๆ แต่บริษัทก็สามารถรับมือและบริหารจัดการได้ดีเนื่องจากเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาด
นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัทว่า การฟื้นตัวของยอดขายในไตรมาสที่ 3 นี้ เป็นสัญญาณบวกที่เห็นได้ชัดเจนหลังจากที่บริษัทได้ทำการประเมินแนวโน้มของตลาดและกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งคาดการณ์ว่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก แม้ว่าในภาพรวมของกำลังซื้ออาจจะมีความท้าทายจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว
อย่างไรก็ตาม SABINA ได้วางกลยุทธ์ในการเปลี่ยนอุปสรรคจากสภาวะเศรษฐกิจให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโต โดยเน้นการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพดีเยี่ยมแต่มาในราคาที่เหมาะสมและไม่สูงจนเกินไป เพื่อให้กลุ่มลูกค้าสามารถเข้าถึงและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพทั้งในด้านการจัดหาวัตถุดิบและการผลิตที่ยอดเยี่ยม ทำให้บริษัทมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin หรือ NPM) ในปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างแน่นอน
ในส่วนของการรับมือกับการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่เข้ามาทำตลาดในช่องทางออนไลน์อย่างหนักหน่วงในช่วงที่ผ่านมา นางสาวดวงดาวระบุว่าทาง SABINA ได้มีการติดตามและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวมาโดยตลอด และได้เตรียมพร้อมรับมือด้วยการมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าของ SABINA จะมีมาตรฐานและคุณภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมคือชุดชั้นในรุ่น SMART STRETCH ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น นอกจากนี้ในส่วนของช่องทางออนไลน์ (NSR) ที่มักมีความกังวลเรื่องการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม (GP) ของแพลตฟอร์มต่างๆ นั้น ทางบริษัทพบว่าไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงนัก เนื่องจากสถานะของ SABINA ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดออนไลน์ ทำให้สามารถร่วมกับแพลตฟอร์มในการปรับแผนการขายและการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความท้าทายที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจหลังจากนี้คือการต่อยอดจากภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในฐานะผู้นำด้านชุดชั้นในของไทย โดยกลยุทธ์หลักจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มโปรดักส์ไลน์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากโอกาสทางการตลาดที่หลากหลาย เช่น ในกลุ่มของกีฬาที่มีการแข่งขันสูงขึ้นและกลายเป็นกระแสหลักในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในรายการ HYROX หรือการวิ่ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่ SABINA จะผลิตสินค้ากลุ่มแอคทีฟแวร์เข้ามาเสริมทัพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น
สินค้าในกลุ่มแอคทีฟแวร์ของ SABINA ได้รับการออกแบบโดยเน้นความสวยงามในเชิงแฟชั่นควบคู่ไปกับฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทำให้สินค้ากลุ่มนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าประทับใจ โดยปัจจุบันพอร์ตสินค้าที่ไม่ใช่ชุดชั้นในมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าสัดส่วนของสินค้ากลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 5% ของพอร์ตรวมทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ตามเป้าหมายที่บริษัทได้วางแผนไว้ เพื่อสร้างความหลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคอย่างครบถ้วน
สรุปภาพรวมการดำเนินงานของ SABINA ในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่สามารถปรับตัวตามกระแสโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัย การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการขยายฐานสินค้าไปยังกลุ่มแอคทีฟแวร์ที่กำลังเป็นที่นิยม ทำให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคงและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจในศักยภาพของแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน
SABINA SmartStretch Activewear HYROX