สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ด้วยรายได้จากการขายที่พุ่งสูงถึงหนึ่งหมื่นล้านบาท พร้อมขยายเครือข่ายเส้นทางบินและเตรียมเพิ่มฝูงบินเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ (VZ) ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมจากช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในทุกมิติของการดำเนินงาน โดยสามารถสร้างรายได้จากการขายได้สูงถึงหนึ่งหมื่นล้านบาท พร้อมทั้งประสบความสำเร็จในการขนส่งผู้โดยสารรวมจำนวนกว่า 3.5 ล้านคนในช่วงเวลาดังกล่าว
นอกจากความสำเร็จด้านรายได้แล้ว สายการบินยังสามารถรักษาอัตราการขนส่งผู้โดยสาร หรือ Load Factor ให้คงอยู่ในระดับสูงถึง 85% ได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังด้วยแผนการขยายฝูงบินให้เพิ่มขึ้นเป็น 39 ลำภายในปี 2570 และมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการขยายฝูงบินให้ถึง 50 ลำภายในปี 2571 เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ในส่วนของการขยายโครงข่ายการบิน สายการบินมีแผนที่จะลุยเปิดเส้นทางบินใหม่หลายเส้นทางในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2570 เพื่อเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับตลาดที่มีศักยภาพสูงในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นในประเทศอินโดนีเซีย จีน และออสเตรเลีย โดยมุ่งเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงข่ายการบินเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืนและมั่นคง

นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยถึงความสำเร็จที่ผ่านมาว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา สายการบินได้วางรากฐานการดำเนินงานไว้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเดินหน้าต่อยอดศักยภาพในระยะถัดไปผ่านการขยายฝูงบินและการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน รวมถึงการเดินหน้าลงทุนทั้งในด้านบุคลากรและเทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคู่กันไป เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติการให้ดียิ่งขึ้น
การลงทุนในด้านบุคลากรและเทคโนโลยีของสายการบิน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้โดยสาร และเพื่อรองรับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในปัจจุบัน โดยสายการบินมุ่งเน้นการต่อยอดความแข็งแกร่งจากตลาดหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงระดับโลก เพื่อเชื่อมโยงประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางที่หลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในอนาคต
นายวรเนติ หล้าพระบาง ยังได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การเติบโตของสายการบินนับจากนี้ไปไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มจำนวนเครื่องบินหรือการเพิ่มจำนวนเส้นทางบินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการสร้างรากฐานขององค์กรให้มีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง การมีโครงข่ายตลาดที่หลากหลายจะช่วยให้สายการบินสามารถขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทายอยู่ตลอดเวลา
สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ดำเนินกลยุทธ์การบริหารเส้นทางบินที่มีศักยภาพ โดยมีการวางแผนการบริหารจัดการฝูงบินอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการนำเครื่องบินรุ่น Boeing 737-8 เข้ามาประจำการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการสร้างรากฐานการเติบโตในระยะต่อไป โดยปัจจุบันมีจำนวนเครื่องบินรุ่นนี้อยู่ 17 ลำ และมีเป้าหมายที่จะขยายให้เป็น 25 ลำภายในสิ้นปี 2569 นี้ ซึ่งจะทำให้มีฝูงบินรวมทั้งหมดเป็น 29 ลำ

แผนการขยายฝูงบินจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะทยอยเพิ่มเป็น 39 ลำในปีหน้า และเพิ่มเป็น 50 ลำภายในปี 2571 เพื่อรองรับการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินและการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การขยายฝูงบินอย่างเป็นระบบจะช่วยให้สายการบินสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น และสามารถต่อยอดสู่ตลาดศักยภาพใหม่อีกหลายเส้นทางได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมความต้องการของผู้โดยสารได้มากขึ้น
นายวรเนติ หล้าพระบาง กล่าวเพิ่มเติมถึงความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน สายการบินได้วางกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินและควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างรัดกุม ส่งผลให้สายการบินยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่ผ่านมา
ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นว่าสายการบินสามารถสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมายและก้าวข้ามช่วงก่อนโควิด-19 ได้ในทุกมิติ โดยสามารถขนส่งผู้โดยสารรวมกว่า 3.5 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 130% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด สอดคล้องกับการขยายปริมาณที่นั่งผู้โดยสารรองรับจำนวน 4 ล้านที่นั่ง หรือเพิ่มขึ้น 130% เช่นกัน พร้อมทั้งรักษาอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) ให้อยู่ในระดับสูงถึง 85% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวที่ดีขึ้นกว่าปี 2568
ในด้านของรายได้จากการขายนั้นทำสถิติเติบโตอย่างน่าประทับใจจนแตะระดับหนึ่งหมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันสายการบินยังได้ขยายเครือข่ายเส้นทางบินทำสถิติใหม่สู่ 36 เส้นทาง ซึ่งเป็นการเติบโตขึ้น 25% จากปี 2568 ที่ให้บริการเพียง 29 เส้นทาง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการฟรีวีซ่าและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าทิศทางธุรกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ของปี 2570 จะยิ่งเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่น ซึ่งเป็นช่วงที่อุปสงค์การเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศขยายตัวอย่างเต็มที่ โดยนายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ ระบุว่าสายการบินมุ่งเน้นการเชื่อมโยงตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงผ่านเส้นทางบินตรง เช่น กัวลาลัมเปอร์, จาการ์ตา, เพิร์ธ รวมถึงเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในจีนอย่างฉงชิ่ง ชิงเต่า และจางเจียเจี้ย เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค
หมายเหตุ: ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย, เส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงเส้นทางบินตรงเชื่อมภูเก็ต-เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย และการเจาะตลาดประเทศจีนผ่านเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อาทิฉงชิ่ง ชิงเต่า จางเจียเจี้ย และเส้นทางอื่นๆ ทั้งในรูปแบบเที่ยวบินประจำและเช่าเหมาลำ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงการบินระดับภูมิภาคอย่างสมบูรณ์แบบ โดยตั้งเป้าหมายขยายฝูงบินรวมทั้งสิ้นจำนวน 39 ลำ ภายในปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในปีหน้า








เวียตเจ็ทไทยแลนด์ VietJetThailand ธุรกิจการบิน การท่องเที่ยว