Aura Wellness เปิดตัว Aura Bangkok Clinic สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในพื้นที่ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ภายใต้แนวคิด "ทำสวยก่อนบิน" เพื่อผลักดัน T-Beauty สู่เวทีโลกและเชื่อมโยงเข้ากับระบบนิเวศการท่องเที่ยว
Aura Wellness กลุ่มธุรกิจ Beauty & Wellness ชั้นนำของไทย ประกาศก้าวสำคัญในการเดินหน้าสู่ทศวรรษใหม่ด้วยการเปิดตัว "Aura Bangkok Clinic" ณ พื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณพื้นที่ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (International Departure Area) ซึ่งเป็นพื้นที่หลังผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง การเปิดสาขานี้เกิดขึ้นในวาระพิเศษครบรอบ 10 ปี ของ Aura Wellness ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายบทบาทของบริษัทจากการเป็นผู้ให้บริการด้านความงามภายในประเทศ ไปสู่การนำประสบการณ์ความงามไทยหรือ T-Beauty Experience ไปเชื่อมต่อกับนักเดินทางในระดับสากลผ่านจุดเชื่อมต่อสำคัญของประเทศไทย

การเปิดสาขา ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในครั้งนี้ ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดหลักคือ "ทำสวยก่อนบิน" เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของนักเดินทางในยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด การนำบริการด้านความงามของไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Travel Ecosystem จะช่วยเปิดโอกาสให้ T-Beauty สามารถเข้าถึงผู้บริโภคจากทั่วทุกมุมโลกได้โดยตรงในจุดที่ผู้คนกำลังเดินทางออกจากประเทศไทย ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสใหม่ในการส่งต่อมาตรฐานความงามไทยสู่สายตาชาวโลกในจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุด
การตัดสินใจเลือกพื้นที่ในสนามบินไม่ได้เป็นเพียงการเลือกทำเลที่ตั้งทั่วไป แต่ Aura Wellness มองว่าสนามบินไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้คนใช้เวลาและสร้างประสบการณ์ต่างๆ ระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งทำหน้าที่เป็นหนึ่งในประตูสำคัญที่เชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับนักเดินทางจากหลากหลายประเทศทั่วโลก การนำบริการด้าน Beauty & Wellness เข้าไปอยู่ในบริบทของการเดินทางจึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มช่องทางให้บริการ แต่เป็นการนำความงามไทยเข้าไปผสมผสานอยู่ใน Lifestyle Journey ของผู้บริโภคอย่างกลมกลืน
การนำบริการความงามเข้าไปอยู่ในเส้นทางการเดินทางของนักท่องเที่ยว จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้เดินทางได้สัมผัสกับมาตรฐานและประสบการณ์แบบไทยก่อนที่จะเดินทางออกจากประเทศ การออกแบบ Aura Bangkok Clinic สาขาสุวรรณภูมินั้นได้รับการคำนึงถึงความต้องการของนักเดินทางเป็นหลัก โดยเน้นความสำคัญในด้านของเวลาที่จำกัด ความสะดวกในการเข้าถึง และความเป็นส่วนตัวสูงสุดของผู้รับบริการ ในขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการของ Aura Bangkok Clinic ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการดูแลผู้รับบริการแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพการบริการจะยังคงยอดเยี่ยมในทุกมิติ
โมเดลการให้บริการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของธุรกิจ Beauty & Wellness ในปัจจุบัน ที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ภายในพื้นที่ของคลินิกหรือสถานพยาบาลแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่กำลังมีการเชื่อมต่อเข้ากับระบบเศรษฐกิจที่เน้นไลฟ์สไตล์ การเดินทาง และประสบการณ์ (Lifestyle, Travel, and Experience Economy) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อผู้บริโภคในปัจจุบันให้คุณค่ากับทั้งเรื่องของ "เวลา" และ "ประสบการณ์" ที่ได้รับ การเข้าถึงบริการจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริโภคต้องเดินทางไปที่ไหน แต่รวมถึงการที่บริการเหล่านั้นสามารถเข้าไปแทรกตัวอยู่ในจังหวะชีวิตของพวกเขาได้อย่างเหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการในขณะนั้นได้อย่างลงตัว
ประเทศไทยมีจุดแข็งที่โดดเด่นอย่างมากในด้าน Beauty & Wellness ซึ่งเกิดจากการผสมผสานขององค์ประกอบสำคัญหลายประการเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญระดับสูงของบุคลากรทางการแพทย์ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ รวมถึงมาตรฐานการให้บริการที่ได้มาตรฐานสากล และที่สำคัญที่สุดคือวัฒนธรรมการบริการแบบไทยที่เน้นความใส่ใจและการดูแลผู้คนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาได้ยาก นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีต้นทุนทางวัฒนธรรมด้านสุขภาพและความงามที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การนวดแผนไทย อาหารสมุนไพร ไปจนถึงศาสตร์การดูแลสุขภาพในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย
เมื่อองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนานเหล่านี้ ถูกนำมาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และความงามที่ทันสมัย จึงเกิดเป็นศักยภาพมหาศาลที่สามารถต่อยอดไปสู่แนวคิด "T-Beauty" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำว่า T-Beauty ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การทำหัตถการหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ความงามทั่วไปเท่านั้น แต่หมายถึงประสบการณ์ความงามที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญ มาตรฐาน และเอกลักษณ์เฉพาะของไทย ซึ่งสามารถเชื่อมโยงและต่อยอดไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ การท่องเที่ยว การบริการ ไปจนถึงการดำเนินชีวิตประจำวันหรือไลฟ์สไตล์ของผู้คน
จากเดิมที่บริการด้าน Beauty & Wellness เคยเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทาง (Destination) แต่ในปัจจุบันประสบการณ์ดังกล่าวมีโอกาสที่จะเดินทางออกไปพร้อมกับตัวผู้บริโภคได้ด้วยเช่นกัน ผ่านการสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วนตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางออกจากประเทศไทย นี่คือการสร้างมิติใหม่ในการต่อยอด T-Beauty จากการเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนต้องเดินทางมาหา ให้กลายเป็นประสบการณ์ (Experience) ที่สามารถส่งต่อและเผยแพร่ไปได้ทั่วโลก การเปลี่ยนผ่านนี้ช่วยสร้างความต่อเนื่องของประสบการณ์ความงามไทยให้คงอยู่กับผู้บริโภคแม้จะเดินทางข้ามพรมแดนไปแล้วก็ตาม
คุณเฟม เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Aura Wellness ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับศักยภาพของธุรกิจในไทยว่า ธุรกิจ Beauty & Wellness ของไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ช่วยต่อยอด Soft Power ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับหลายอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การแพทย์ การบริการ และไลฟ์สไตล์ ซึ่งการเชื่อมโยงเหล่านี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาชาวโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจในภาพรวมผ่านการส่งเสริมวัฒนธรรมความงามไทยที่โดดเด่น
คุณเฟม เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิด Aura Bangkok Clinic สาขาสนามบินสุวรรณภูมิในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มจุดให้บริการใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งแห่งเท่านั้น แต่เป็นการทดลองที่สำคัญในการนำ Beauty & Wellness Experience เข้าไปอยู่ในบริบทของการเดินทางจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยทางบริษัทมีความตั้งใจที่จะให้นักเดินทางจากหลากหลายประเทศทั่วโลกได้มีโอกาสสัมผัสกับมาตรฐานการแพทย์ที่สูงขึ้น เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการบริการที่ประทับใจของไทย ตั้งแต่ก่อนที่เครื่องบินจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งเป็นการสร้างความประทับใจแรกและสุดท้ายก่อนการเดินทางข้ามประเทศ
นอกจากนี้ คุณเฟมยังได้กล่าวเสริมอีกว่า การนำบริการด้าน Beauty & Wellness เข้าไปติดตั้งในพื้นที่สนามบินนั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความงามในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากบริการเฉพาะทางไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้ชีวิต (Lifestyle Experience) อย่างเต็มตัว และสนามบินถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมต่อประสบการณ์ดังกล่าวเข้ากับผู้บริโภคจากทั่วทุกมุมโลก การที่บริการสามารถเข้าถึงผู้คนได้ในจังหวะที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความพึงพอใจและตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายควบคู่ไปกับคุณภาพที่ยอดเยี่ยมในทุกขั้นตอนของการเดินทาง
AuraWellness AuraBangkokClinic TBeauty WellnessDestination BeautyAndWellness