CAKE POON หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เค้ก B5” ศิลปินสาย Soul / R&B / Pop กลับมาทำเพลงของตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้งในปี 2026 พร้อมเปิดตัวในบทบาทใหม่ที่เติบโตขึ้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมา

หลังจากที่เว้นช่วงจากการออกผลงานเพลงของตนเองไปเป็นเวลานานถึง 15 ปี ศิลปินที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ “เค้ก B5” ได้ตัดสินใจกลับมาทำเพลงของตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้งในปี 2026 โดยการกลับมาในครั้งนี้คือการก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเป็นศิลปินที่เขามีความตั้งใจชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการเพียงแค่จะย้อนกลับไปเป็นคนเดิมในอดีต แต่เป็นการนำเอาประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา มาผสมผสานเข้ากับความต้องการที่จะเรียนรู้และทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อค้นหาว่าเสียงของเขาจะสามารถเติบโตไปได้ไกลแค่ไหนในเส้นทางดนตรีที่เขารัก

เส้นทางสายดนตรีของ CAKE POON นั้นเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2003 ภายใต้โปรเจกต์ B5 ซึ่งเป็นกลุ่มนักร้อง 5 คนจากค่าย Bakery Music โดยเริ่มต้นจากการร้องเพลงร่วมกันบนเวที จนได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจนกลายเป็นอัลบั้ม Event ในปี 2004 และยังได้ต่อยอดไปสู่การทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยอัลบั้ม The Missing Piece ในปี 2006 ก่อนจะตามมาด้วยซิงเกิลเดี่ยวอย่างเพลง “เกลียด” ในปี 2011 แม้ในช่วงเวลาต่อมาเขาจะยังคงร้องเพลงและทำงานร่วมกับศิลปินท่านอื่น รวมถึงกลับมาร่วมงานกับ B5 เป็นระยะ แต่เขาก็ได้เลือกที่จะเว้นช่วงจากการปล่อยผลงานเพลงของตัวเองไปนานถึง 15 ปี

ในช่วงเวลาที่หายไปจากการออกผลงานเพลงนั้น กลับกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ CAKE POON ได้ออกไปใช้ชีวิตจริงอย่างเต็มที่ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการก้าวเข้าสู่โลกของธุรกิจ การสร้างความสัมพันธ์ การพบเจอทั้งความสำเร็จและความผิดหวัง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ประสบการณ์เหล่านี้ล้วนกลายเป็นวัตถุดิบที่สำคัญและทรงพลังในการนำมาเขียนเป็นบทเพลง เมื่อเขาได้ค้นพบความจริงว่าการเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่นั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะมีคำตอบให้กับทุกปัญหาในชีวิตมากขึ้นเสมอไป แต่มันกลับทำให้เขามีเรื่องราวให้ต้องคิด มีเรื่องที่น่าสงสัย และมีเรื่องราวที่อยากจะถ่ายทอดออกมาผ่านเสียงเพลงให้ผู้คนได้รับรู้มากขึ้นกว่าเดิม

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นในเส้นทางของเขาคือการที่ โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ได้เชิญ CAKE POON ไปร่วมออกรายการ Piano & I ซึ่งในพื้นที่แห่งนั้นทำให้เขาได้มีโอกาสพบเจอทั้งศิลปินรุ่นใหม่ๆ และกลุ่มผู้ฟังที่เติบโตมาพร้อมกับผลงานเพลงของเขาในอดีต การได้เห็นว่าบทเพลงที่เขาเคยสร้างสรรค์ขึ้นมาในวันวานยังคงมีความหมายและตราตรึงอยู่ในใจของใครบางคนในปัจจุบัน สิ่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ CAKE POON กลับมามองเห็นคุณค่าของเสียงเพลงและความสามารถในการเขียนเพลงของตัวเองอีกครั้ง จนนำไปสู่การตัดสินใจกลับมาสร้างสรรค์ผลงานในปัจจุบัน

การก้าวเข้าสู่ปี 2026 เปรียบเสมือนการเปิดประตูบานใหญ่สู่บทใหม่ของ CAKE POON อย่างเต็มตัว โดยเขายังคงรักษาความสำคัญของรากฐานทางดนตรีในสไตล์ Soul / R&B / Pop ที่แฟนเพลงคุ้นเคยเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ทดลองกับซาวนด์ใหม่ๆ วิธีการทำเพลงที่หลากหลายขึ้น รวมถึงการเปิดรับการทำงานร่วมกับทีมดนตรีรุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มความแปลกใหม่ให้กับผลงานของเขา การผสมผสานระหว่างความเก๋าของประสบการณ์เดิมและความสดใหม่ของเทคนิคสมัยใหม่กลายเป็นเสน่ห์สำคัญที่เขานำเสนอในผลงานชุดนี้

หนึ่งในผลงานเพลงที่สะท้อนตัวตนของ CAKE POON ในบทใหม่นี้ได้อย่างชัดเจนคือเพลง “Sweet Potato” ซึ่งเป็นเพลงแนว Soul / R&B ที่มาพร้อมกับอารมณ์อบอุ่น โดยเนื้อหาของเพลงได้หยิบยกคำว่า “มันหวาน” มาเปรียบเปรยกับความรักในรูปแบบของความสัมพันธ์ระยะยาว ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่อาจจะไม่ได้มีความหวือหวาหรือมีความซับซ้อนจนเกินไป แต่เป็นความสัมพันธ์ที่อยู่ด้วยแล้วทำให้รู้สึกสบายใจและมีความรู้สึกที่ “อิ่มนาน” เพลงนี้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาษาไทยเป็นหลัก และมีการสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติบนจังหวะ groove ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและมีความขี้เล่นแฝงอยู่

วิธีการเขียนเพลงของ CAKE POON ในเพลง “Sweet Potato” สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาที่มักจะหยิบยกเรื่องราวธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันมานำเสนอผ่านมุมมองที่แปลกออกไปเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความจริงใจและการเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ นอกจากเวอร์ชันต้นฉบับที่นำเสนอความอบอุ่นแล้ว ยังมีเวอร์ชัน “Sweet Potato (Bedroom Acoustic Session)” ที่นำเพลงเดิมมาตีความใหม่ในบรรยากาศที่มีความช้าลง มีความสด และให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับผู้ฟังมากกว่าเดิม โดยการลดทอนเครื่องดนตรีให้เหลือเพียงเปียโน เครื่องสาย กีตาร์ percussion และเสียงประสาน เพื่อเปิดพื้นที่ให้รายละเอียดเล็กๆ ของการร้องเพลงได้โดดเด่นขึ้น

ในเวอร์ชัน Bedroom Acoustic นั้น รายละเอียดของการร้อง ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมหายใจ การแบ่งวรรคตอนของคำ หรือน้ำหนักของเสียงที่ส่งออกมา กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เพลงนี้มีความพิเศษและน่าสนใจยิ่งขึ้น การนำเสนอในรูปแบบนี้ช่วยเผยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของ CAKE POON ในฐานะของนักร้องนำ หรือ vocalist ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การโชว์พลังเสียงที่หนักหน่วงเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญอย่างมากกับการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกอย่างละเอียดอ่อนผ่านทุกตัวโน้ตที่ส่งออกมา ทำให้ผู้ฟังสามารถสัมผัสถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่วงทำนองได้อย่างลึกซึ้งและชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ในขณะเดียวกัน เพลง “Bangkok Rain” ได้พา CAKE POON ก้าวออกไปสำรวจพื้นที่ทางดนตรีที่กว้างขวางขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยการนำรากฐานดนตรีเดิมอย่าง Soul / R&B มาผสมผสานเข้ากับแนวเพลง Atmospheric Pop, การใช้ Electronic Textures และการนำกลิ่นอายของ Afrobeat เข้ามาประกอบ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เขาตัดสินใจนำซาวนด์ในลักษณะดังกล่าวเข้ามาใช้ในผลงานของตัวเองอย่างเป็นทางการ โดยเขาเลือกใช้จังหวะของ Afrobeat เพื่อสื่อถึงภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองเขตร้อนที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุกสนาน และมีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในทุกช่วงเวลา

แม้ว่าจังหวะของเพลงจะสื่อถึงความเคลื่อนไหวของเมือง แต่เนื้อหาของเพลง “Bangkok Rain” กลับเล่าถึงความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยเนื้อเพลงจะสื่อถึงความเหนื่อยล้าและความรู้สึกเหมือนติดอยู่กับที่ของใครบางคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเมืองใหญ่ ความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง “เมืองที่กำลังเคลื่อนที่” กับ “คนที่กำลังหยุดอยู่กับที่” กลายเป็นแก่นสำคัญที่ถูกถ่ายทอดออกมาในเพลงนี้ได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้เพลงยังใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักและสอดแทรกภาษาไทยอย่างเป็นธรรมชาติ สะท้อนถึงความกล้าที่จะก้าวออกไปสำรวจและขยายขอบเขตของทั้งภาษาและเครื่องมือทางดนตรีของตนเอง

การเดินทางจาก “เค้ก B5” ที่หลายคนรู้จักในอดีต จนกลายมาเป็นชื่อ CAKE POON ในปัจจุบันนั้น แม้ชื่อจะเปลี่ยนไปและบทบาทจะก้าวไปข้างหน้า แต่เขายังคงเป็นเค้กคนเดิม และยังคงเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง B5 เช่นเดิม เพียงแต่ในบทใหม่ของการสร้างสรรค์ผลงานเพลง เขาขอแนะนำตัวเองอีกครั้งในฐานะศิลปินที่ไม่ได้กลับมาเพื่อเป็นคนเดิมในอดีต แต่กลับมาเพื่อค้นหาคำตอบว่า เมื่อเราเติบโตขึ้น มีประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น และยอมให้ตัวเองได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในวันนี้ เราจะสามารถสร้างสรรค์เสียงของตัวเองขึ้นมาให้เป็นเอกลักษณ์ได้อย่างไรในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

CAKEPOON เค้กB5 SweetPotato BangkokRain SoulRBPop