บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร เข้าร่วมแสดงศักยภาพในงาน Pattaya Hospitality Show 2026 ณ เมืองพัทยา เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและนำเสนอโซลูชันกาแฟที่ยั่งยืน
บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร ได้เข้าร่วมแสดงศักยภาพอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Pattaya Hospitality Show 2026 ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี การเข้าร่วมในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงสถานะความเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งที่ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องจากผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ต และร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่พัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงในภาคตะวันออก

ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน บอนกาแฟสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 70% ในพื้นที่สำคัญซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 5 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด การครองส่วนแบ่งตลาดที่สูงเป็นจำนวนมากนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้ประกอบการมีต่อแบรนด์ โดยบอนกาแฟสามารถตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในพื้นที่เหล่านี้ได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ท่ามกลางสภาวะการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยที่มีปริมาณการนำเข้าเมล็ดกาแฟสูงถึงหลายหมื่นตันต่อปี เพื่อรองรับการบริโภคที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว บอนกาแฟให้ความสำคัญอย่างมากกับการจัดหาวัตถุดิบและการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพของเมล็ดกาแฟ ความโปร่งใสในกระบวนการผลิต และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจในกลุ่มโรงแรมและธุรกิจ Hospitality

คุณอุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (CEO) บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมืองพัทยาและพื้นที่ภาคตะวันออกถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม Hospitality ในประเทศไทย การที่บอนกาแฟดำเนินงานและให้บริการผ่านสำนักงานสาขาพัทยา ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพัทยา-นาเกลือ มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ทำให้บริษัทมีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านคุณภาพของวัตถุดิบที่ต้องได้มาตรฐาน รวมถึงเทคโนโลยีของเครื่องทำกาแฟที่ทันสมัย
นอกจากคุณภาพของวัตถุดิบแล้ว บอนกาแฟยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายแบบ Total Solution ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด จนสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้สูงถึง 70% การที่บอนกาแฟสามารถรักษามาตรฐานและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญในการให้บริการที่ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจกาแฟในระดับมืออาชีพ

ในยุคปัจจุบันที่เทรนด์การท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน หรือ Eco-Tourism มากขึ้น รวมถึงผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับหลักการ ESG มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บอนกาแฟจึงพร้อมที่จะยกระดับภาคการท่องเที่ยวของไทยด้วยโซลูชัน Sustainable Coffee โดยนำเสนอเมล็ดกาแฟที่ได้รับตรารับรอง Rainforest Alliance Certified ทั้งในแบรนด์ Segafredo และ Boncafe เพื่อเป็นผู้สนับสนุนเบื้องหลังให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มโรงแรมและธุรกิจ Hospitality ในการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
การนำเสนอเมล็ดกาแฟที่ได้รับรอง Rainforest Alliance Certified มีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบประสบการณ์กาแฟคุณภาพสูงให้แก่แขกผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก โดยเป็นกาแฟที่ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน คุณอุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ กล่าวว่า หากวันนี้ผู้บริโภคเลือกกาแฟที่ดื่มแล้วดี ไม่ใช่แค่ดีต่อตัวผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งผลดีต่อป่าไม้ เกษตรกร และโลกทั้งใบ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณภาพและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง Rainforest Alliance ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการปกป้องผืนป่า การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมค่าแรงที่เหมาะสมและสภาพการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับผู้ผลิต ตลอดจนช่วยสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มผู้ประกอบการในปัจจุบันที่มองหาวัตถุดิบคุณภาพสูงพร้อมแนวทางที่สร้างคุณค่าให้กับธุรกิจและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
สำหรับไฮไลต์สำคัญของ บอนกาแฟ ภายในงาน Pattaya Hospitality Show 2026 ในปีนี้ คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟคั่วคุณภาพสูงจากทั้งแบรนด์ Segafredo และ Boncafe ที่ได้รับการรับรอง Rainforest Alliance Certified อย่างเป็นทางการ พร้อมกับการนำเสนอโซลูชันสำหรับกลุ่มโรงแรมและธุรกิจ Hospitality แบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในสถานประกอบการต่างๆ

นอกจากเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงแล้ว บอนกาแฟยังนำเสนอนวัตกรรมเครื่องชงกาแฟระดับพาณิชย์ที่ทันสมัย พร้อมด้วยบริการออกแบบสูตรเครื่องดื่มเฉพาะสำหรับองค์กร เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับแต่ละธุรกิจ รวมถึงการจัดอบรมบาริสต้ามืออาชีพโดย Boncafe Academy ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มโรงแรมและธุรกิจ Hospitality โดยเฉพาะ การบริการที่ครบวงจรเหล่านี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์และเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับวัตถุดิบที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญในวันที่ 2 ของงาน คือความคึกคักของการแข่งขัน Thailand Eastern Latte Art Battle Challenge ซึ่งเป็นเวทีที่บาริสต้าจำนวน 32 คนได้เข้าร่วมประชันฝีมือเพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดลาเต้อาร์ต โดยบอนกาแฟทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันครั้งนี้ โดยสนับสนุนอุปกรณ์ระดับพรีเมียม ได้แก่ เครื่องชงกาแฟคาริมาลี่ โกลว์ ราคา 145,000 บาทต่อเครื่อง, เครื่องบดกาแฟ ยูเรก้า รุ่น ATOM W75 ราคา 72,000 บาทต่อเครื่อง, เครื่องแทมเปอร์อัตโนมัติ ยูเรก้า ดิสโก้ รุ่น สแตนด์อโลน ราคา 19,900 บาทต่อเครื่อง และเมล็ดกาแฟ บอนกาแฟ มอคค่า เคเทอริ่ง จำนวน 20 กิโลกรัม ราคา 5,440 บาทต่อเครื่อง รวมมูลค่าของอุปกรณ์ที่สนับสนุนรวมกว่า 480,000 บาท

ในช่วงท้ายของการนำเสนอ คุณอุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ ได้กล่าวถึงความพิเศษสำหรับผู้ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ว่า จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้ลิ้มรสชาติอันละมุนและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของ ‘BONTEA Signature Collection’ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากบอนกาแฟที่มีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Boncafe Showroom ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามรายละเอียดผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเว็บไซต์ www.boncafe.co.th และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก Boncafe Thailand, อินสตาแกรม boncafethailand, LINE OA: @boncafethailand รวมถึงช่องทางสั่งซื้อสินค้าผ่าน Lazada และ Shopee ในชื่อ Boncafe Thailand
hashtags: บอนกาแฟ,PattayaHospitalityShow2026,SustainableCoffee,RainforestAlliance,Segafredo,Boncafe










บอนกาแฟ PattayaHospitalityShow2026 SustainableCoffee RainforestAlliance Segafredo Boncafe