Vũ Cát Tường (VCT) ศิลปินชื่อดังจากเวียดนาม เปิดตัวซิงเกิลภาษาอังกฤษใหม่ล่าสุด “Change” เพลงที่ถ่ายทอดความหมายของการก้าวไปข้างหน้าและเชื่อมั่นในจังหวะชีวิตของตนเอง
Vũ Cát Tường (VCT) ศิลปินผู้มีความสามารถรอบด้านทั้งในฐานะนักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ชื่อดังจากประเทศเวียดนาม ได้ทำการปล่อยผลงานเพลงใหม่ล่าสุดในชื่อ “Change” ซึ่งเป็นซิงเกิลภาษาอังกฤษที่เขาตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน โดยใช้ระยะเวลาในการผลิตและสร้างสรรค์ผลงานนี้ยาวนานกว่า 1 ปีเต็ม โดยผลงานชิ้นนี้ถือเป็นผลงานลำดับแรกที่เขาเลือกนำเสนอเพื่อสื่อถึงการก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาทางดนตรีครั้งใหม่ของเขา

การเปิดตัวซิงเกิล “Change” ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปล่อยเพลงใหม่ทั่วไป แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณสำคัญถึงแฟนเพลงทั้งในประเทศบ้านเกิดของเขาและแฟนเพลงจากต่างประเทศทั่วโลก ให้ได้รับรู้ถึงทิศทางใหม่ของผลงานเพลงที่จะตามมาในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมความพร้อมสำหรับอัลบั้มชุดใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเลือกใช้ภาษาอังกฤษในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานผู้ฟังให้กว้างไกลยิ่งขึ้น
จุดเริ่มต้นอันน่าสนใจของเพลง “Change” เกิดขึ้นจากการร่วมสร้างสรรค์ระหว่าง VCT กับทีมงานคุณภาพอย่าง Eric Derwallis, Hero DeLano และ Cehryl โดยจุดเริ่มต้นของบทเพลงนี้เกิดขึ้นในสถานที่ที่พิเศษในช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง นั่นคือระหว่างการเดินทางไปปฏิบัติงานที่เมือง Los Angeles ในวันที่มีฝนตกหนักซึ่งหาได้ยากยิ่ง เนื่องจากเมืองดังกล่าวแทบจะไม่มีฝนตกเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่เขากำลังพูดคุยเรื่องดนตรีกับ Eric Derwallis อยู่ภายในสตูดิโอ

ในระหว่างการพูดคุยกันนั้น อาการเจ็ตแล็กทำให้ VCT เผลอหลับไปชั่วขณะหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญ ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงไลน์กีตาร์ที่ Eric กำลังบรรเลงอยู่ข้างๆ ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ทันทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา VCT ได้ถามคำถามสำคัญกับ Eric ทันทีว่า “ไลน์กีตาร์ที่คุณเพิ่งเล่นเมื่อกี้คืออะไร? อัดเสียงไว้เลย นั่นจะเป็นเพลงใหม่ของเรา” และในช่วงเวลาสั้นๆ ในวันนั้นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศพิเศษ ก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของเพลง “Change” ในที่สุด
เนื้อหาหลักของเพลง “Change” นั้นสื่อสารถึงช่วงเวลาสำคัญที่มนุษย์เราตระหนักได้ว่าถึงเวลาที่ต้องเดินหน้าต่อไป แม้ว่าในขณะนั้นจะยังไม่สามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่าเส้นทางข้างหน้าที่กำลังจะไปถึงนั้นจะนำพาไปสู่ที่ใดหรืออย่างไรก็ตาม สำหรับ VCT แล้ว การเลือกใช้ภาษาในการสื่อสารไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นหลักในการผลิตเพลงนี้ แต่เขาเริ่มต้นจากการนำประสบการณ์จริงและความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นตัวตั้งต้นในการสร้างสรรค์ผลงานทางดนตรี

กระบวนการสร้างสรรค์ของเขาเริ่มต้นจากการนำความรู้สึกมาถ่ายทอดออกมาเป็นท่วงทำนองก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ค้นหาเมโลดี้ที่สามารถเข้ากับอารมณ์ของเพลงได้ดีที่สุด และปล่อยให้บทเพลงค่อยๆ เติบโตไปในทิศทางที่เป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดย VCT ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำเพลงนี้ไว้ว่า “จริง ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเพลงเป็นภาษาอังกฤษ แต่เพลง ‘Change’ มันถูกแต่งขึ้นมาแบบนั้นเอง ผมเขียนเมโลดี้ขึ้นมาจากความรู้สึก แล้วปล่อยให้เพลงค้นหารูปแบบที่รู้สึกว่าใช่สำหรับมัน”
เขายังได้กล่าวเสริมถึงความตั้งใจในการรักษาตัวตนของผลงานว่า เขาต้องการที่จะเก็บรักษาทั้งภาษาและจิตวิญญาณที่เพลง “Change” ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเอาไว้ให้ได้มากที่สุด หลังจากที่ใช้เวลาบ่มเพาะและสร้างสรรค์มานานกว่าหนึ่งปีเต็ม จนในที่สุด “Change” ก็กลายเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่เขาเลือกนำมานำเสนอในฐานะผลงานแรกจากช่วงเวลาทางดนตรีครั้งใหม่นี้ ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาผลงานของเขาให้มีความลึกซึ้งและเข้าถึงอารมณ์ของผู้ฟังได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Vũ Cát Tường (VCT) ยังได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับพลังของดนตรีที่มีต่อผู้ฟังว่า เขาเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าดนตรีมีวิธีของมันเองในการเดินทางไปถึงหัวใจของใครสักคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะอาศัยอยู่ที่ใดก็ตามในโลกใบนี้ โดยเขากล่าวว่า “หากคุณฟังมาถึงเนื้อเพลงบรรทัดสุดท้าย แล้วคุณรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในใจของคุณ บางทีมันอาจคุ้มค่าที่จะลองมองให้ลึกเข้าไปในตัวเอง และรับรู้ว่าคุณพร้อมจะเปลี่ยนแปลงอะไรแล้วบ้าง” ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ทรงพลังและท้าทายให้ผู้ฟังได้กลับมาสำรวจความรู้สึกภายในของตนเอง
ในส่วนของมิวสิกวิดีโอของเพลง “Change” นั้นมีความโดดเด่นไม่แพ้ตัวเพลง โดยใช้เวลาในการถ่ายทำจนเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาเพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้น โดยได้รับความร่วมมือจากผู้กำกับ Burtnong ซึ่งเป็นผู้เริ่มต้นพัฒนาแนวคิดหลักของมิวสิกวิดีโอ ก่อนที่จะร่วมกับ VCT ในการปรับแต่งเรื่องราวเพื่อให้สามารถสื่อความหมายของเพลงออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด ผ่านการเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ตรงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต และตัดสินใจที่จะทิ้งตัวตนในอดีต รวมถึงวิธีคิดแบบเดิมๆ และความสัมพันธ์ที่ผ่านมาไว้เบื้องหลัง

แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นในอดีตจะเคยเป็นสิ่งที่มอบทั้งความมั่นคงและความสำเร็จให้กับเขาในช่วงเวลาหนึ่งก็ตาม แต่ในที่สุดเขาก็ได้ตระหนักว่าการเดินทางต่อจากนี้จะต้องเกิดขึ้นด้วยตัวของเขาเองเพียงลำพัง โดยที่แสงสว่างที่จะนำทางเขาไปข้างหน้าไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกอีกต่อไป แต่เป็นแสงที่เกิดขึ้นจากภายในจิตใจของเขาเอง เมื่อเขาตัดสินใจยอมปล่อยเทียนในมือทิ้งไป เขาก็พร้อมที่จะพาตัวเองออกไปพบกับขอบฟ้าใหม่ การปล่อยมือในเพลง “Change” จึงไม่ได้มีความหมายถึงการปฏิเสธหรือการทอดทิ้งอดีต แต่เป็นการยอมรับว่าบางสิ่งที่เคยสำคัญในอดีตอาจไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องนำติดตัวไปตลอดเส้นทาง
Vũ Cát Tường (VCT) ได้แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตของเขาว่า มีหลายครั้งที่เขาต้องยืนอยู่หน้าประตูบานใหม่ หรือต้องตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญมากโดยอาศัยเพียงความเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเองเท่านั้น โดยที่ในขณะนั้นเขาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจนั้นจะนำพาเขาไปสู่ที่ใด และทุกครั้งที่เขาตัดสินใจเช่นนั้น ชีวิตมักจะทำให้เขาต้องประหลาดใจกับความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา

เขายังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความเข้าใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงว่า ยิ่งเขาเดินบนเส้นทางของตัวเองมาไกลเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเรายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป เราไม่จำเป็นต้องมีคำตอบที่สมบูรณ์ครบถ้วนก่อนที่จะเริ่มต้นลงมือทำ เพราะในส่วนลึกของจิตใจแล้ว เรารู้อยู่แล้วว่าเมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่ต้องก้าวต่อไป จากจุดเริ่มต้นในวันฝนตกที่ Los Angeles สู่ซิงเกิล “Change” ที่ใช้เวลาสร้างสรรค์นานกว่า 1 ปี เพลงนี้ได้แสดงให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของ VCT และปูทางสู่การเป็นศิลปินที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าในจังหวะของตัวเองอย่างมั่นคง
Vũ Cát Tường ถือเป็นหนึ่งในศิลปิน นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังในวงการเพลงเวียดนามมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ โดยเขาเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการเข้าร่วมรายการ The Voice Vietnam 2013 ก่อนจะสร้างผลงานเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง “Vết Mưa”, “Yêu Xa” และ “Mơ” นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกให้ติดอันดับ Forbes Vietnam 30 Under 30 และได้รับรางวัลจากเวทีดนตรีสำคัญหลายรายการ ล่าสุดในปี 2025 เขายังได้เข้าร่วมรายการ Anh Trai “Say Hi” Season 2 และได้รับตำแหน่ง The Best Leader รวมถึงติดอันดับ Best 5 ของรายการอีกด้วย









VuCatTuong VCT Change