ดิบ บางกอก เปิดนิทรรศการ “Giving Life ชีวิต ชีวา” ระหว่างวันที่ 26 กันยายน 2569 – 3 พฤษภาคม 2570 ชวนชมผลงานกว่า 160 ชิ้นจาก 33 ศิลปินไทยและนานาชาติ พร้อมไฮไลต์ผลงานของ Alexander Calder
ดิบ บางกอก (Dib Bangkok) ประกาศเปิดประตูสู่บทใหม่ของการสัมผัสประสบการณ์ศิลปะร่วมสมัยผ่านนิทรรศการ “Giving Life ชีวิต ชีวา” ซึ่งถือเป็นนิทรรศการครั้งที่สองนับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2568 โดยนิทรรศการครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานที่หลากหลายกว่า 160 ชิ้น จากศิลปินไทยและศิลปินนานาชาติรวมทั้งสิ้น 33 ท่าน มานำเสนอผ่านมุมมองที่น่าสนใจและลึกซึ้ง

หัวใจสำคัญของนิทรรศการ “Giving Life ชีวิต ชีวา” คือการนำเสนอผลงานที่ท้าทายให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามถึงความหมายของคำว่า “ชีวิต” ในมิติของงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของวัสดุที่นำมาใช้ แนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์ หรือแม้แต่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ถูกนำมาถักทอเข้าด้วยกัน จนทำให้ผลงานแต่ละชิ้นไม่ได้เป็นเพียงวัตถุที่หยุดนิ่ง แต่สามารถเคลื่อนไหว ตอบสนอง และเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทได้
ผลงานในนิทรรศการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดประสบการณ์ร่วมกับผู้ชมอย่างแท้จริง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของศิลปะที่มีชีวิตชีวา ไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงวัตถุที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่เป็นการสื่อสารผ่านการเคลื่อนไหวที่สร้างความรู้สึกร่วมให้แก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงพลังของศิลปะที่สามารถสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าตื่นตาตื่นใจ
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของนิทรรศการครั้งนี้คือการจัดแสดงผลงานของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ (Alexander Calder) ซึ่งเป็นศิลปินระดับโลกผู้บุกเบิกแนวคิดเรื่องการเคลื่อนไหวในงานประติมากรรมอย่างโดดเด่น โดยผลงานของเขาจะถูกนำมาเป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงเข้ากับผลงานของศิลปินไทยและนานาชาติหลากหลายรุ่นที่ร่วมแสดงในครั้งนี้ เพื่อสร้างบทสนทนาที่ต่อเนื่องและสะท้อนให้เห็นถึงความงามของการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลง
รายชื่อศิลปินที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในนิทรรศการนี้ประกอบไปด้วยศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับสากลและระดับประเทศ อาทิ Paul Chan, Izumi Kato, Caitlin Keogh, Tuan Andrew Nguyen, Tobias Rehberger, Yukinori Yanagi, Rachel Youn, ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช, สุธี คุณาวิชยานนท์, สุรสีห์ กุศลวงศ์ และ วสันต์ สิทธิเขตต์ รวมถึงศิลปินท่านอื่น ๆ อีกมากมายที่จะมาร่วมถ่ายทอดพลังแห่งชีวิตที่ซ่อนอยู่ในงานศิลปะผ่านผลงานของตนเอง ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ถึง 3 พฤษภาคม 2570

นิทรรศการนี้ยังได้หยิบยกเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ กับประเทศไทยขึ้นมาเล่าใหม่ในแง่มุมที่อาจไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) ซึ่งเป็นช่วงปลายของสงครามเวียดนาม ผลงาน Circus ของคาลเดอร์เคยถูกนำมาจัดแสดงที่ หอศิลป พีระศรี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผลงานของเขาได้ปรากฏให้เห็นในประเทศไทย และยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการศิลปะไทย
ในช่วงเวลาดังกล่าว ศิลปินไทยจำนวนมากที่เดินทางกลับจากต่างประเทศได้เริ่มขยายขอบเขตของศิลปะไปสู่แนวทางใหม่ ๆ อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปะนามธรรม ศิลปะจัดวาง ศิลปะการแสดง หรือศิลปะที่เชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคม นิทรรศการ “Giving Life ชีวิต ชีวา” จึงนำช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์นั้นกลับมาทบทวนอีกครั้งผ่านวัสดุและเอกสารจากจดหมายเหตุมากกว่า 60 รายการ เพื่อสำรวจพัฒนาการของแนวคิดและการทดลองทางศิลปะที่เดินทางผ่านหลายรุ่น
การจัดนิทรรศการในครั้งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่งเนื่องจากจัดขึ้นในปีที่ครบรอบ 50 ปีการจากไปของคาลเดอร์ โดยตั้งใจนำเรื่องราวการปรากฏตัวของเขาในไทยมาพิจารณาในบริบทที่กว้างขึ้นของประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ นิทรรศการนี้จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมต่ออดีตเข้ากับปัจจุบัน เพื่อให้เห็นถึงวิวัฒนาการของศิลปะที่ยังคงส่งผลกระทบและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลังอย่างต่อเนื่องและชัดเจน
สำหรับ ดิบ บางกอก นิทรรศการ “Giving Life ชีวิต ชีวา” ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาบทบาทของพิพิธภัณฑ์สู่การเป็นสถาบันทางศิลปะและวัฒนธรรมที่มีชีวิตของกรุงเทพฯ โดยต่อยอดจากนิทรรศการแรก “(In)visible Presence” เพื่อเดินหน้าสานต่อพันธกิจในการเชื่อมโยงมุมมองจากประเทศไทยเข้ากับแวดวงศิลปะร่วมสมัยระดับโลก พร้อมเปิดพื้นที่เพื่อสร้างและขยายฐานผู้ชมและผู้สนับสนุนงานศิลปะ รวมถึงส่งเสริมศักยภาพของคนทำงานสร้างสรรค์รุ่นใหม่และเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศทางศิลปะและวัฒนธรรม

คุณภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งและประธาน ดิบ บางกอก ระบุว่านิทรรศการนี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะให้ดิบเป็นสถาบันที่มีชีวิตซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังของศิลปิน ผู้ชม และเมืองที่อยู่รอบข้าง โดยไม่พึ่งพาเพียงแค่คอลเลกชันศิลปะของตนเองเท่านั้น นอกจากนี้ ดิบ บางกอก ยังได้รับการยอมรับในระดับสากลจากการได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน TIME’s World’s Greatest Places 2026 และถูกนิตยสาร Monocle ยกย่องให้เป็นแลนด์มาร์กทางสถาปัตยกรรมที่เปรียบเสมือน “Thailand’s answer to New York’s MoMA”
การที่ ดิบ บางกอก ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงมุมมองจากประเทศไทยเข้ากับบทสนทนาของศิลปะร่วมสมัยระดับโลกอย่างชัดเจน โดยมุ่งหวังที่จะสร้างพื้นที่ที่ผู้คนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ของพวกเขา และเป็นสถาบันสาธารณะที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสังคม เพื่อให้ศิลปะสามารถเติบโตและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต
hashtags: [DibBangkok, GivingLife, AlexanderCalder, ContemporaryArt, ArtExhibition]

DibBangkok GivingLife AlexanderCalder ContemporaryArt ArtExhibition