อัตตา ร่วมกับ คามิน เลิศชัยประเสริฐ จัดนิทรรศการ “ภูเขาคือภูเขา แม่น้ำคือแม่น้ำ” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การตระหนักรู้ถึงคุณค่าของชีวิตและสัจธรรมผ่านผลงานศิลปะ ณ พิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ ๓๑ จังหวัดเชียงใหม่
อัตตามีความยินดีขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ในนิทรรศการ “ภูเขาคือภูเขา แม่น้ำคือแม่น้ำ” ซึ่งเป็นนิทรรศการที่นำเสนอสุนทรียะแห่งการประจักษ์แจ้ง โดยนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นลำดับที่ ๑๔ ของโครงการสอบถามตัวตน (Self-Enquiry) ซึ่งสร้างสรรค์โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐ โดยได้รับความร่วมมือจาก อัตตา ในการจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ ๓๑ (สำนักงาน) ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจที่ลึกซึ้ง

เนื้อหาภายในนิทรรศการเป็นการรวบรวมประสบการณ์ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ที่ได้พบกับบุคคลและผลงานศิลปะอันทรงพลัง ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการตระหนักรู้และประจักษ์แจ้งถึงคุณค่าและความหมายของชีวิตที่แท้จริง โดยเฉพาะการได้รู้จักและรับชมผลงานศิลปะในอดีตของ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช อย่างผลงาน “Untitled 1990 (Shall we dance)” ณ นิวยอร์ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำไปสู่การก่อตั้งมูลนิธิร่วมกันในเวลาต่อมา
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวได้นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานสำคัญอย่าง Pad Thai, 1990 - 2004 ซึ่งปรากฏในนิทรรศการ “ไร้แก่นสาร (Nothing)”, ๒๕๔๗ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ผลงานศิลปะย้อนหลังโดย ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช และ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ชิ้นนี้ได้สร้างการตื่นรู้ในโลกศิลปะของคามินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะรูปแบบสุนทรียศาสตร์เชิงสัมพันธ์ ที่เน้นความสำคัญของบริบทด้านพื้นที่และกาลเวลาเป็นหลัก

ศิลปะรูปแบบสุนทรียศาสตร์เชิงสัมพันธ์ที่คามินได้เรียนรู้นั้น สามารถนำพาผู้เข้าชมให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ซึ่งก่อให้เกิดประสบการณ์ตรงกับสัจจะที่อยู่เหนือพ้นกรอบการรับรู้ทางสายตาปกติ นอกจากนี้การได้มีบุญวาสนารู้จักและรับรู้ถึงเรื่องราววิถีชีวิตของ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ โดยเฉพาะจากการเดินทางแสวงบุญจาก เชียงใหม่ ไปยังสมุย ที่ปรากฏในหนังสือ “เดินสู่อิสรภาพ” ยังได้สร้างการตื่นรู้ภายในให้แก่ผู้อ่านจำนวนมาก และสร้างความตระหนักรู้โลกภายในให้แก่คามินด้วย
ประสบการณ์และวิถีชีวิตของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ได้กลายเป็นแบบอย่างที่สำคัญให้แก่บุคคลธรรมดาสามัญว่าสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสันติและเรียบง่าย ในนิทรรศการครั้งนี้ คามินจึงได้รวบรวมผลงานต่าง ๆ ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันที่สร้างแรงบันดาลใจในการประจักษ์แจ้งถึงความจริง ความดี และความงามที่มีอยู่แล้วในความธรรมดาสามัญผ่านผลงานศิลปะที่หลากหลาย เช่น ประติมากรรมพระพุทธรูป paper mache (Thai Bank Note) “พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา” ๒๕๕๓ และประติมากรรม “สังสารวัฎ” (เกิด,แก่เ,จ็บ,ตาย) ๒ศศวรรษ ๒๕๕๓-๒๕๕๔

นอกจากนี้ยังมีผลงานประติมากรรม ”เมตตา” ๒๕๕๙ ซึ่งสื่อถึงปัจจุบันขณะที่ไร้กาลเวลา ผลงานภาพพิมพ์ ธรรมชาติของความว่าง ๒๕๕๙ และผลงานศิลปะแนวความคิด “คามิน+อัตตา+วาทะ+อุปทาน” ๒๕๔๖ รวมถึงผลงานล่าสุดที่สะท้อนการบันทึกชีวิตผ่านสื่อต่าง ๆ ได้แก่ วีดีโอ “ฟ้าใส” ๒๕๖๖, วีดีโอ “เป่าขลุ่ยไร้เสียง” ๒๕๖๙, ภาพถ่าย “พระอาทิตย์ขึ้นที่หาดบ้านกรูด” ๒๕๖๙ และภาพถ่าย “แสง” ๒๕๖๙ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเครื่องมือในการสื่อสารสภาวะภายในที่คามินได้ค้นพบผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะ
นิทรรศการครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากศิลปินรับเชิญอีกหลายท่านที่ร่วมสร้างความตระหนักรู้ผ่านผลงานของตนเอง จนทำให้ความรัก ความเมตตา และความว่างปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น เช่น ผลงานบนเสื้อยืด “If value, then copy” 2001 โดย Superflex และผลงานเขียนอักษร “breathe gently for the miracles to be displayed ” ๒๕๖๖ ของ Br.Chan Troi Dat Nguyen ซึ่งเป็นพระจากหมู่บ้านพลัม รวมถึงผลงานภาพถ่าย “ART IS OVER 2007” (เรามาปลูกข้าวกันดีกว่า) โดย อังกฤษ อัจฉริยโสภณ

ในส่วนของศิลปินท่านอื่น ๆ ยังมีผลงานจิตรกรรมผสมภาพพิมพ์ใบไม้ “สูงสุดคืนสู่สามัญ” ๒๕๖๙ โดย ธีระศักดิ์ ปัญญาแก้ว และผลงานตัวอักษร “คามินไม่ใช่และไม่ใช่ไม่ใช่คามิน” ๒๕๖๙ โดย วีระกิจ อัชรีวงศ์ไพศาล รวมถึงบทกวี “อายุยืนหมื่นปีจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่มีคนแบ่งปันทุกข์สุข” ๒๕๖๙ โดย ประสิทธิ์ คงสมัย และกิจกรรมพิเศษอย่าง อาบเสียง (Sound Bath healing workshop) ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๙ โดย Geshe YongDong ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาวะแห่งการตื่นรู้ในพื้นที่นิทรรศการ
ผลงานทั้งหมดที่นำมาจัดแสดงนี้เป็นการนำเสนอการผสมผสานอย่างลึกซึ้งระหว่างโลกภายในและโลกภายนอก ระหว่างคุณค่าและมูลค่า รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตและศิลปะ เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้มาบรรจบกันจนกลายเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ จนบางครั้งไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าสิ่งใดคืออะไร หรือเกิดความสับสนขึ้นในใจของผู้ชม จนนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความหมายและคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม ความสับสนเหล่านั้นมักจะนำไปสู่ความกระจ่างแจ้งและการประจักษ์แจ้งถึงสัจธรรมที่ซ่อนอยู่ การตระหนักรู้ถึงความสัมพันธ์ของความงาม ความดี และความจริงที่ดำรงอยู่แล้วในตนเองและในธรรมชาติ ทุกสรรพสิ่งเป็นเพียงความจริงสมมติ การเฝ้าดูและเรียนรู้ที่จะยอมรับต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏอย่างที่มันเป็นตามธรรมดาธรรมชาติ จะนำไปสู่การประจักษ์แจ้งภายในถึงสภาวะการไร้ตัวตนและไร้กาลเวลา ซึ่งคามินได้ให้คำนิยามสภาวะนี้ว่าเป็นสุนทรียะแห่งจักรวาล หรือสุนทรียะแห่งจิตวิญญาณ
งานเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในรูปแบบของงานเสวนาในหัวข้อ “สุนทรียะแห่งการ ประจักษ์แจ้ง (Aesthetic of Illumination)” ในวันเสาร์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๔:๐๐ น. โดยจะเป็นการสนทนาล้อมวงระหว่างบุคคลสำคัญ ๔ ท่าน ได้แก่ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ (นักปรัชญา และนักเขียนผู้เดินทาง ภายใน), ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช (ศิลปินไทยร่วมสมัย ผู้ริเริ่มการเกิดศิลปะรูปแบบสุนทรียศาสตร์เชิงสัมพันธ์), ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา (นักเขียนและบรรณาธิการผู้ก่อตั้งนิทรรศการ OPEN) และ คามิน เลิศชัยประเสริฐ โดยจะเปิดให้เข้าชมผลงานร่วมกันจนถึงเวลา ๑๘:๐๐ น.
นิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ ๓ ตุลาคม ถึง ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๙ ณ พิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณ ร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ ๓๑ (สำนักงาน) ตั้งอยู่ที่เลขที่ ๑๐๐/๖ หมู่ ๑๐ ซอยวัดอุโมงค์ ๑๑ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ๕๐๒๐๐ โดยพิพิธภัณฑ์เปิดทำการทุกวันเสาร์-อังคาร เวลา ๑๓:๐๐-๑๗:๐๐ น. เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับสภาวะแห่งการสูญเสีย การตระหนักรู้ถึงความเมตตา ความรักที่ไม่มีตัวตนเป็นศูนย์กลาง และความงามจากศิลปะ บทกวี และทิวทัศน์ที่นำไปสู่การประจักษ์แจ้ง
hashtags: ภูเขาคือภูเขาแม่น้ำคือแม่น้ำ,คามินเลิศชัยประเสริฐ,พิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่31,สุนทรียะแห่งการประจักษ์แจ้ง,ฤกษ์ฤทธิ์ตีระวนิช
ภูเขาคือภูเขาแม่น้ำคือแม่น้ำ คามินเลิศชัยประเสริฐ พิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ สุนทรียะแห่งการประจักษ์แจ้ง ฤกษ์ฤทธิ์ตีระวนิช