บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าขยายศักยภาพการขนส่งระหว่างประเทศ เชื่อมโยงการจัดส่งจากไทยสู่กว่า 234 ปลายทางทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศเดินหน้าขยายศักยภาพของบริการขนส่งระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการเชื่อมโยงการจัดส่งสินค้าจากประเทศไทยออกสู่สายตาชาวโลก โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ครอบคลุมและหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้บริการในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเอกสารสำคัญ ไปรษณียภัณฑ์ หรือพัสดุขนาดต่าง ๆ ที่ต้องการความรวดเร็วและปลอดภัยในการส่งไปยังต่างประเทศ
การบริการของไปรษณีย์ไทยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่กว้างขวาง ตั้งแต่ประชาชนทั่วไปที่ต้องการส่งของให้คนรู้จัก ไปจนถึงกลุ่มผู้ประกอบการและภาคธุรกิจที่ต้องการขยายฐานลูกค้าสู่ระดับสากล โดยมีบริการที่หลากหลายให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของประเภทสินค้าและระยะเวลาที่ต้องการ เช่น บริการ EMS World, Courier Post, Courier Post Plus, ePacket และพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยถึงความพร้อมขององค์กรในการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่ง โดยปัจจุบันไปรษณีย์ไทยสามารถรองรับการจัดส่งพัสดุและไปรษณียภัณฑ์ระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ทั่วโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้การส่งสินค้าจากไทยไปยังต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกขั้นตอนของการขนส่ง
ด้วยเครือข่ายที่กว้างขวางของไปรษณีย์ไทยในปัจจุบัน สามารถรองรับการจัดส่งพัสดุและไปรษณียภัณฑ์ระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายกว่า 1,168 แห่ง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 234 ปลายทางทั่วโลก การมีเครือข่ายที่ครอบคลุมเช่นนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะถูกส่งถึงมือผู้รับในประเทศต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นการส่งในปริมาณน้อยสำหรับผู้ใช้บริการทั่วไป หรือการส่งในปริมาณมากสำหรับผู้ประกอบการ E-commerce และกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่ต้องการขยายฐานการค้าไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการขนส่งพื้นฐานแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนอย่างครบวงจร โดยมีการจัดเตรียมบริการเสริมที่ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการในส่วนของคลังสินค้า หรือบริการ Fulfillment ที่ช่วยจัดการสต็อกสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึงการดูแลด้านภาษี และการดำเนินพิธีการศุลกากรขาออกแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งบริการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงานที่ซับซ้อนให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการส่งสินค้าสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสนับสนุนเหล่านี้มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเชื่อมต่อโอกาสทางการค้าและเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น การลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการจัดการเอกสารและการขนส่งจะช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยผ่านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่แข็งแกร่งและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ประกอบการทุกระดับที่ต้องการเติบโตในระดับสากล
ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพการขนส่งระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีการบริหารจัดการเส้นทางและเครือข่ายการขนส่งให้มีความเหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศปลายทาง การวิเคราะห์เส้นทางที่เหมาะสมจะช่วยให้การขนส่งมีความรวดเร็วและลดความเสี่ยงในการสูญหายหรือความล่าช้า นอกจากนี้ยังมีการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายไปรษณีย์และพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรับฝาก การขนส่ง และการนำจ่ายสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อในทุกขั้นตอน
ในขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริหารจัดการทรัพยากรและการใช้พลังงานอย่างเหมาะสมในทุกกระบวนการขนส่ง การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพนี้ไม่ได้ส่งผลดีเพียงแค่ต่อความรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังช่วยในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานและคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้าให้คงอยู่ในระดับสูงเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้บริการจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากการใช้บริการของไปรษณีย์ไทยในทุกครั้งที่เลือกใช้บริการส่งของไปต่างประเทศ
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้าน Cross-Border Logistics เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการในการส่งสินค้าไปต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น โดยมีการเปิดให้บริการ International Service Fast Lane หรือทางด่วนส่งต่างประเทศ จำนวน 364 แห่งทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งสินค้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น บริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดระยะเวลาในการรอคอยและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดการพัสดุที่ต้องส่งออกไปยังต่างประเทศในทันที
ที่จุดบริการ International Service Fast Lane จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า Master คอยให้บริการและให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะมีความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการฝากส่ง รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารประกอบการส่งออกและใบแจ้งหนี้ หรือ Invoice ตลอดจนดำเนินการจ่าหน้าพัสดุ ณ จุดบริการให้เสร็จสิ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการกลุ่ม SMEs และร้านค้า e-Commerce
ไปรษณีย์ไทยยังนำเสนอทางเลือกในการดำเนินพิธีการศุลกากรที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้บริการแต่ละราย เช่น บริการ Courier Post ซึ่งจะดำเนินการพิธีการศุลกากร ณ ประเทศปลายทางแบบเบ็ดเสร็จ โดยกำหนดให้ผู้รับเป็นผู้ชำระค่าภาษีอากร (DDU) หรือในกรณีของ Courier Post Plus ที่มีทางเลือกให้เลือกได้ทั้งแบบที่มีบริการเสริมด้านการดำเนินพิธีการศุลกากร โดยผู้รับเป็นผู้ชำระภาษี ณ ปลายทาง (DDU) และแบบที่รองรับการดำเนินพิธีการศุลกากรแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นทาง (DDP) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการภาระด้านภาษีได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ
สุดท้ายนี้ ไปรษณีย์ไทยยังสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศด้วยสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิก POST Family ที่จะได้รับส่วนลด 14.4% สำหรับทุกชิ้นและทุกปลายทาง เมื่อใช้บริการ EMS World (ประเภท Merchandise), ePacket, Courier Post (ประเภท Merchandise) หรือ Courier Post Plus (DDP) ที่มียอดค่าบริการตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ international.thailandpost.com/services เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งสินค้าสู่ตลาดโลกอย่างมั่นใจ
ไปรษณีย์ไทย EMSWorld ePacket CourierPost CrossBorderLogistics