เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC พร้อมอีก 12 บริษัทในกลุ่มธุรกิจ ผ่านมาตรฐาน มอก. 9999 เพื่อนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้บริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความเติบโตที่มั่นคง
เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC และอีก 12 บริษัทในกลุ่มธุรกิจของ SCGC ได้รับการรับรองมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม มอก. 9999 อย่างเป็นทางการ โดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ หรือ MASCI ซึ่งเป็นสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม การได้รับรองในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสมดุลที่สำคัญระหว่างการเติบโตของธุรกิจและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
เป้าหมายหลักของการนำมาตรฐาน มอก. 9999 มาใช้คือการสร้างสมดุลในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านความเสี่ยง สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับองค์กรในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน การได้รับรองมาตรฐานนี้ยังช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมภายนอกได้อย่างยั่งยืน โดยมี นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI เป็นผู้มอบประกาศนียบัตรรับรองอย่างเป็นทางการให้แก่ผู้บริหารของกลุ่มธุรกิจ
ในพิธีมอบประกาศนียบัตรรับรองนั้น นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC เป็นผู้รับมอบประกาศนียบัตรในฐานะตัวแทนหลัก พร้อมด้วยกรรมการผู้จัดการของทั้ง 12 บริษัทในกลุ่มธุรกิจที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. 9999 ร่วมกัน การรับรองนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มธุรกิจในการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยเน้นการสร้างความมั่นคงในระยะยาวผ่านการบริหารจัดการที่มีระบบและมีหลักการที่ชัดเจน

มาตรฐาน มอก. 9999 หรือมาตรฐานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม โดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ถือเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับองค์กรธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการนำหลักการที่สำคัญมาปรับใช้ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน
การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมนั้น อาศัยหลักการสำคัญคือ "3 ห่วง 2 เงื่อนไข" ซึ่งประกอบไปด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของความรู้และคุณธรรม การที่องค์กรผ่านมาตรฐาน มอก. 9999 จึงแสดงให้เห็นว่าองค์กรมีความสามารถในการรู้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง และสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมและรอบคอบในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน

ในสภาวะการณ์ปัจจุบันที่โลกมีความเสี่ยงและมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้น การมี "ภูมิคุ้มกัน" ที่ดีจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันของตนเองไว้ได้ การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งจะช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และสามารถเดินหน้าธุรกิจไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน การตัดสินใจบนพื้นฐานของความพอประมาณและความมีเหตุผลจะช่วยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจและสังคมโลก
นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ได้กล่าวถึงความสำคัญของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารธุรกิจว่า การนำหลักการนี้มาใช้ไม่ได้หมายถึงการหยุดชะงักของการเติบโต หรือการลดทอนความสามารถในการแข่งขันขององค์กรลง แต่ในทางตรงกันข้าม คือการมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างมีเหตุผล มีความรอบคอบ และมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจเพื่อให้สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

หัวใจสำคัญของการบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงคือการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ องค์กรต้องมีความเข้าใจในศักยภาพของตนเองอย่างถ่องแท้ และสามารถมองเห็นทั้งโอกาสที่รออยู่และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต การนำข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมาใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลจะช่วยให้องค์กรสามารถเดินหน้าไปได้อย่างรอบคอบ สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเท่าทัน และนำไปสู่การพัฒนาที่ต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับธุรกิจในทุกมิติ
ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง การไม่ปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงถือเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง SCGC จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษาความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจขององค์กรจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว SCGC ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล AI และนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและทำให้การใช้ทรัพยากรต่างๆ เป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด การนำข้อมูลมาเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนและตัดสินใจช่วยให้องค์กรมีความแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมในการทำงานและสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
นอกจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้ว SCGC ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้องค์กรสามารถรับรู้และเท่าทันทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว การมุ่งเน้นความสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมจะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างสมดุล มั่งคั่ง และยั่งยืนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
สำหรับบริษัทที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. 9999 ในครั้งนี้ประกอบด้วย บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) บริษัททีพีซี เพสต์ เรซิน จำกัด บริษัทไทยโพลิเอททีลีน จำกัด บริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัทระยอง เทอร์มินัล จำกัด บริษัทระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด บริษัทเร็ปโก เมนเทนแนนซ์ จำกัด บริษัทอาร์ไอแอล 1996 จำกัด บริษัทระยองไปป์ไลน์ จำกัด บริษัทนวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด และบริษัทมาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด ซึ่งทั้งหมดล้วนมีความมุ่งมั่นในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
hashtags





SCGC มอก9999 เศรษฐกิจพอเพียง ความยั่งยืน