บริทาเนียประกาศรุกตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในพื้นที่ยุทธศาสตร์ EEC และกรุงเทพฯตะวันออก มุ่งตอบรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนจากต่างชาติ พร้อมเปิดตัวโครงการรวม 8 แห่ง มูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาท

นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ผู้นำการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรภายใต้แนวคิด Crafted for Better Living หรือ ใส่ใจเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ได้ออกมาให้ความเห็นถึงภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยระบุว่าไม่ใช่ทุกทำเลที่จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภค แต่ในมุมมองของบริทาเนียนั้น ตลาดบ้านแนวราบในทำเลรอยต่อกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก ตั้งแต่โซนบางนา-บางพลี-บางบ่อ ไปจนถึงพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีความน่าสนใจคือทิศทางการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่เศรษฐกิจ ตลอดจนการหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย หรือกลุ่ม Expat ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อความต้องการที่อยู่อาศัย โดยอ้างอิงจากข้อมูลบทวิเคราะห์วิจัยกรุงศรีถึงแนวโน้มธุรกิจอุตสาหกรรมปี 2569-2571 พบว่ายอดขายและให้เช่าที่ดินใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 3.0-4.0% ต่อปี หรือประมาณ 7,000-7,300 ไร่ต่อปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีการเติบโตโดดเด่นกว่าพื้นที่อื่น

การขยายตัวของความต้องการซื้อหรือเช่าที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนโครงการ EEC ในพื้นที่ 3 จังหวัดหลัก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้ได้ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ภาครัฐให้การส่งเสริมเป็นพิเศษ ทำให้พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นทำเลทองที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนในระยะยาวสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงในพื้นที่เศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ด้วยศักยภาพในการเติบโตสูงสุดของประเทศจากการเป็นฐานการผลิตหลักที่เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ Eastern Seaboard ประกอบกับการมุ่งเน้นขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ๆ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center), AI และโครงการพัฒนาศูนย์ธุรกิจ EEC รวมถึงความคืบหน้าของเมืองใหม่ที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) กำลังเดินหน้าขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางในพื้นที่เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่นักลงทุนและผู้พักอาศัยให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง

นอกจากความโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมแล้ว ความได้เปรียบด้านทำเลและระบบคมนาคมขนส่งที่ครบครันทั้งทางถนน ทางอากาศ และทางน้ำ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดเชื่อมต่อสำคัญอย่างสนามบินสุวรรณภูมิและอู่ตะเภา รวมถึงท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด อีกทั้งยังใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯได้ไม่นาน ความครบครันเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่ดีของตลาดที่อยู่อาศัยในโซนนี้ ซึ่งบริทาเนียได้เล็งเห็นถึงศักยภาพเหล่านี้และตัดสินใจปักหมุดเป็นฐานใหญ่สำหรับการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบเพื่อรองรับการเติบโตของเมกะเทรนด์ในอนาคต

สำหรับบริทาเนียได้เริ่มรุกตลาดแนวราบในพื้นที่โซนกรุงเทพฯตะวันออก-EEC มาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 8 ปี โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบสะสมรวมกว่า 8 โครงการ จำนวน 1,726 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 8,800 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของมูลค่ารวมทั้งหมดที่บริษัทฯ พัฒนา โดยโครงการเหล่านี้ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยจริงและการลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

โครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาและขายในปัจจุบันมีทั้งหมด 8 โครงการ โดยเน้นการออกแบบในสไตล์ Modern British ที่มีความโดดเด่นและทันสมัย พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานและการใช้ชีวิตในพื้นที่เศรษฐกิจ EEC โดยมีระดับราคาขายที่หลากหลายตั้งแต่ 2.79 ล้านบาท ไปจนถึง 11 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าทั้งสำหรับการอยู่อาศัยเองในระยะยาว และสำหรับนักลงทุนที่มองหาความคุ้มค่าในทำเลศักยภาพสูง โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นพนักงานบริษัท ผู้บริหาร และผู้ที่ต้องการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand)

รูปแบบการพัฒนาโครงการของบริทาเนียมีความหลากหลาย โดยมีทั้งลักษณะที่บริษัทลงทุนพัฒนาเอง 100% และการลงทุนภายใต้โมเดลธุรกิจ “Your Land to New Business” ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินรายใหญ่ (Landlord) ในทำเลที่มีศักยภาพสูง โดยโครงการทั้ง 8 โครงการในโซนนี้สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยตามพื้นที่ได้ชัดเจน โดยในส่วนของโซนบางปะกง (ฉะเชิงเทรา) จะประกอบด้วย 3 โครงการหลักที่เน้นความหลากหลายของรูปแบบที่อยู่อาศัยและการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในพื้นที่เศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โครงการแรกในโซนบางปะกงคือ โครงการ บริทาเนีย บางนา กม.39 ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 42 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดสไตล์ English gable จำนวน 232 ยูนิต โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท และมีมูลค่าโครงการรวม 1,200 ล้านบาท โดยมีจุดเด่นคือการผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,900 บาทต่อเดือน ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวแบบ Montford ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง 23 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ครัวไทย และที่จอดรถ 2 คัน ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ไฮไลท์ Wellness Village ซึ่งเป็นบ้านคุณภาพดีแห่งแรกในบางปะกงที่เน้นความครบครันของพื้นที่ส่วนกลางขนาด 2 ไร่ พร้อมคลับเฮาส์สุดหรูและรองรับนวัตกรรมใหม่ด้วย EV Charger

โครงการ บริทาเนีย บางนา กม.39 ยังมีความโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้งซึ่งติดกับถนนบางนา-ตราด กม.39 ทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายอย่างมาก โดยอยู่ห่างจากถนนบางนา-ตราดเพียง 100 เมตร และอยู่ใกล้กับทางด่วนสำคัญถึง 2 สาย ได้แก่ มอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี และบูรพาวิถี ทำให้การเชื่อมต่อจากที่อยู่อาศัยไปยังพื้นที่ทำงานหรือจุดหมายอื่น ๆ ทำได้รวดเร็วและสะดวกสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางในยุคปัจจุบันที่การเดินทางที่รวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน

โครงการที่สองในโซนเดียวกันคือ โครงการ บริทาเนีย โฮม บางนา-บางปะกง ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่รวมกว่า 38 ไร่ รวมจำนวน 100 ยูนิต โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 4.79 ล้านบาท และมีมูลค่าโครงการรวม 1,250 ล้านบาท โครงการนี้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ The Rhythm Of Leisure Through Life ที่มุ่งเน้นการสร้างสุนทรียะแห่งความผ่อนคลายในทุกจังหวะของชีวิต โดยมีจุดเด่นที่พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 2 ไร่ ที่ออกแบบด้วยสไตล์ Modern Classic พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและเน้นความใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ผ่อนคลายและลงตัวสำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เศรษฐกิจ

การที่บริทาเนียตัดสินใจปักหมุดในโซน EEC และกรุงเทพฯตะวันออกนั้น สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการมองหาโอกาสจากเมกะเทรนด์การลงทุนในอนาคต โดยการพัฒนาโครงการที่หลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ตั้งแต่ 2.79 ถึง 11 ล้านบาท เป็นการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของตลาด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ต้องการบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง หรือกลุ่มนักลงทุนที่มองหาความคุ้มค่าในทำเลที่มีศักยภาพสูง การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ 3 จังหวัดหลัก ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้โครงการของบริทาเนียในโซนนี้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการอยู่อาศัยในระยะยาวอย่างแท้จริง

บริทาเนีย EEC บ้านแนวราบ กรุงเทพตะวันออก อสังหาริมทรัพย์