สโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู จัดกิจกรรมค่ายสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (BTTC Remote Camp) ณ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ จังหวัดอุดรธานี เพื่อเสริมทักษะการสอนมาตรฐานสากลแก่ครูและพัฒนาศักยภาพเยาวชน
การพัฒนาบุคลากรให้เติบโตอย่างมั่นคงในเส้นทางกีฬาจำเป็นต้องอาศัยผู้ฝึกสอนที่มีความรู้ความสามารถในการวางรากฐานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กนักเรียนในสถานศึกษา ครูจึงถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทหลักในการเริ่มต้นตั้งแต่การชักชวนให้เด็กได้รู้จักกับกีฬา การสังเกตความถนัดเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน ไปจนถึงการช่วยพัฒนาทักษะให้มีความก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง การยกระดับทักษะและเสริมความรู้ด้านการฝึกสอนในระดับมาตรฐานสากลให้แก่ครูผู้สอนจึงเป็นการวางรากฐานที่ยั่งยืนสำหรับวงการกีฬาในโรงเรียน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ไม่หยุดอยู่เพียงแค่คนใดคนหนึ่ง แต่สามารถส่งต่อและขยายผลต่อไปได้ในรุ่นต่อๆ ไปอย่างไม่สิ้นสุด

โครงการที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาดังกล่าวคือ “ค่ายสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (BTTC Remote Camp)” ซึ่งเป็นโครงการที่ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เพียงแค่เด็กๆ ได้เข้ามาพัฒนาทักษะกีฬาเทเบิลเทนนิสเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การเชิญครูผู้ฝึกสอนในท้องถิ่นให้เข้ามาเรียนรู้ทักษะการสอนที่เป็นมาตรฐานสากลไปพร้อมๆ กัน ในปีนี้ค่ายดังกล่าวได้เดินทางมาจัดกิจกรรม ณ จังหวัดอุดรธานี ณ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่สำคัญให้กับเหล่าครูผู้สอน และสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ภายใต้มาตรฐานที่ถูกต้อง
เบื้องหลังแนวคิดที่เข้มแข็งของโครงการนี้คือการทำงานของสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (Banpu Table Tennis Club: BTTC) ภายใต้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้เดินหน้าพัฒนาคนผ่านกีฬาเทเบิลเทนนิสมาอย่างยาวนานตลอด 18 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญที่ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างนักกีฬาที่เก่งกาจเท่านั้น แต่ต้องเป็น “คนดี” ที่รู้จักการแบ่งปันความรู้และส่งต่อโอกาสให้แก่ผู้อื่นด้วย เพราะความเชื่อมั่นในการพัฒนาที่ดีนั้นไม่ควรหยุดอยู่แค่ที่ตัวบุคคล เมื่อนักกีฬาได้รับโอกาสและเติบโตขึ้นแล้ว พวกเขายังสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปแบ่งปันและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนอื่นๆ ต่อไปได้อีกมากมาย

สำหรับการส่งเสริมศักยภาพในปีนี้เริ่มต้นจากการมุ่งเน้นไปที่ครูผู้ฝึกสอนจำนวน 30 คน จากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครอุดรธานีที่เข้าร่วมการอบรมในหลักสูตร ITTF Banpu Table Tennis Level I ซึ่งเป็นหลักสูตรอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาเทเบิลเทนนิสระดับมาตรฐานสากลขั้นต้น โดยใช้เวลาในการอบรมอย่างเข้มข้นตลอด 5 วันเต็ม ครอบคลุมตั้งแต่ภาคทฤษฎี การสอบข้อเขียน ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติจริงที่เข้มข้น เนื้อหาการอบรมครอบคลุมทั้งหลักการฝึกสอน เทคนิคการเล่น การออกแบบโปรแกรมฝึกซ้อม และการพัฒนานักกีฬาให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยและระดับทักษะที่แตกต่างกัน
ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินเพื่อรับใบประกาศนียบัตรและการรับรองจากสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดความรู้ไปสู่การพัฒนาการสอนอย่างเป็นระบบ ครูผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ที่ครบถ้วนเพื่อนำไปใช้ต่อยอดได้จริง โดยนายคม จันทะวาลย์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมการอบรมได้กล่าวถึงความประทับใจว่า การอบรมครั้งนี้ทำให้ได้รับรู้ถึงหลักการและรายละเอียดของการฝึกสอนที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ ครูจะสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็กๆ ได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เด็กที่มีพื้นฐานที่ดีมีโอกาสพัฒนาทักษะได้ไกลขึ้น ไม่ว่าจะเล่นเพื่อสุขภาพ ความสนุก หรือเพื่อการแข่งขันในอนาคต

ความรู้ด้านการฝึกสอนนักกีฬาเทเบิลเทนนิสถือเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ครูสามารถส่งต่อทักษะที่ถูกต้องและแม่นยำให้กับเด็กๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันความใส่ใจและความใกล้ชิดของครูผู้สอนจะทำให้เห็นพัฒนาการของเด็กได้อย่างต่อเนื่องและชัดเจน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ครูสามารถช่วยค้นหาความถนัดที่แท้จริงของเด็กแต่ละคน และผลักดันให้เด็กเหล่านั้นก้าวไปสู่ความสำเร็จในเส้นทางกีฬาที่ตนเองถนัดได้อย่างเต็มศักยภาพ การมีครูที่มีความรู้ที่ถูกต้องจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ที่มีคุณภาพในอนาคต
ตัวอย่างความสำเร็จที่เห็นได้ชัดจากการสนับสนุนของครูคือกรณีของ นายวรวุฒิ บุตตะ หรือ “ครูวุฒิ” ครูผู้ช่วยจากโรงเรียนเทศบาล 1 โพศรี สังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานี ผู้ซึ่งเป็นผู้ช่วยเปิดเส้นทางกีฬาให้กับ “อาไช้” ธนกฤต อึ้งมณีประเสริฐ โดยครูวุฒิได้เริ่มต้นจากการชักชวนให้ลองเล่นกีฬาหลากหลายชนิดเพื่อค้นหาความถนัดของเด็ก เมื่อพบว่ากีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับอาไช้ ครูวุฒิจึงได้ชวนมาฝึกซ้อมอย่างจริงจังและพยายามหาโอกาสให้ได้ลงแข่งขันเพื่อพัฒนาฝีมือและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการลงสนามจริง ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญมากในการสร้างนักกีฬา

จากการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของครูควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นตั้งใจในการฝึกซ้อมของตัวนักกีฬาเอง ส่งผลให้อาไช้สามารถพัฒนาฝีมือจนได้กลายเป็นนักกีฬาตัวแทนของเทศบาลนครอุดรธานี และก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นด้วยการเข้าร่วมสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู จนสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติได้สำเร็จในปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของอาไช้เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าการสนับสนุนที่ถูกต้องจากครูผู้ฝึกสอนสามารถเปลี่ยนศักยภาพของเด็กให้กลายเป็นความสำเร็จในระดับสากลได้จริง
ครูวุฒิได้ให้ทัศนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสของเยาวชนในพื้นที่ว่า เด็กที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดนั้นมีศักยภาพที่ไม่แตกต่างจากเด็กในกรุงเทพมหานครเลยแต่อาจจะยังขาดโอกาสในการเข้าถึงการฝึกสอนที่ได้มาตรฐานสากล หากครูและผู้ฝึกสอนในท้องถิ่นได้รับการพัฒนาและฝึกอบรมอย่างถูกต้อง จะสามารถสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงให้กับเด็กๆ ได้มากขึ้น และในอนาคตจะสามารถเห็นนักกีฬารุ่นใหม่ที่เก่งกาจเกิดขึ้นจากจังหวัดอุดรธานีเพิ่มมากขึ้นอีกอย่างแน่นอน การสร้างรากฐานที่แข็งแรงจึงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนให้กับวงการกีฬาในระดับท้องถิ่น

ภายในกิจกรรมค่ายสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปูในปีนี้ ยังมีการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจำนวนกว่า 100 คนจากจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น โดยได้รับคำแนะนำจากโค้ชทีมชาติและผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งมีการแบ่งกลุ่มการฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับพื้นฐานของเด็กแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน ตั้งแต่การเริ่มต้นด้วยการอบอุ่นร่างกาย การฝึกสอนการจับไม้อย่างถูกต้องตามหลักสากล ไปจนถึงการฝึกตีลูกพื้นฐานที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันและยกระดับมาตรฐานการฝึกซ้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่กำหนดไว้
ในส่วนของเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เด็กหญิงอรวรรณ ชุบรัมย์ หรือ “น้องเมษา” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ ได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเข้าร่วมค่ายว่า เธอได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ และสามารถแก้ไขพื้นฐานการเล่นของตนเองให้ถูกต้องมากขึ้นกว่าเดิม โดยมีโค้ชและพี่ๆ นักกีฬาคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทำให้เธอเห็นจุดที่ควรพัฒนาต่อไปได้อย่างชัดเจน นอกจากทักษะการเล่นที่เพิ่มขึ้นแล้ว เธอยังได้รับบทเรียนสำคัญในเรื่องของความตั้งใจ วินัย และการไม่ยอมแพ้ ซึ่งเป็นคุณค่าที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งในการเล่นกีฬาและการเรียนในชีวิตประจำวัน

เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้หลังจากที่การฝึกอบรมสิ้นสุดลง ไม่ใช่เพียงแค่การที่ครูทั้ง 30 คนจะได้รับใบประกาศนียบัตรจากการอบรมเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่ครูทั้ง 30 ท่านจะสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยครูจะสามารถทำความเข้าใจในความสนใจและพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้เติบโตขึ้นในเส้นทางกีฬาได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้มาตรฐานสากลที่สโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปูมุ่งมั่นส่งมอบให้แก่ชุมชน







สโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู บ้านปู อุดรธานี เทเบิลเทนนิส BTTC