เวที AGTX หรือ Agriculture Trade Exchange จัดขึ้นภายใต้แนวคิดเชื่อมโยงการค้าเกษตร 8 ประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเจรจาความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยกับเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ

เวทีการค้าเกษตรนานาชาติภายใต้ชื่อ AGTX หรือ Agriculture Trade Exchange ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิดหลักที่ว่า “ASIA AGRICULTURE TRADE EXCHANGE: 8 Nations | One Region | Endless Opportunities” โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเดินหน้าสร้างกลไกสำคัญเพื่อเชื่อมโยงการค้าและธุรกิจเกษตรระหว่างประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการไทย นักลงทุนที่มองหาโอกาสใหม่ๆ รวมถึงกลุ่มผู้ซื้อหรือ Buyer ที่มีความต้องการสินค้าเกษตรโดยตรง

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างจริงจังของภาคธุรกิจในการขยายฐานตลาดสินค้าเกษตรให้กว้างไกลออกไป การจัดเวที AGTX ในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมโยงที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของตลาดต่างประเทศโดยตรง ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยให้การตัดสินใจในการขยายตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศ

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ให้เกียรติขึ้นเป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยเวที AGTX นี้ถูกจัดขึ้นภายในงาน Toyota Farm Expo Asia 2026 ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศที่กว้างขวางขึ้น โดยเน้นการนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น จีน สปป.ลาว อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อครอบคลุมทั้งในส่วนของศักยภาพของตัวสินค้า ความต้องการของตลาดในแต่ละพื้นที่ โอกาสทางธุรกิจที่ซ่อนอยู่ และแนวทางในการสร้างความร่วมมือทางการค้าที่ยั่งยืน

รูปแบบการจัดงานของ AGTX ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เน้นไปที่ “ข้อมูลตลาดที่นำไปใช้ต่อได้” อย่างเป็นรูปธรรม โดยในแต่ละประเทศที่นำมานำเสนอจะมีเวลาในการนำเสนอข้อมูลรวม 50 นาที ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาที่ชัดเจนเพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ช่วงแรกคือ Country Overview เป็นเวลา 20 นาที เพื่อนำเสนอภาพรวมของศักยภาพสินค้าและตลาดในประเทศนั้นๆ รวมถึงการระบุประเภทของสินค้าที่มีความต้องการนำเข้าอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของตลาดก่อนที่จะเข้าสู่รายละเอียดในลำดับถัดไป

ต่อจากนั้นจะเป็นช่วงที่สำคัญอย่างยิ่งคือ “What They Buy” ซึ่งใช้เวลา 20 นาที ในการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่าตลาดในประเทศนั้นๆ กำลังมองหาสินค้าประเภทใดจากประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน ข้อมูลในส่วนนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงของคู่ค้าได้ชัดเจนขึ้น และปิดท้ายด้วยช่วง Interactive Q&A เป็นเวลา 10 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้เข้าร่วมงานทุกท่านสามารถสอบถามข้อมูลเชิงลึกและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้แทนจากตลาดต่างประเทศได้โดยตรง ทำให้เกิดการสื่อสารสองทางที่สร้างประโยชน์สูงสุดในการเจรจาทางธุรกิจ

สำหรับข้อมูลตลาดเกษตรที่สำคัญซึ่งมีการเจาะลึกถึงความต้องการสินค้าและโอกาสการค้าเพื่อเชื่อมธุรกิจไทยสู่ตลาดเอเชีย เริ่มต้นที่ “ตลาดไทย” ซึ่งมีการเปิดมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยโดย ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย โดยครอบคลุมกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพสูงอย่างมากในปัจจุบัน อาทิ ทุเรียน ข้าว ผลไม้เมืองร้อน รวมถึงกลุ่มสินค้าในกลุ่ม Functional Food และนวัตกรรมเกษตรที่ทันสมัย ตลอดจนตลาดอาหารเพื่อสุขภาพในกลุ่ม Longevity ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อมองหาโอกาสในการต่อยอดสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

ในส่วนของ “ตลาดญี่ปุ่น” ได้รับเกียรติจาก Mr. Yoshiaki INADA, Director and Negotiator for South-East Asia Bilateral Affairs Division, Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries of Japan (MAFF) มาเป็นผู้ให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการเกษตรรวมถึงความร่วมมือทางการค้า โดยมีการสะท้อนถึงความต้องการที่ชัดเจนของตลาดญี่ปุ่นและตลาดไทยในกลุ่มสินค้าที่เน้นคุณภาพสูง เช่น เนื้อพรีเมียม เมลอน สตรอว์เบอร์รี และกลุ่มอาหารที่มีมูลค่าสูง รวมถึงความสนใจในด้าน Agri Technology ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมสมัยใหม่ในปัจจุบัน

สำหรับ “ตลาด สปป.ลาว” ได้รับเกียรติจาก นายจัตุพล นาคาวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว เป็นผู้มานำเสนอข้อมูล โดยมีการนำเสนอศักยภาพของสินค้าและโอกาสทางการค้าที่น่าสนใจในตลาดลาว อาทิ สินค้ากลุ่มกาแฟ มันสำปะหลัง ข้าวโพด กล้วย ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติ และแนวคิดด้าน Sustainable Agriculture ซึ่งเป็นทิศทางที่สำคัญของการพัฒนาการเกษตรในภูมิภาค เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตัวของสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดเพื่อนบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของ “ตลาดจีน” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ได้รับเกียรติจาก นายปรัตถกร แท่นมณี อัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง มาเป็นผู้เปิดข้อมูลโอกาสทางการค้าที่สำคัญ โดยมีการระบุความต้องการในกลุ่มสินค้าที่หลากหลายมาก เช่น ผักและผลไม้สด ธัญพืช กระเทียม ชา เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และอาหารแปรรูปต่างๆ รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ของประเทศจีนได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านช่องทางต่างๆ ที่มีความเป็นไปได้ในปัจจุบัน

สำหรับ “ตลาดมาเลเซีย” ได้รับเกียรติจาก Mdm Sakinolin Mohamad, MBA, Director, Ergo IMS Sdn Bhd & Chairperson, Internal Halal Committee, JSJ Corporate Group มาเป็นผู้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยเน้นหนักไปที่ประเด็นสำคัญอย่างเรื่อง Halal และ Cross-border Trade ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการค้าในภูมิภาคนี้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสของสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ ปาล์มน้ำมัน โกโก้ สับปะรด ผลไม้เมืองร้อน อาหารทะเล และสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Halal ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการสูงในตลาดมาเลเซีย

ในส่วนของ “ตลาดอินโดนีเซีย” ได้รับเกียรติจาก IRA KUSUMAWARDANI, MBA, Head of Permanent Committee Urban Farming Development มานำเสนอข้อมูลโอกาสทางการค้าและสินค้าในตลาดอินโดนีเซียที่ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มสินค้า อาทิ ปาล์ม ข้าว ทุเรียน กาแฟ มะพร้าวแห้ง ยางพารา เครื่องเทศ เทมเป้ (Tempeh) ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของอินโดนีเซีย และที่สำคัญคือกลุ่มสิ่งทอฮาลาล (Halal Textile) ซึ่งถือเป็นโอกาสทางการค้าที่น่าสนใจและมีความเฉพาะตัวสูงในตลาดอินโดนีเซียที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

หัวใจสำคัญของ AGTX คือการนำ “ข้อมูลตลาด” มาเชื่อมโยงกับ “โอกาสทางธุรกิจ” โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำเสนอข้อมูลบนเวทีเท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และ Buyer ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้าโดยตรง ทั้งในด้านของตัวสินค้า ความต้องการซื้อ ศักยภาพของตลาด เทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป Cross-border Trade และการพัฒนาตลาดสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตร เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นภาพที่ชัดเจนกว่าแค่การรู้ว่า “ประเทศไทยมีสินค้าอะไร” แต่สามารถวิเคราะห์ต่อได้ว่า “ตลาดไหนต้องการสินค้าอะไร” และต้องเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีหรือรูปแบบความร่วมมืออย่างไรให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละตลาด โดย AGTX ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการสร้างเครือข่ายระหว่างภาคธุรกิจไทยกับตลาดต่างประเทศ เพื่อให้การพบกันในงานสามารถต่อยอดไปสู่การเจรจาและความร่วมมือทางธุรกิจได้ในระยะต่อไป

AGTX ToyotaFarmExpoAsia สินค้าเกษตร การค้าต่างประเทศ การค้าเกษตรนานาชาติ