สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ประกาศความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล Best Companies to Work for in Asia 2026 จาก HR Asia ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง

กรุงเทพฯ 29 กันยายน 2569 – สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ สร้างความภาคภูมิใจครั้งสำคัญด้วยการคว้ารางวัล “Best Companies to Work for in Asia 2026” จากสถาบัน HR Asia ซึ่งถือเป็นการได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของสายการบินในการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีคุณภาพ รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์

การได้รับรางวัลในระดับสากลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้มีพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นให้พนักงานสามารถเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคงและมีความก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมการบินที่ท้าทาย

นอกจากความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการบุคลากรแล้ว เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การวางรากฐานที่มั่นคงในการเติบโตอย่างยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานของสายการบิน ซึ่งการได้รับรางวัลต่อเนื่องในปีนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจและการดูแลบุคลากรไปพร้อมกัน

นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียเจ็ทไทยแลนด์ ได้กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยด้านจำนวนของฝูงบินหรือความกว้างขวางของเครือข่ายเส้นทางบินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นล้วนเกิดจากพลังและความทุ่มเทของบุคลากรที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานในทุกขั้นตอน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยังเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า การได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน โดยมุ่งเน้นให้พนักงานได้รับความสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถแสดงศักยภาพของตนเองออกมาได้อย่างสูงสุด และสามารถเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

สำหรับการก้าวไปสู่บทต่อไปของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ สายการบินฯ เตรียมเดินหน้าลงทุนในบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับทีมงานทุกคน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรมีความพร้อมสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ทีมงานทั้งหมดสามารถก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับการเติบโตของสายการบินในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่สายการบินให้ความสำคัญในการวางแผนระยะยาว

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในหลากหลายสายงานเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจและอุตสาหกรรมการบิน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โครงการช้างเผือก ประจำปี 2569 ซึ่งดำเนินการร่วมกับบริษัท บางกอกเอวิเอชั่นเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAC โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักบินอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการสรรหาและคัดเลือกที่เข้มข้น ไปจนถึงขั้นตอนการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐาน

นอกจากกระบวนการฝึกอบรมแล้ว โครงการช้างเผือกยังมอบโอกาสสำคัญในการร่วมงานกับสายการบินภายหลังจากที่พนักงานสำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมแล้วอีกด้วย ซึ่งถือเป็นการสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนให้กับบุคลากรในสายงานปฏิบัติการบิน นอกจากนี้สายการบินฯ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม หรือ Diversity, Equity and Inclusion (DEI) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพความแตกต่างของบุคคล

ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เวียตเจ็ทไทยแลนด์มุ่งเน้นการจ้างงานผู้พิการเพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียม และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ให้เกียรติความแตกต่างของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด “Fly Green” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อส่วนรวมในทุกมิติของการดำเนินงาน

การได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ยังสอดคล้องกับแผนการเติบโตในระยะต่อไปของสายการบินอย่างชัดเจน โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์กำลังเดินหน้าเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านฝูงบินที่ทันสมัย เครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุมมากขึ้น และการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมสูงสุด เพื่อรองรับการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินและการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

การพัฒนาบุคลากรของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ครอบคลุมทั้งในส่วนของสายงานปฏิบัติการบินและสายงานสนับสนุน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วนขององค์กรจะสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การได้รับรางวัลในระดับสากลนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งมิติสำคัญของการวางรากฐานด้านบุคลากรที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของสายการบินในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาวตามเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2557 ร่วมกับเวียตเจ็ท กรุ๊ป สายการบินมุ่งมั่นขยายเครือข่ายเส้นทางบินและมอบโอกาสในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศด้วยบริการที่เป็นมิตรและสนุกสนาน โดยเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและบริการที่หลากหลาย สอดรับกับความต้องการของผู้โดยสาร พร้อมทั้งได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย เช่น รางวัลสายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2568 จากนิตยสารโกลบอลแบรนด์ และรางวัลจากนิตยสารอินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ รวมถึงรางวัลจากเวทีรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (รางวัลกินรี) และรางวัลจากเวที TCCTA Contact Center Awards 2025

ปัจจุบัน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 12 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแกื่อน อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาค จากภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย นอกจากนี้ยังขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ไทเป กัมพูชา อินเดีย เกาหลีใต้ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

ผู้โดยสารสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมล่าสุดของสายการบินได้ผ่านช่องทางออฟฟิเชียลของสายการบินฯ ได้ที่ Facebook: Vietjet Thailand และ TikTok: @thaivietjet หรือสามารถสำรองที่นั่งได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ https://th.vietjetair.com และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-089-1909 ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00-22:00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในทุกเส้นทางบิน

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ HRAsia BestCompaniesToWorkForInAsia VietjetThailand