CLP GROUP ร่วมเป็น Key Partner ในงาน TOYOTA FARM EXPO ASIA 2026 เปิดวิสัยทัศน์ยกระดับเกษตรไทยผ่านแนวคิด “From the Fields to Your Everyday” เชื่อมโยงเทคโนโลยีและการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่

CLP GROUP ในฐานะ Key Partner และผู้สนับสนุนสำคัญของงาน TOYOTA FARM EXPO ASIA 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–29 กันยายน 2569 ณ Halls 5–8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในการขยับบทบาทขององค์กรจากการเป็นเพียงผู้พัฒนาเครื่องจักรและเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ไปสู่การสร้าง Agricultural Value Creation Ecosystem ที่มีความครบวงจรและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ใหม่นี้คือการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงตั้งแต่ผืนนา เกษตรกร เทคโนโลยี การแปรรูป ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ส่งถึงมือผู้บริโภค โดยขับเคลื่อนภายใต้แนวคิดหลักอย่างเป็นเอกภาพคือ “From the Fields to Your Everyday – จากผืนนา...สู่ทุกวันของคุณ” ซึ่งเป็นการสื่อถึงความตั้งใจในการเชื่อมโยงสองโลกเข้าหากันผ่านกลไกสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ Business Model Innovation, Umami Rice Innovation และการสร้างแบรนด์ SISOD (สีสด) เพื่อสร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริง

คุณวัชรา ลี้โกมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท CLP ได้กล่าวถึงเป้าหมายขององค์กรว่าต้องการให้ผู้คนหันมามองการเกษตรในมุมที่กว้างขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม เนื่องจากอาหารที่เราบริโภคในทุกวัน เครื่องดื่มที่เราเลือก หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้าน ล้วนมีจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาจากผลผลิตและหยาดเหงื่อของผู้คนในภาคเกษตรกรรม สิ่งที่ CLP พยายามผลักดันคือการเชื่อมโยงสองโลกนี้เข้าหากันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืนในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต

การดำเนินงานของ CLP มุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าไปช่วยสนับสนุนการทำงานของเกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนหลังการเก็บเกี่ยวให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งนำผลผลิตเหล่านั้นมาแปรรูปให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในชีวิตประจำวัน โดยคุณวัชราเน้นย้ำว่าต้องการให้คุณค่าที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการสร้างมูลค่าเหล่านั้น สามารถส่งต่อกลับไปถึงต้นทางของผลผลิตได้จริง เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นกว่าเดิมในฐานะผู้ผลิตต้นน้ำ

คุณวัชรา ลี้โกมลชัย ได้กล่าวเสริมถึงความเชื่อมั่นขององค์กรว่า CLP ไม่ได้มองบทบาทของตนเองเพียงแค่การเป็นผู้ขายเครื่องจักรเท่านั้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมเกษตร ตั้งแต่การทำให้เกษตรกรมีเครื่องมือที่ทันสมัยและสามารถประกอบอาชีพได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ไปจนถึงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นด้วยระบบที่เอื้ออำนวย และนำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ไทยที่มีมูลค่าสูงและสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

การสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของ CLP ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการทำให้คนทุกคนที่อยู่ในระบบเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้องค์กรจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับทั้งในด้านของเทคโนโลยีที่ทันสมัย โมเดลธุรกิจที่สร้างสรรค์ การสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรและชุมชน รวมถึงการสร้างตลาดปลายทางที่แข็งแกร่ง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของมูลค่าในระบบเศรษฐกิจเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคในระยะยาว

ในส่วนของ Business Model Innovation นั้น CLP ได้พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ที่เปลี่ยนการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเครื่องจักรได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระเงินลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีโครงการสำคัญอย่าง Rice-for-Machine หรือ “ข้าวแลกเครื่อง” ซึ่งเปิดโอกาสให้เกษตรกร ศูนย์ข้าวชุมชน และ Young Smart Farmers เข้าถึงเครื่องจักรได้ทุกรุ่น โดยใช้ผลผลิตข้าวเป็นส่วนหนึ่งของการชำระค่าเครื่องจักรตามระยะเวลาที่กำหนด

โครงการ Rice-for-Machine มีเงื่อนไขที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้งาน โดยสามารถใช้ข้าวเปลือกประมาณ 13 ตัน หรือข้าวสารประมาณ 8 ตัน เป็นส่วนหนึ่งของการชำระค่าเครื่องจักร พร้อมทั้งได้รับบริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และการจัดส่งเครื่องจักรตามเงื่อนไขของโครงการ นอกจากนี้ยังมีโครงการ CLP Profit Sharing สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอบลดความชื้นข้าวด้วยเครื่องขนาด 3.5, 6 และ 12 ตันต่อรอบ ซึ่งไม่มีค่าเครื่องจักรล่วงหน้า แต่จะใช้การแบ่งรายได้จากบริการอบข้าวแทน โดย CLP จะดูแลตั้งแต่การติดตั้ง การฝึกอบรม การบำรุงรักษา และมีทีมผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาให้ตลอด

นอกเหนือจากโมเดลการแบ่งรายได้แล้ว ยังมีระบบ CLP Subscription: Post Harvest Solution ที่เปลี่ยนการลงทุนในเครื่องจักรหลังการเก็บเกี่ยวให้กลายเป็นรูปแบบการจ่ายรายเดือน เพื่อช่วยลดภาระเงินลงทุนเริ่มต้นและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนต้นทุนให้สอดคล้องกับสภาวะของธุรกิจจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังมีการสร้าง Farmer Partner Network หรือ “Sale ชาวบ้าน” ซึ่งเป็นเครือข่ายเกษตรกรผู้ใช้งานจริงที่ทำหน้าที่แนะนำและสาธิตผลิตภัณฑ์ในชุมชน พร้อมทั้งได้รับผลตอบแทนจากการแนะนำลูกค้า ซึ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายเกษตรกรในท้องถิ่น

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ผลผลิตได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญคือการยกระดับคุณค่าของวัตถุดิบให้สูงขึ้น CLP จึงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันด้านการแปรรูปข้าว รวมถึง Umami Rice Innovation ซึ่งเป็นนวัตกรรมการขัดสีที่แม่นยำสูง เทคโนโลยีนี้ช่วยรักษาสมดุลระหว่างความสวยงามของเมล็ดข้าวกับรสชาติอูมามิตามธรรมชาติ โดยไม่ทำลายคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญ ส่งผลดีต่อทั้งเกษตรกรที่ได้รับมูลค่าเพิ่มจากผลผลิต โรงสีที่สามารถผลิตข้าวพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม และผู้บริโภคที่จะได้สัมผัสกับรสชาติของข้าวไทยที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ในขณะเดียวกัน แบรนด์ SISOD (สีสด) ภายใต้การดูแลของ CLP GROUP ได้ทำหน้าที่ต่อยอดจากผืนนาสู่มือผู้บริโภคโดยตรง ด้วยการนำข้าวไทยมาพัฒนาเป็น Everyday Product ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านสุขภาพ รสนิยม และวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยล่าสุดได้มีการขยาย Portfolio ผ่านโครงการ Rice Bar ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ โดยจะวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้ามิตซูโคชิ (Mitsukoshi) เพื่อสะท้อนการยกระดับผลิตภัณฑ์จากข้าวไทยสู่ตลาดพรีเมียม พร้อมทั้งมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น น้ำนมข้าวสูตรใหม่ และเริ่มรุกตลาดต่างประเทศผ่านการส่งออกเพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ข้าวไทยในระดับสากล

สำหรับการเข้าร่วมงาน TOYOTA FARM EXPO ASIA 2026 ในครั้งนี้ พื้นที่ของ CLP จะแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่ Agricultural Technology, Post Harvest Solution, Business Model Innovation ไปจนถึง Consumer Product ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเครื่องจักรและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคนั้นไม่ใช่สองธุรกิจที่แยกจากกัน แต่เป็นสองส่วนของระบบเดียวกันที่เกื้อหนุนกัน และในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับที่สำคัญคือที่มา คุณภาพ สุขภาพ และความยั่งยืน การสร้างระบบที่ส่งต่อคุณค่าจากต้นน้ำถึงปลายทางจึงเป็นความได้เปรียบสำคัญของธุรกิจในอนาคต เพราะสิ่งที่เริ่มต้นจากผืนนาของ CLP ไม่ได้จบลงเพียงแค่ผลผลิต แต่จะเดินทางต่อด้วยนวัตกรรมสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในทุกวัน

hashtags

CLPGROUP TOYOTAFARMEXPOASIA2026 SISOD UmamiRiceInnovation ValueCreation