กระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) ร่วมกับบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มอบเงินทุนสนับสนุน 5 ล้านบาท ให้แก่ 10 สตาร์ทอัพไทยในโครงการ DIPROM x DELTA Angel Fund 2026

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในการผลักดันผู้ประกอบการรุ่นใหม่ผ่านโครงการ DIPROM x DELTA Angel Fund 2026 ซึ่งเป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยมุ่งเน้นการมอบเงินทุนสนับสนุนการจัดตั้งและขยายธุรกิจรวมเป็นจำนวนเงิน 5 ล้านบาท ให้แก่สตาร์ทอัพไทยจำนวน 10 รายที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้น

วัตถุประสงค์หลักของโครงการในปีนี้คือการส่งเสริมให้สตาร์ทอัพไทยสามารถผ่านบททดสอบในตลาดจริงและนำนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นไปประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยกระบวนการคัดเลือกได้เน้นการทดสอบนวัตกรรมร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสในการนำเทคโนโลยีของคนไทยไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยคาดการณ์ว่าโครงการในปีนี้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้มากกว่า 150 ล้านบาท จากการต่อยอดธุรกิจของสตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือก

นวัตกรรมของสตาร์ทอัพที่ได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่หลากหลายของเทคโนโลยีไทยในปัจจุบัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาแก้ปัญหาในภาคส่วนต่างๆ เช่น บริษัท ริฟฟาย จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลภูมิศาสตร์จากภาพถ่ายดาวเทียมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนสูงสุดเป็นจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาด

นอกจากนี้ยังมีสตาร์ทอัพที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในภาคการเกษตรและปศุสัตว์ เช่น บริษัท โคมิล์โล จำกัด ผู้พัฒนาระบบบริหารจัดการฟาร์มโคนมด้วยเทคโนโลยี AIoT ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 850,000 บาท และบริษัท ไทยทิชชูคัลเจอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้พัฒนาโซลูชันเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 750,000 บาท โดยอีก 7 กิจการที่เหลือได้รับทุนสนับสนุนตามลำดับ จนครบยอดรวมทั้งสิ้น 5 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการขยายขีดความสามารถของธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวถึงทิศทางของโครงการภายใต้นโยบาย “ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของไทย ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่มีความสอดคล้องกับความต้องการของทั้งในมิติของเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน

นายทัตพงศ์ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ว่า โจทย์ใหม่ของประเทศในปัจจุบันเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างกว้างขวาง โดยสิ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งหวังเห็นคือสตาร์ทอัพที่ไม่เพียงแต่จะเติบโตได้ในธุรกิจของตนเองเท่านั้น แต่ต้องสามารถนำความรู้และนวัตกรรมที่มีไปช่วยแก้ไขปัญหา เพิ่มผลิตภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทยได้จริง เพราะเมื่อผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองได้มากขึ้น ก็จะส่งผลให้เกิดทางเลือกและโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

ขณะที่ นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กล่าวถึงกระบวนการพัฒนาสตาร์ทอัพอย่างเป็นระบบว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งมั่นที่จะผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง โดยโครงการ DIPROM x DELTA Angel Fund 2026 ได้ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ การจับคู่ธุรกิจ ไปจนถึงการทดสอบในตลาดจริง โดยเริ่มจากผู้สมัครทั้งหมด 105 กิจการ ที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกจนเหลือ 30 กิจการ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจาและจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อหาโอกาสในการเติบโตร่วมกับพันธมิตรต่างๆ

ในขั้นตอนต่อมาจาก 30 กิจการที่ผ่านการเจรจา จะถูกคัดเลือกให้เหลือ 20 กิจการเพื่อเข้าสู่กระบวนการทดสอบความเป็นไปได้ของนวัตกรรมในตลาดจริง หรือ Proof of Concept (PoC) โดยต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน เพื่อพิสูจน์ว่านวัตกรรมเหล่านั้นสามารถใช้งานได้จริงและตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ ก่อนจะคัดเลือกให้เหลือเพียง 10 กิจการสุดท้ายที่จะได้รับเงินทุนสนับสนุนเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบในรอบสุดท้ายของโครงการ

นายณัฐพล ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงเป้าหมายของการสนับสนุนสตาร์ทอัพว่า การส่งเสริมไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงแค่การมอบเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ต้องมีความต่อเนื่องไปจนถึงขั้นตอนการตั้งธุรกิจ การขยายฐานตลาด และการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินงานในทิศทางนี้มาอย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มความเข้มข้นในการเชื่อมโยงสตาร์ทอัพเข้ากับภาคอุตสาหกรรม แหล่งเงินทุน และช่องทางการตลาดต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างเป็นระบบและมั่นคงในระยะยาว

ด้าน นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม เปิดเผยถึงความร่วมมือกับบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ว่าเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีผู้ประกอบการได้รับทุนสนับสนุนจากเดลต้าไปแล้วถึง 247 ทีม รวมมูลค่ากว่า 43.16 ล้านบาท สำหรับในปีนี้ได้มีการเพิ่มความเข้มข้นในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับหน่วยงานและธุรกิจที่มีความต้องการใช้เทคโนโลยีจริงๆ เพื่อให้สตาร์ทอัพได้รับข้อมูลจากการทดลองใช้งานจริงก่อนที่จะนำไปต่อยอดสู่การตลาดในวงกว้างต่อไป

จากการดำเนินโครงการในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมได้มากกว่า 150 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญคือ เงินลงทุนเพื่อจัดตั้งหรือขยายธุรกิจจำนวน 5 ล้านบาท การสร้างการจ้างงานเพิ่มขึ้นจำนวน 90 ราย ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และความสามารถในการลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้มากกว่า 30 ล้านบาท นอกจากนี้ยังรวมถึงการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมูลค่าสูงขึ้น รวมถึงการขยายช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 95 ล้านบาท จากการดำเนินโครงการในปีนี้

ทางด้าน นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เดลต้าฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ Angel Fund อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยในปีนี้บริษัทฯ รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม Pitching Day รอบสุดท้าย พร้อมสนับสนุนเงินทุนจำนวน 10 รางวัล รวม 5 ล้านบาท ให้แก่สตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ โดยเชื่อว่าการสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานให้แก่อุตสาหกรรมในอนาคต และพร้อมที่จะนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีมาร่วมสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการไทยต่อไป

ความร่วมมือระหว่างดีพร้อมและเดลต้าตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยที่สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของสตาร์ทอัพไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดจริง และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมของประเทศในระยะยาว

ดีพร้อม เดลต้า DIPROM DELTA สตาร์ทอัพ นวัตกรรม