นครหนานหนิง ประเทศจีน จัดการแข่งขันนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการสำหรับผู้มีความสามารถจากต่างประเทศ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569 รอบชิงชนะเลิศ เพื่อผลักดันผลงานสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ในระดับสากล
การแข่งขันนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการสำหรับผู้มีความสามารถจากต่างประเทศ นครหนานหนิง ประเทศจีน ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569 หรือที่รู้จักในชื่อ 9th China·Nanning Overseas Talent Innovation and Entrepreneurship Competition 2026 ได้ประกาศปิดฉากลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ณ นครหนานหนิง โดยการแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของมหกรรมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ "AI Empowering Industries Super League" ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือและพัฒนาเทคโนโลยีในระดับสากล
สำหรับการแข่งขันในปีนี้มีการกำหนดขอบเขตการแข่งขันที่ชัดเจนโดยแบ่งออกเป็น 4 สาขาหลักที่สำคัญ ได้แก่ สาขาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสาขาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่และวัสดุขั้นสูงที่ใช้โลหะสำคัญ นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงสาขาพลังงานใหม่ การผลิตอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ และเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (low-altitude economy) รวมถึงสาขาที่เกี่ยวข้องกับชีวการแพทย์และการดูแลสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ความโดดเด่นของการแข่งขันในปีนี้คือการเพิ่มสาขาพิเศษที่เรียกว่า ASEAN AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันด้วย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งตอบโจทย์ความต้องการใช้งานจริงของภาคธุรกิจในปัจจุบัน รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินงานในนิคมอุตสาหกรรม และการส่งเสริมอุตสาหกรรมในท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น การเพิ่มสาขานี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนครหนานหนิงในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับความต้องการของตลาดในภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม
ทางสำนักประชาสัมพันธ์เทศบาลนครหนานหนิงได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการส่งผลงานเข้าแข่งขันในครั้งนี้ โดยมีโครงการด้านนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการที่ส่งเข้ามาเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้นจำนวน 824 โครงการ จากการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเป็นทางการพบว่ามีโครงการที่ผ่านเกณฑ์และได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 581 โครงการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างล้นหลามจากเหล่านักนวัตกรรมทั่วโลกที่ต้องการนำเสนอผลงานของตนเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติในครั้งนี้
ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากสถิติการส่งผลงานพบว่า โครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีสัดส่วนสูงถึง 33.9% ของจำนวนโครงการทั้งหมดที่ส่งเข้าแข่งขัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมและการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี AI ในฐานะเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในยุคปัจจุบัน การที่โครงการส่วนใหญ่เน้นไปที่ด้าน AI แสดงให้เห็นถึงทิศทางของเทคโนโลยีที่กำลังจะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต
ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ประกอบไปด้วยกลุ่มนักวิจัยและผู้ประกอบการที่มีความสามารถสูงจากสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกมากมาย อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง และมหาวิทยาลัยฮ่องกง การรวมตัวของบุคลากรจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกเหล่านี้สะท้อนถึงคุณภาพและความหลากหลายของนวัตกรรมที่ถูกนำเสนอในการแข่งขันครั้งนี้
การแข่งขันในครั้งนี้ยังมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับศูนย์กลางนวัตกรรมที่สำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น รวมถึงเมืองสำคัญอย่างปารีส สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ โดยรูปแบบการพัฒนานี้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่เริ่มต้นจากการวิจัยและพัฒนาในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area) ก่อนที่จะมีการบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันในพื้นที่ของกว่างซี หรือนครหนานหนิง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในภูมิภาคอาเซียนต่อไป
ในขั้นตอนของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ มีทีมนักพัฒนานวัตกรรมจำนวน 50 ทีม ที่ได้นำเสนอผลงานของตนต่อคณะกรรมการตัดสินอย่างเข้มข้น โดยคณะกรรมการตัดสินประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนนักลงทุนในธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่มีประสบการณ์สูง เพื่อร่วมกันพิจารณาและประเมินศักยภาพของแต่ละโครงการอย่างรอบด้าน
เกณฑ์การตัดสินและประเมินผลโครงการที่เข้าร่วมการแข่งขันนั้นครอบคลุมในหลากหลายมิติที่สำคัญ เริ่มต้นตั้งแต่ความโดดเด่นของนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพของทีมงาน ความสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมจริง ศักยภาพในการเข้าถึงตลาด ความเป็นไปได้ของแนวโน้มการเติบโตในอนาคต ไปจนถึงผลกระทบเชิงบวกที่จะเกิดขึ้นต่อสังคม โดยหลายโครงการที่ผ่านการคัดเลือกแสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพสูงในการนำไปพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมและปรับใช้ในพื้นที่นครหนานหนิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากความสามารถในการปรับใช้ในท้องถิ่นแล้ว โครงการที่ได้รับคัดเลือกยังถูกมองว่ามีศักยภาพในการต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในตลาดอาเซียนได้อย่างกว้างขวาง สำหรับการจัดสรรรางวัลในการแข่งขันครั้งนี้มีการแบ่งรางวัลออกเป็นหลายระดับ ได้แก่ รางวัลที่หนึ่งจำนวน 6 รางวัล รางวัลที่สองจำนวน 10 รางวัล รางวัลที่สามจำนวน 14 รางวัล รางวัลความเป็นเลิศจำนวน 20 รางวัล และรางวัลพิเศษคือรางวัลศักยภาพความร่วมมืออาเซียน (ASEAN Cooperation Potential Award) อีกจำนวน 5 รางวัล เพื่อเชิดชูความสำเร็จของทีมที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ
นครหนานหนิงได้มีการเตรียมมาตรการสนับสนุนที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อสนับสนุนให้โครงการที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันสามารถก้าวไปสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการที่ได้รับรางวัลที่หนึ่งและตัดสินใจเข้ามาจัดตั้งฐานการดำเนินงานในนครหนานหนิง จะได้รับสิทธิพิเศษในการบรรจุเข้าสู่แผนหย่งเจียง (Yongjiang Plan) ซึ่งเป็นแผนงานที่มีเป้าหมายในการดึงดูดผู้มีความสามารถสูง พร้อมทั้งจะได้รับเงินทุนสนับสนุนพิเศษที่มีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านหยวน เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนโครงการให้เติบโตต่อไป
สำหรับโครงการที่ได้รับรางวัลที่สองและรางวัลที่สาม และตัดสินใจเข้ามาจัดตั้งฐานการดำเนินงานในนครหนานหนิงเช่นกัน จะมีสิทธิ์ในการยื่นขอรับเงินทุนสนับสนุนด้านการวิจัยและความเป็นผู้ประกอบการได้ไม่น้อยกว่า 150,000 หยวน นอกจากนี้โครงการที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดจะสามารถเข้าถึงมาตรการสนับสนุนอื่น ๆ ได้อีกมากมาย อาทิ พื้นที่ดำเนินงานภายในนิคมอุตสาหกรรม บริการให้คำปรึกษาด้านความเป็นผู้ประกอบการ บริการด้านการลงทุนและการจัดหาแหล่งเงินทุน การสนับสนุนด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีความสามารถ เพื่อสร้างความพร้อมในการเติบโตอย่างยั่งยืน
ในระหว่างการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ยังได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญคือการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันได้พบปะและพูดคุยโดยตรงกับหน่วยงานต่าง ๆ ในนครหนานหนิง ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรม บริษัทชั้นนำ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ และสถาบันด้านการลงทุน เพื่อหารือและแสวงหาโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต โดยสำนักประชาสัมพันธ์เทศบาลนครหนานหนิงระบุเพิ่มเติมว่า จะเดินหน้าสนับสนุนทีมที่ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการจับคู่ทางธุรกิจ การบ่มเพาะและพัฒนาโครงการ รวมถึงการผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ตลอดจนขยายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศในส่วนของเทคโนโลยีและผู้มีความสามารถ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่นักนวัตกรรมจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
hashtags: [นครหนานหนิง,การแข่งขันนวัตกรรม,ASEAN,AI,การต่อยอดเชิงพาณิชย์]
นครหนานหนิง การแข่งขันนวัตกรรม ASEAN AI การต่อยอดเชิงพาณิชย์