มาห์เลประกาศความสำเร็จในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 1 เมกะวัตต์พีค ณ โรงงานผลิตในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท
บริษัท มาห์เล (MAHLE) ได้ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญในการดำเนินโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานภายในกระบวนการผลิตของโรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย โดยการตัดสินใจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ หรือระบบโฟโตโวลตาอิก (PV) ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

ระบบผลิตไฟฟ้าที่ติดตั้งใหม่นี้ประกอบไปด้วยแผงโซลาร์เซลล์จำนวนทั้งสิ้น 1,639 แผง ซึ่งได้รับการออกแบบและติดตั้งให้มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 1 เมกะวัตต์พีค (MWp) การติดตั้งระบบดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่พลังงานหมุนเวียนภายในพื้นที่ของโรงงาน
จากการคำนวณประสิทธิภาพของระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งใหม่นี้ คาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ในปริมาณสูงถึงประมาณ 1,100 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ต่อปี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นปริมาณที่สำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงาน โดยจะสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของโรงงานแห่งนี้ได้ในสัดส่วนที่สูงถึงประมาณ 14% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด

การเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ ส่งผลบวกโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยระบบโซลาร์รูฟท็อปที่ติดตั้ง ณ โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ออกสู่ชั้นบรรยากาศได้สูงสุดถึงปีละ 540 ตัน ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตในระดับท้องถิ่นที่ส่งผลดีต่อภาพรวมของสิ่งแวดล้อมในระดับสากล
โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการติดตั้งอุปกรณ์ทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนแผนงาน CO₂ Roadmap ของกลุ่มบริษัทมาห์เลอย่างเป็นระบบ โดยแผนงานดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
เป้าหมายหลักของกลุ่มบริษัทมาห์เลในการลดก๊าซเรือนกระจกนั้นมีความชัดเจนและท้าทาย โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากการดำเนินงาน หรือ Scope 1 รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานที่ซื้อมา เช่น ไฟฟ้า ไอน้ำ ความร้อน และความเย็น หรือ Scope 2 ให้ได้ถึง 65% ภายในปี พ.ศ. 2573 การดำเนินโครงการในไทยจึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการบรรลุเป้าหมายใหญ่ขององค์กร
โรงงานผลิตในจังหวัดสมุทรปราการถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของมาห์เลในภูมิภาคเอเชลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และล่าสุดทางโรงงานแห่งนี้ได้เริ่มดำเนินการติดตั้งระบบผลิตพลังงานหมุนเวียนภายในพื้นที่ของโรงงานเป็นครั้งแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาปรับใช้ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัทในระดับภูมิภาค
นายเซโฮ อี (Zeho I) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและรองประธานบริหาร บริษัท มาห์เล สยาม ฟิลเตอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด ได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า การผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้เองภายในโรงงานนั้น นอกจากจะส่งผลดีโดยตรงในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาวให้มีความมั่นคงและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของสภาวะพลังงานในอนาคต
นอกจากนี้ นายเซโฮ อี ยังได้เน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจของบุคลากรภายในองค์กร โดยระบุว่าพนักงานของมาห์เลต่างรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของบริษัท และถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม การมีส่วนร่วมของพนักงานถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทประสบความสำเร็จ
บริษัท มาห์เล สยาม ฟิลเตอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด ในจังหวัดสมุทรปราการ เป็นฐานการผลิตที่มีบทบาทสำคัญและยาวนานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เกิดขึ้นนี้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) ซึ่งเป็นรูปแบบที่เอื้อประโยชน์ต่อการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้รูปแบบสัญญา PPA ช่วยให้มาห์เลในประเทศไทยสามารถเข้าถึงและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนภายในโรงงานได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของต้นทุนพลังงานในระยะยาว และยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเจ้าของระบบในอนาคตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจในพื้นที่
โครงการนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฐานการผลิตระดับภูมิภาคสามารถมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของกลุ่มมาห์เลได้ โดยการปรับใช้แผนงานด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ช่วยให้บริษัทลดการปล่อยคาร์บอนในเครือข่ายการผลิตทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยการผลิตพลังงานหมุนเวียนถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของกลยุทธ์การลดคาร์บอน ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การจัดหาไฟฟ้าสีเขียว และการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ดำเนินงานทั่วโลก
โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการมีประวัติการดำเนินงานที่ยาวนาน โดยก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2524 บนพื้นที่รวม 47,300 ตารางเมตร และมีพนักงานปฏิบัติหน้าที่รวม 377 คน โรงงานแห่งนี้รองรับการผลิตชิ้นส่วนที่หลากหลายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น ออยล์คูลเลอร์และออยล์วอร์มเมอร์อะลูมิเนียม, ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, ฝาครอบฝาสูบ และหม้อกรองอากาศ โดยให้บริการลูกค้าทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ ทำให้โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนสำคัญในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของมาห์เล
การที่โรงงานสมุทรปราการสามารถบูรณาการระบบพลังงานหมุนเวียนเข้ากับกระบวนการผลิตเดิมที่มีอยู่เดิมได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญ การดำเนินงานของโรงงานแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ทั้งผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตในระดับสากล
MAHLE มาห์เล พลังงานหมุนเวียน โซลาร์รูฟท็อป ความยั่งยืน ลดการปล่อยคาร์บอน