กรมการท่องเที่ยวเปิดภารกิจ “DOT Green Journey : เที่ยวด้วย ช่วยโลก” ผลักดันสถานประกอบการกว่า 100 แห่งทั่วประเทศสู่ต้นแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ พร้อมต่อยอด 5 เส้นทางใน 10 จังหวัด
กรมการท่องเที่ยวเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการประกาศความสำเร็จของโครงการ “ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในทุกมิติของการบริการ

จากการลงพื้นที่ตรวจประเมินอย่างเข้มข้นในสถานประกอบการ หน่วยงาน และชุมชนด้านการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการกว่า 100 แห่งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พบว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินสูงถึงกว่า 90% ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความพร้อมของภาคการท่องเที่ยวไทยในการปรับตัวเข้าสู่รูปแบบการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
ความสำเร็จจากการประเมินดังกล่าวได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้สำคัญเพื่อต่อยอดสู่การสร้างต้นแบบเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำจำนวน 5 เส้นทางหลัก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สำคัญรวม 10 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ 1) กรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ 2) ชลบุรี-ระยอง 3) สระบุรี-นครราชสีมา 4) น่าน-แพร่ และ 5) ตรัง-พัทลุง เพื่อเป็นโมเดลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในอนาคต

กรมการท่องเที่ยวได้จัดงานแถลงข่าวขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “DOT Green Journey : เที่ยวด้วย ช่วยโลก ไปกับเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” โดยมุ่งเน้นการสื่อสารให้สาธารณชนได้รับรู้ว่าการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวหรือทำได้ยากสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
แนวคิดหลักของโครงการมุ่งเน้นให้เห็นว่าการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบสามารถเริ่มต้นได้จากจุดเล็กๆ รอบตัวนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวิธีการเดินทางที่ลดการปล่อยมลพิษ การบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการระบบน้ำและขยะภายในพื้นที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงการตัดสินใจเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการและชุมชนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

นางสาววรธีรา สุวรรณศร รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ได้กล่าวถึงความสำคัญของภาคการท่องเที่ยวในฐานะกลไกหลักที่เชื่อมโยงทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติเข้าด้วยกัน โดยเน้นย้ำว่าการเติบโตของการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องดำเนินไปควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และต้องลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นางสาววรธีรา สุวรรณศร ยังได้ขยายความเพิ่มเติมว่า การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำไม่ใช่การลดทอนความสนุกสนานหรือความตื่นเต้นในการเดินทางท่องเที่ยวลง แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีการท่องเที่ยวให้เกิดคุณค่าที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งต่อสภาพแวดล้อมของพื้นที่ ชุมชนท้องถิ่น และตัวนักท่องเที่ยวเอง โดยทุกการเดินทางสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยโลกได้ผ่านการเลือกวิธีเดินทางและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

นอกจากนี้ การสนับสนุนสินค้าและบริการของชุมชนยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดรูปแบบการท่องเที่ยวที่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกันยังถือเป็นโอกาสอันดีในการนำทรัพยากรที่มีอยู่และอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่มาพัฒนาให้กลายเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าสูงขึ้น และช่วยกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมและเห็นผลชัดเจนได้ก็ต่อเมื่อทุกคนในห่วงโซ่การท่องเที่ยวมีส่วนร่วมร่วมกัน ตั้งแต่ผู้ประกอบการ ชุมชน ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ไปจนถึงตัวนักท่องเที่ยวเอง โดยนางสาววรธีรา สุวรรณศร ระบุว่าหัวใจสำคัญของ Low Carbon Tourism คือการทำให้การ ‘เที่ยว’ และการ ‘ช่วยโลก’ สามารถเกิดขึ้นไปพร้อมกันได้อย่างกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ

นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นการเดินทางแบบคาร์บอนต่ำได้จากเรื่องง่ายๆ ในขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการและชุมชนสามารถร่วมกันออกแบบบริการและประสบการณ์ที่ลดการใช้ทรัพยากรลงและสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ได้มากขึ้น สำหรับการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2569 กรมการท่องเที่ยวได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานประกอบการ หน่วยงาน และชุมชนด้านการท่องเที่ยวจำนวนกว่า 100 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวหลากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ
ผลจากการดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินมากกว่า 90% ซึ่งนอกจากจะสะท้อนถึงความตื่นตัวของภาคการท่องเที่ยวแล้ว ยังทำให้เกิดองค์ความรู้และตัวอย่างการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างกว้างขวาง โดยภายในงาน “DOT Green Journey : เที่ยวด้วย ช่วยโลก ไปกับเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” ยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ “เที่ยวอย่างไรให้ Low Carbon”

การเสวนาพิเศษได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในธุรกิจของตนเอง ประกอบด้วย คุณวรธีรา สุวรรณศร รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย คุณเพชรดา อ้อชัยภูมิ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ภายใต้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากภาคธุรกิจและชุมชนที่ผ่านการประเมินเข้าร่วมเสวนา ได้แก่ คุณนภสร ลำธารทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดและ แบรนด์ บริษัท ไทย สไมล์ บัส จำกัด, คุณทวีศักดิ์ อ่องเอี่ยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซเชียล มูฟเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด เจ้าของบางกะเจ้าฟาร์ม และประธานวิสาหกิจชุมชนบางกะเจ้าเกษตรอินทรีย์, คุณรชาภา อันตันนารากุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โคแวน เคสเซ่ล แบงคอก ทัวร์ จำกัด, คุณเสาวรส อริยรัชโตภาส ผู้จัดการ บริษัท ลอฟท์เทล 22 แบงค็อก จำกัด หรือโรงแรม ตั๊ก หลัก เกี้ย และ “บาธ ธัญชนนท์ ชาติเมธากุล” ศิลปินผู้แทนกิจกรรมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

ในระหว่างการเสวนา ผู้ร่วมเสวนาทุกท่านได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ “บาธ ธัญชนนท์ ชาติเมธากุล” ที่ได้มาแชร์ประสบการณ์จากการร่วมเดินทางปฏิบัติภารกิจร่วมประเมินสถานประกอบการทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีการเปิดประสบการณ์ “เที่ยวด้วย ช่วยโลก” ผ่านกิจกรรมล่องเรือในแม่น้ำเพื่อสร้างการรับรู้ถึงการท่องเที่ยวที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
การดำเนินงานของกรมการท่องเที่ยวในครั้งนี้มุ่งหวังที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทย โดยการนำเอาความสำเร็จจากการประเมินสถานประกอบการกว่า 100 แห่ง มาเป็นฐานในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวว่า การท่องเที่ยวในรูปแบบคาร์บอนต่ำสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนได้จริง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลดการใช้ทรัพยากรและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นผ่านเส้นทางท่องเที่ยวทั้ง 5 เส้นทางที่กำหนดไว้




กรมการท่องเที่ยว DOTGreenJourney ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ LowCarbonTourism เที่ยวด้วยช่วยโลก