โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ผสานความเชี่ยวชาญท้องถิ่นเข้ากับเครือข่ายระดับโลกเพื่อยกระดับประสบการณ์อาหารและพัฒนาศักยภาพทีมเชฟผ่านโครงการ “Sodexo ASEAN Chef Exchange 2026”
โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านบริการอาหารและการบริหารจัดการอาคารสถานที่แบบครบวงจร เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้วยการผสานความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในตลาดไทยเข้ากับจุดแข็งของเครือข่ายระดับโลกอย่างลงตัว การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น พร้อมทั้งมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของทีมเชฟภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในด้านอาหารและการบริการที่ทันสมัยอยู่เสมอ

โครงการ “Sodexo ASEAN Chef Exchange 2026” ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่นำแนวทางการดำเนินงานดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการนี้เน้นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ลึกซึ้ง รวมถึงเทคนิคการปรุงอาหารที่หลากหลาย และการส่งต่อแรงบันดาลใจระหว่างทีมเชฟในประเทศไทยกับเชฟผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายโซเด็กซ์โซ่ในต่างประเทศ การร่วมมือกันนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมงานในท้องถิ่นด้วยมุมมองที่กว้างไกลขึ้นจากประสบการณ์ระดับสากลที่หาได้ยาก
หัวใจสำคัญของการพัฒนาของโซเด็กซ์โซ่ คือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในรสนิยมด้านอาหาร ความต้องการที่แท้จริง และวิถีชีวิตของผู้ใช้บริการในประเทศไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาบริการขององค์กร โดยมีเครือข่ายระดับโลกเข้ามาช่วยเติมเต็มความเชี่ยวชาญของทีมงานในไทยด้วยองค์ความรู้และมุมมองด้านอาหารที่หลากหลายจากวัฒนธรรมที่แตกต่าง การทำงานร่วมกันระหว่างทีมเชฟไทยและเชฟจากต่างประเทศจึงเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอนของการทำงาน

การทำงานร่วมกันในโครงการนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์รสชาติสากลให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการในแต่ละกลุ่มเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง รวมถึงการนำแนวคิดใหม่ๆ มาต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์เมนูและบริการที่แปลกใหม่ โดยมุ่งหวังที่จะสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของลูกค้าและผู้ใช้บริการ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญสูงขึ้น และการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอาหารที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณธุ่ย โงว กรรมการผู้จัดการ โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทยและเวียดนาม ได้กล่าวถึงความสำคัญของแนวคิดนี้ว่า จุดแข็งของโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย คือการนำความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้จากเครือข่ายระดับโลก การแลกเปลี่ยนระหว่างเชฟผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ จะช่วยเปิดมุมมองด้านอาหารที่กว้างขึ้น พร้อมทั้งช่วยเติมแรงบันดาลใจและพัฒนาศักยภาพของทีมงานผ่านการลงมือทำร่วมกันอย่างจริงจัง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะช่วยให้ทีมเชฟสามารถนำความรู้และเทคนิคที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการทำงานประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนำความรู้และเทคนิคที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนมาใช้นั้น จะช่วยให้ทีมเชฟสามารถต่อยอดเมนูและบริการให้มีความโดดเด่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่พิเศษให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการในทุกมิติ พร้อมทั้งขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านอาหารอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยโครงการ ASEAN Chef Exchange 2026 ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวทางเหล่านี้ออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ Shift & Grow 2030 ขององค์กร ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้ถึงขีดสุด ยกระดับความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว
สำหรับรายละเอียดของโครงการ Sodexo ASEAN Chef Exchange 2026 ในประเทศไทยนั้น ได้กำหนดจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 2 ตุลาคม โดยโซเด็กซ์โซ่ได้ให้การต้อนรับ เชฟ Iskandar ซึ่งเป็นเชฟผู้เชี่ยวชาญจากโซเด็กซ์โซ่ สิงคโปร์ เพื่อมาร่วมปฏิบัติงานร่วมกับทีมเชฟประจำพื้นที่ให้บริการของลูกค้าจำนวน 5 แห่ง การร่วมงานในครั้งนี้ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้บริการที่หลากหลาย ทั้งในกลุ่มสถานศึกษา สถานพยาบาล และองค์กรธุรกิจต่างๆ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในด้านการปรุงอาหารที่หลากหลาย รวมถึงแนวคิดสำคัญในการลดขยะอาหาร และแนวทางในการพัฒนาเมนูให้เหมาะสมกับผู้ใช้บริการในแต่ละพื้นที่เฉพาะ

ในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน เชฟ Iskandar และทีมเชฟในประเทศไทยจะร่วมกันถ่ายทอดรสชาติและวัฒนธรรมอาหารผ่านเมนูยอดนิยมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสิงคโปร์ ซึ่งประกอบไปด้วยเมนูสำคัญต่างๆ ได้แก่ ข้าวมันกะทิสไตล์มาเลเซียเสิร์ฟพร้อมไก่สะเต๊ะ, ลักซา, หมี่ผัดสไตล์สิงคโปร์, ปอเปี๊ยะสดสิงคโปร์ และสาคูมะม่วงกับส้มโอ โดยกระบวนการเรียนรู้จะเกิดขึ้นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนสูตรอาหารที่ซับซ้อน การเตรียมวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ไปจนถึงเทคนิคการปรุงที่พิถีพิถัน และการจัดจานให้มีความสวยงามน่ารับประทาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญให้ทีมเชฟนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดได้
ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานร่วมกับเชฟผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ จะเป็นรากฐานสำคัญให้ทีมเชฟในประเทศไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาเมนูให้มีความเหมาะสมกับบริบทของลูกค้าแต่ละแห่งได้อย่างลงตัว การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การทำอาหารร่วมกันเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความสามารถในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารที่สดใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม ทีมเชฟจะยังคงสามารถนำทักษะที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ใช้บริการในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
นอกเหนือจากการเรียนรู้ภายในทีมเชฟแล้ว โครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการได้มีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมพิเศษที่ชื่อว่า “Chop Chop Chef” ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงเรียนนานาชาติ ดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพฯ โดยกิจกรรมนี้เป็นเวิร์กช็อปการทำอาหารที่จัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ปกครองและนักเรียน โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้เรียนรู้และรับคำแนะนำโดยตรงจากเชฟมืออาชีพในการเลือกสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และลงมือทำปอเปี๊ยะสดสิงคโปร์ด้วยตนเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมอาหาร การเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ครัวอย่างปลอดภัย ไปจนถึงเทคนิคการจัดจานให้สวยงามเป็นมืออาชีพ
กิจกรรม “Chop Chop Chef” ยังมีการสอดแทรกเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการลดขยะอาหาร (Food Waste) เข้าไปในกระบวนการเรียนรู้ด้วย โดยจะมีการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิธีการนำวัตถุดิบที่ยังมีคุณภาพดีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการสูญเสียโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความตระหนักรู้ในการจัดการอาหารอย่างยั่งยืน นอกจากนี้กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการสร้างประสบการณ์ร่วมกันระหว่างเชฟและผู้ใช้บริการในพื้นที่จริง ทำให้เกิดการสื่อสารและแบ่งปันความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
Sodexo ASEANCHefExchange2026 SodexoThailand ChopChopChef