นครเฉิงตูเปิดฉากเทศกาลศิลปะแสงและเงาดิจิทัลนานาชาติประจำปี 2569 พร้อมชูจุดเด่นด้านวัฒนธรรมดิจิทัลและกิจกรรมหิมะและน้ำแข็งตลอดปี เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ ย่านอีสเทิร์น ซับเบิร์บ เมมโมรี ได้มีการจัดงานเทศกาลศิลปะแสงและเงาดิจิทัลนานาชาติเฉิงตู (Chengdu International Digital Light and Shadow Art Festival) ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยมีบริษัท เฉิงตู ตงฟาง เจิ้งฮั่ว คัลเจอร์ มีเดีย จำกัด (Chengdu Dongfang Zhenghuo Culture Media Co., Ltd.) เป็นผู้จัดงานหลัก ซึ่งงานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความล้ำสมัยของเทคโนโลยีศิลปะที่ผสมผสานเข้ากับพื้นที่ทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

ภายในงานได้มีการรวบรวมผลงานศิลปะดิจิทัลที่โดดเด่นรวมถึง 36 ชิ้น ซึ่งส่งตรงมาจากหลากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก โดยรูปแบบการจัดแสดงถูกออกแบบมาให้มีความหลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการเสมือนจริงภายในอาคารที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ หรือการแสดงแสงสีสาธารณะกลางแจ้งที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ผ่านไปมาในพื้นที่จัดงาน ซึ่งครอบคลุมทั้งเทคนิคการฉายภาพลงบนสถาปัตยกรรมที่สวยงาม

นอกจากนี้ ผลงานศิลปะแบบอินเตอร์แอ็กทีฟและการแสดงดิจิทัลในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมายถูกนำมาจัดแสดงอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชม โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญอย่างช่วงหยุดยาววันชาติจีนที่นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก การจัดแสดงเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการโชว์เทคโนโลยี แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างผู้ชมกับผลงานศิลปะดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของสถานที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นครเฉิงตูได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมดิจิทัลของประเทศจีน ความก้าวหน้านี้ส่งผลให้กลุ่มลิขสิทธิ์ทางปัญญา (IP) ดั้งเดิมของท้องถิ่นมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และสามารถเร่งเดินหน้าขยายฐานตลาดออกสู่ต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้ชื่อเสียงของเมืองขยายตัวออกไปในระดับสากลอย่างต่อเนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เข้มแข็ง

ความสำเร็จของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในเฉิงตูเห็นได้ชัดจากผลงานภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอในท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่อง “นาจา 2” (Ne Zha 2) และ “8 เซียน ขอให้จึ้ง!” (All Wishes Come True) ซึ่งทั้งสองเรื่องได้ตบเท้าเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ต่างประเทศและสามารถกวาดกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั่วโลก ด้วยคุณภาพการผลิตที่อยู่ในระดับไฮเอนด์และการนำเสนอที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันออกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น

ความสำเร็จของภาพยนตร์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสื่อบันเทิงดิจิทัลจากเฉิงตูได้อย่างชัดเจน โดยเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง “8 เซียน ขอให้จึ้ง!” ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์กว่า 110 แห่งทั่วประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการจัดรอบฉายสูงถึงกว่า 600 รอบต่อวัน ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง “นาจา 2” ก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการครองอันดับ 1 ในตารางบ็อกซ์ออฟฟิศของสิงคโปร์ต่อเนื่องยาวนานถึง 3 สัปดาห์ซ้อน และยังครองแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศของมาเลเซียต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์ในช่วงปี 2568

จากการประเมินความสำเร็จในเชิงเศรษฐกิจ พบว่ารายได้หลักจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมดิจิทัลของนครเฉิงตูนั้นสูงถึง 4.1397 แสนล้านหยวน ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมที่ติดอันดับแถวหน้าของประเทศจีน ความสำเร็จเหล่านี้ส่งผลให้วัฒนธรรมดิจิทัลกลายเป็นสะพานเชื่อมสายสำคัญที่เชื่อมโยงนครเฉิงตูเข้ากับตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนผ่านสื่อดิจิทัลที่ทันสมัย

นอกเหนือจากการสร้างความแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมดิจิทัลแล้ว นครเฉิงทยังคงมุ่งมั่นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกที่สำคัญ การนำเสนอเสน่ห์ของอาหารเสฉวนอันเลื่องชื่อที่โด่งดังไปทั่วโลก ตลอดจนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับหิมะและน้ำแข็งที่สามารถสัมผัสได้ทุกฤดูกาล สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไฮไลต์เด่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองได้อย่างกว้างขวางและดึงดูดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การท่องเที่ยวในรูปแบบหิมะและน้ำแข็งตลอดปีได้กลายเป็นหนึ่งในหมวดหมู่การท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุดในปัจจุบัน ข้อมูลจาก “รายงานประเมินภาวะเศรษฐกิจน้ำแข็งและหิมะของจีน (ฤดูกาลหิมะ 2567-2568)” ได้ระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า เฉิงตูติดอันดับ 9 ของประเทศในด้านศักยภาพในการให้บริการทางเศรษฐกิจน้ำแข็งและหิมะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการที่มีประสิทธิภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ความหนาวเย็นในทุกช่วงเวลาของปี

ปัจจุบันนครเฉิงตูมีลานกีฬาฤดูหนาวรองรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 60 แห่ง ส่งผลให้กิจกรรมทางกีฬาและการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับหิมะและน้ำแข็งไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในช่วงฤดูหนาวอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับขึ้นสู่กิจกรรมที่เปิดรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี การขยายตัวของลานกีฬาเหล่านี้ช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในท้องถิ่น และทำให้เมืองกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถมอบประสบการณ์ความหนาวเย็นที่สมจริงให้กับนักท่องเที่ยวได้ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลใดก็ตาม

รากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวน้ำแข็งและหิมะตลอดปีคือการดำเนินงานอย่างมืออาชีพของสถานที่ท่องเที่ยวในอาคาร โดย “รายงานสมุดปกขาวอุตสาหกรรมสกีของจีน ประจำปี 2567-2568” ระบุว่า เฉิงตู ซูนัค สโนว์ ปาร์ค (Chengdu Sunac Snow Park) ในเมืองตู้เจียงเยี่ยน เป็นหนึ่งในสกีรีสอร์ตในร่มที่มีพื้นที่หิมะใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของโลก โดยครองอันดับที่ 4 ของโลกด้วยพื้นที่หิมะกว้างใหญ่ถึง 55,000 ตารางเมตร ตัวโครงการมีการควบคุมอุณหภูมิภายในให้คงที่ตลอดทั้งปี พร้อมเปิดให้บริการลานสกี 7 เส้นทางที่มีระดับความท้าทายหลากหลาย ตอบโจทย์การท่องเที่ยวทุกฤดูกาลโดยไม่หวั่นต่อสภาพอากาศภายนอก

นอกจากความสะดวกสบายในอาคารแล้ว เมื่อฤดูหนาวเวียนมาถึง ภูเขาหิมะซีหลิง (Xiling Snow Mountain) ยังได้เข้ามาเสริมมิติการท่องเที่ยวกลางแจ้งให้ครบครัน ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนที่เปิดให้บริการสกีตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงฤดูหิมะ โดยมีการจัดโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น การทานหม้อไฟกลางหิมะและจิบชาร้อนๆ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักผ่อนได้นานขึ้น ส่งผลให้ในช่วงฤดูกาลหิมะปี 2567-2568 ยอดนักท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้น 14.71% และที่พักโดยรอบมียอดจองทะลุ 90% ทุกช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่นครเฉิงทูกำลังเดินหน้ายกระดับระบบอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยมาตรการยกเว้นวีซ่าต่างตอบแทนระหว่างจีนและหลายประเทศเพื่อรองรับคลื่นนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล

Chengdu DigitalArt SnowAndIce CulturalTourism ChinaTourism