ETDA ร่วมกับ สสวท. สพฐ. และ UNICEF Thailand เปิดตัวคู่มือการจัดการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม เพื่อให้ครูนำไปใช้สอนนักเรียนชั้น ป.4 ถึง ม.6 ให้ใช้งาน AI อย่างปลอดภัยและรู้เท่าทัน
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ UNICEF Thailand เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาไทยในยุคดิจิทัล โดยมีการเปิดตัวเครื่องมือสำคัญคือ “คู่มือการจัดการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม หรือ AI & Digital Ethics for Education” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการช่วยให้ครูและสถานศึกษาทั่วประเทศสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพสำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์

วัตถุประสงค์หลักของการจัดทำคู่มือฉบับนี้คือการมุ่งเน้นให้นักเรียนไทยมีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อย่างรู้เท่าทันและมีความปลอดภัยในการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเนื้อหาจะเน้นย้ำให้ผู้เรียนตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ต่อทั้งตนเองและผู้อื่นในสังคมวงกว้าง คู่มือนี้จะช่วยให้เด็กไทยสามารถแยกแยะข้อมูลและเข้าใจถึงความรับผิดชอบในการใช้งานเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างถูกต้อง โดยเปิดให้ครูและสถานศึกษาที่สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดเพื่อนำไปใช้งานได้ฟรีผ่านช่องทางออนไลน์ที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียนให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ได้เปิดเผยถึงที่มาและความสำคัญของโครงการนี้ว่า เกิดจากโจทย์สำคัญที่โรงเรียนต่าง ๆ กำลังเผชิญร่วมกันในปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ได้กลายเป็นเครื่องมือที่นักเรียนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อค้นหาข้อมูลความรู้ต่าง ๆ การใช้เพื่อช่วยในการคิดวิเคราะห์ หรือแม้แต่การใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ดังนั้นบทบาทของครูจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้เรียน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การสอนให้รู้จักวิธีใช้งานเครื่องมือเท่านั้น แต่ต้องสอนให้เด็ก ๆ สามารถแยกแยะได้ว่าคำตอบที่ได้รับจากระบบ AI นั้นอาจมีความผิดพลาดหรือมีอคติแฝงอยู่ได้

นอกจากนี้ นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล โดยนักเรียนจำเป็นต้องรู้ว่าข้อมูลส่วนตัวประเภทใดบ้างที่ไม่ควรนำไปป้อนเข้าสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงความเข้าใจในมิติของผลกระทบทางสังคม โดยนักเรียนต้องตระหนักว่าผลงานหรือข้อความใด ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นและเผยแพร่ผ่านระบบ AI อาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง การสร้างความเข้าใจที่รอบด้านเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้กับเยาวชน เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้เครื่องมือสมัยใหม่ได้อย่างมีความรับผิดชอบและคำนึงถึงจริยธรรมในการสื่อสารในโลกออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ
จากการวิเคราะห์โจทย์ข้างต้น ETDA จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง สสวท. สพฐ. และ UNICEF Thailand พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และครูผู้สอน เพื่อร่วมกันพัฒนา “คู่มือการจัดการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีจริยธรรม หรือ AI & Digital Ethics for Education” สำหรับนักเรียนชั้น ป. 4 ถึง ม. 6 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนหลักการที่ซับซ้อนเกี่ยวกับความปลอดภัย ความรับผิดชอบ จริยธรรม และธรรมาภิบาลของปัญญาประดิษฐ์ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่ครูสามารถนำไปจัดการเรียนการสอนได้จริงในห้องเรียน โดยเน้นให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านสถานการณ์ที่ใกล้ตัวและเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
กระบวนการเรียนรู้ในคู่มือจะเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการตั้งคำถาม การตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และการพิจารณาถึงผลกระทบก่อนที่จะตัดสินใจใช้หรือแชร์ข้อมูลใด ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ห้องเรียนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการใช้ AI อย่างรู้เท่าทันและสอดคล้องกับหลักจริยธรรมและธรรมาภิบาล AI อย่างแท้จริง โดยในกระบวนการจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนสามารถเลือกปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้มีความเหมาะสมกับช่วงวัยและบริบทเฉพาะของนักเรียนแต่ละกลุ่มได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน
เนื้อหาภายในคู่มือฉบับนี้ได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งนักเรียนชั้น ป.4–6 และ ม.1–6 โดยในแต่ละระดับชั้นจะมีจำนวน 9 กิจกรรม หรือ 9 โมดูล ซึ่งกำหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมทั้งหมดรวม 20 ชั่วโมง แม้ว่าทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจะใช้หัวข้อหลักในการเรียนรู้เดียวกัน แต่มีการปรับเปลี่ยนโจทย์และวิธีการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียนแต่ละกลุ่ม โดยครูสามารถเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมและปรับให้เข้ากับบริบทของนักเรียนรวมถึงความพร้อมของสถานศึกษาได้ โดยเนื้อหาหลักจะเริ่มตั้งแต่การทำความรู้จัก AI ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องจริยธรรม AI อคติ และผลกระทบของ AI ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณ
นอกจากเนื้อหาด้านปัญญาประดิษฐ์แล้ว คู่มือนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลอย่างรอบด้าน ครอบคลุมถึงเรื่องอัตลักษณ์และสิทธิในโลกดิจิทัล การเรียนรู้วิธีการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย การตระหนักถึงร่องรอยดิจิทัลที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน รวมถึงการรับมือกับการกลั่นแกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ และการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ ทางดิจิทัลที่อาจเกิดขึ้นได้ในปัจจุบัน การบูรณาการเนื้อหาเหล่านี้เข้าด้วยกันจะช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมในการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ สามารถปกป้องตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่นในพื้นที่ออนไลน์ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
จุดเด่นที่สำคัญของคู่มือฉบับนี้คือการนำเรื่องจริยธรรมและการใช้ AI อย่างรับผิดชอบซึ่งอาจเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับเด็ก มาแปลงให้กลายเป็นกิจกรรมที่เข้าใจง่ายผ่านเรื่องราวใกล้ตัว ตัวอย่างเช่น นักเรียนในระดับประถมศึกษาจะได้เรียนรู้จริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ผ่านการอ่านนิทาน และได้สำรวจอคติของระบบ AI ผ่านการเล่นการ์ดเกม รวมถึงการทดลองใช้ AI ในฐานะ “เพื่อนช่วยคิด” เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานต่าง ๆ โดยในกระบวนการนี้ นักเรียนจะได้ฝึกฝนการวางแผน การตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้ และการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าผลงานของตนเองนั้นอาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไรบ้างก่อนที่จะมีการเผยแพร่ออกไป
ETDA สสวท AI DigitalEthics Education