“หมอปลาย พรายกระซิบ” ร่วมกับ “พัณวา” เปิดใจครั้งแรกในรายการ คุยแซ่บshow เผยคำทำนายภัยพิบัติน้ำท่วมปี 69 และเปิดใจความรักที่ผ่านบททดสอบจนได้ครองคู่กัน

“หมอปลาย พรายกระซิบ” ได้ปรากฏตัวในรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง One31 เพื่อร่วมพูดคุยและเปิดคำทำนายสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2569 โดยเนื้อหาครอบคลุมถึงการคาดการณ์เหตุการณ์ในช่วงสิ้นปีนี้ รวมถึงการวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจและภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้าหรือปี 2570 พร้อมกับการเปิดใจครั้งสำคัญของเธอและสามี “พัณวา” ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ผ่านบททดสอบต่างๆ จนนำไปสู่การแต่งงานและการเปิดเผยที่มาของสินสอดที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท โดยมี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “หนิง ปณิตา” รับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ในการเปิดรายการร่วมกันเป็นครั้งแรกระหว่าง “หมอปลาย” และ “พัณวา” ทางพิธีกรได้สอบถามถึงความรู้สึกของทั้งคู่ ซึ่งทาง “พัณวา” ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยความตื่นเต้นว่าเขารู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่ก่อนที่จะเดินเข้ามาในรายการแล้ว โดยการปรากฏตัวร่วมกันในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งคู่จะได้สื่อสารเรื่องราวส่วนตัวและเรื่องราวความเชื่อในมุมมองที่หลากหลายให้แก่ผู้ชมได้รับทราบอย่างทั่วถึงในพื้นที่สื่อหลัก

ย้อนกลับไปในช่วงต้นเดือนกันยายน “หมอปลาย” ได้เคยให้คำทำนายไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในช่วงปลายเดือนกันยายนจนถึงต้นเดือนตุลาคม จะมีเรื่องของฝนฟ้าและน้ำท่วมเกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่อักษรย่อ ก. ซึ่งหมายถึงกรุงเทพมหานคร เมื่อถูกถามถึงรายละเอียดของภาพที่เห็นในขณะนั้น “หมอปลาย” ได้อธิบายความรู้สึกที่ได้รับว่าเห็นเป็นเมฆดำขนาดใหญ่ด้านบนที่ดูเหมือนเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ตกลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกับมีภาพของฟ้าผ่าเกิดขึ้นในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพที่ชัดเจนจนทำให้เกิดการเฝ้าระวังในพื้นที่

สำหรับการคาดการณ์สถานการณ์น้ำท่วมในช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน “หมอปลาย” ได้ระบุว่าหลังจากนี้สถานการณ์น้ำที่เอ่อล้นจะมีความรุนแรงน้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้าเล็กน้อย เมื่อถูกถามถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับน้ำเหนือที่จะหนุนสูงขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมา “หมอปลาย” ยืนยันว่าสถานการณ์จะเบากว่าช่วงที่ท่วมหนักๆ ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยืนยันเพื่อให้ประชาชนรับทราบถึงระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ในประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่อักษรย่อ ก. หรือกรุงเทพมหานครที่เคยปรากฏในคำทำนายไปแล้วหนึ่งแห่ง เมื่อมีการสอบถามถึงจังหวัดอื่นที่มีอักษรย่อ ก. ในคำทำนายเพิ่มเติมหรือไม่นั้น “หมอปลาย” ได้ตอบในเชิงให้ผู้ฟังเป็นผู้ตีความด้วยตนเอง โดยเมื่อถูกถามซ้ำว่าสามารถฟันธงระบุให้ชัดเจนได้หรือไม่ “หมอปลาย” ได้ปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมาก โดยระบุว่าในอดีตที่ผ่านมาหากมีการพูดออกมาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาเกินไป มักจะส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกและนำไปสู่การถูกแจ้งความได้

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่เคยพูดชัดเจนในอดีตจนเกิดปัญหา “หมอปลาย” อธิบายว่าการระบุชื่อจังหวัดโดยตรงอาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกและมีผู้ไปแจ้งความได้จริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของเธออย่างมาก นอกจากนี้เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ประชาชนควรระวังเพิ่มเติมจากเรื่องน้ำ “หมอปลาย” ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความกังวลเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยระบุว่าอาจจะถึงช่วงเวลาที่ต้องมีการนำรถเข้าซ่อมบำรุงกันเป็นจำนวนมากในช่วงที่น้ำท่วม จึงแนะนำให้ประชาชนหาวิธีการเดินทางที่ปลอดภัยในช่วงเวลาดังกล่าว

ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมจริงในบางพื้นที่ ซึ่งมีผู้ที่ย้ายรถไม่ทันจนรถจมน้ำเป็นจำนวนมาก “หมอปลาย” ได้มีการไลฟ์สดแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนวันที่ 3 ตุลาคมว่าฝนจะมาแรงมากและจะหนักกว่าเดิม โดยเตือนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการเก็บบ้านและเก็บของให้ดีเนื่องจากจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นพร้อมกัน ในการพูดคุยครั้งนี้เธอยังได้เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังตนเองในช่วงที่ฝนตกหนัก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่อาจจะนอนหลับได้ไม่ลึกนักเพื่อให้สามารถเฝ้าระวังสถานการณ์รอบข้างได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ “หมอปลาย” ยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีภูเขา โดยเตือนว่าในช่วงนี้ไม่ควรเดินทางขึ้นไปไหว้พญานาคเนื่องจากสภาพอากาศและสภาพดินไม่เอื้ออำนวยและไม่ปลอดภัย โดยระบุว่าควรให้ฝนหยุดก่อนจึงค่อยเดินทาง เนื่องจากดินในช่วงนี้มีปัญหาและอาจทำให้การเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศมีความลำบาก รวมถึงหากขึ้นไปบนที่สูงอาจจะไม่สามารถหลบฝนได้และอาจเกิดอันตรายจากสภาพดินที่ไม่ดีได้ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นการเตือนให้ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวได้หยุดพักและระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองเป็นสำคัญ

เมื่อถูกตั้งคำถามจากผู้ที่มองว่าหากมีความสามารถจริงควรพูดออกมาให้ชัดเจนว่าที่ไหน เวลาไหน โดยไม่ต้องใช้คำกว้างๆ “หมอปลาย” ได้ตอบกลับด้วยความอัดอั้นใจว่า ครั้งล่าสุดที่มีการพูดอย่างตรงไปตรงมาจนเกิดปัญหาขึ้นมานั้น เธอต้องรับผลกระทบจากการถูกแจ้งความเพียงลำพังโดยไม่มีใครมารับแทน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานและชีวิตส่วนตัวของเธอไปกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ เธอจึงจำเป็นต้องใช้การสื่อสารด้วยอักษรย่อเพื่อเป็นการป้องกันและเซฟความปลอดภัยให้กับตนเองในการประกอบอาชีพและการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

ในประเด็นที่ถูกถามว่าทำไมถึงเน้นทำนายแต่เรื่องภัยพิบัติและไม่ทำนายเรื่องดีๆ บ้าง “หมอปลาย” ได้อธิบายถึงบทบาทของตนเองว่าเธอไม่ได้อยู่บนที่สูงแต่เป็นผู้อยู่ข้างล่าง โดยเปรียบเทียบว่าเจ้านายของเธอคือท่านยม ซึ่งมักจะได้รับสารที่ต้องแจ้งเตือนให้ระวังภัยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องทางลบเพื่อการเตือนภัย ในขณะที่หากเป็นเทพที่อยู่ข้างบนจะได้รับสารที่เป็นเรื่องบวกมากกว่า แต่เนื่องจากตำแหน่งของเธอคือการรับสารจากด้านล่างขึ้นมา จึงทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังและเตือนภัยเป็นหลัก

เมื่อพูดถึงวิธีการสื่อสารของ “หมอปลาย” เธอระบุว่าปัจจุบันไม่ได้จำความฝันได้แล้ว แต่หากมีการตั้งสมาธิหรือถามคำถามเพื่อให้ท่านช่วย จะมีทั้งเสียงและภาพปรากฏเข้ามาแทนที่การฝัน และเมื่อเข้าสู่ช่วงการพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์กับ “พัณวา” “หมอปลาย” ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทั้งคู่ได้พบกันครั้งแรกที่ประเทศกัมพูชาในขณะที่เธอกำลังไปทำงานถ่ายคลิปต่างๆ ในตอนนั้นเธอยังไม่รู้จักชื่อของเขา และเขาก็ยังไม่รู้จักเธอในฐานะคนดัง จนกระทั่งมีการติดต่อกันในภายหลังเพื่อพูดคุยเรื่องธุรกิจและการเป็นอินฟลูเอนเซอร์

ในการพูดคุยเรื่องการเจอกันครั้งแรก “พัณวา” เล่าว่าเขาเป็นคนเข้าไปขอถ่ายรูปเพราะประทับใจในลุคของเธอในขณะนั้น จนกระทั่งได้กลับมาเจอกันอีกครั้งที่ประเทศลาว ซึ่งเขาเป็นทอล์กโชว์สายมู และเธอเป็นทอล์กโชว์สายอื่น และมีการนัดหมายคุยกันส่วนตัวซึ่งในวันนั้น “พัณวา” ต้องรอเธอถึง 4 ชั่วโมงเนื่องจากเธอติดภารกิจไลฟ์สดที่ยาวนานกว่าที่คาดไว้ โดยเขากล่าวติดตลกว่าต้องรอจนถึงเวลาที่เหมาะสมและเป็นช่วงเวลาที่เขาสามารถดื่มเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการรอคอยได้ และทั้งคู่ก็ได้อยู่ใกล้กันมานานกว่า 20 ปีแล้วก่อนที่จะได้มาทำความรู้จักกันอย่างจริงจังในที่สุด

หมอปลาย พัณวา คุยแซ่บShow คำทำนาย น้ำท่วม69