วิลลี่ แมคอินทอช เปิดใจผ่านรายการคุยแซ่บshow เผยเบื้องหลังการตัดสินใจให้เยลหลี ภรรยาสาวทำศัลยกรรมจมูกหลังจากรอคอยมานานกว่า 30 ปี จนถึงวัย 50 กว่า พร้อมเปิดใจคู่หูอย่างเสนาหอยที่ตัดสินใจไม่ทำศัลยกรรมเพราะกลัวเสียคาแรกเตอร์

ในรายการคุยแซ่บshow ทางช่อง One31 ที่ดำเนินรายการโดย ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ บูม สุภาพร ได้เป็นเวทีให้ วิลลี่ แมคอินทอช และ เสนาหอย คู่หูที่ร่วมงานกันมานานกว่า 30 ปี ได้ออกมาเปิดใจพูดคุยถึงเรื่องราวชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและวิกฤตต่างๆ มาด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วงหลังที่วิลลี่เริ่มมีชีวิตคู่และมีภรรยาที่สวยสะดุดตาอย่าง เยลหลี ซึ่งทำให้ทั้งคู่ได้พูดคุยถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตของกันและกันอย่างสนุกสนาน

ในช่วงเริ่มต้นของการสนทนา ทั้งคู่ได้พูดคุยถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนเอง โดยวิลลี่เล่าว่าบ้านของเขาอยู่ในเขตคลองสามวา ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้คลองและมักประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้งในบริเวณรอบๆ แต่โชคดีที่บ้านของเขายังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ขณะที่เสนาหอยเล่าถึงบ้านของตนในย่านทาวน์อินทาวน์ที่แม้จะมีการท่วมขังอยู่ด้านหน้าถนน แต่ภายในบ้านยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก และทั้งคู่ยังได้แสดงความเห็นใจต่อผู้ประสบภัยที่ลำบากกว่าตนเอง

วิลลี่ได้กล่าวถึงความลำบากของผู้ประสบภัยที่ต้องทนทุกข์จากสภาวะน้ำท่วมขังจนต้องหนีขึ้นไปอยู่บนหลังคา ซึ่งเป็นภาพที่น่าเห็นใจอย่างมาก โดยเขาเน้นย้ำว่าเราไม่ควรบ่นเรื่องน้ำท่วมของตนเองเพราะยังมีผู้คนที่ลำบากกว่าอีกมากมายทั่วประเทศ และเราควรมีความเอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในขณะที่เสนาหอยก็ได้กล่าวให้กำลังใจแก่ทีมอาสาสมัครที่ต้องบุกตะลุยเข้าไปช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ภายในบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขัง

เมื่อเข้าสู่ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ เยลหลี ภรรยาสาวของวิลลี่ วิลลี่ได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าสนใจว่า เยลหลีมีความสวยงามที่โดดเด่นมากในปัจจุบัน แต่ก่อนหน้านี้เธอมีความกังวลเกี่ยวกับรูปหน้าของตนเอง โดยเฉพาะเรื่องจมูก ซึ่งวิลลี่เล่าว่าเธอมีความตั้งใจที่จะทำศัลยกรรมจมูกมาอย่างยาวนานมาก โดยเริ่มมีความคิดนี้ตั้งแต่ตอนที่เธอยังอายุเพียง 23-24 ปีเท่านั้น แต่ในช่วงเวลานั้นวิลลี่มักจะท้วงติงและขอให้เธออย่าเพิ่งไปเปลี่ยนแปลงอะไรในตอนนั้น

เหตุผลสำคัญที่วิลลี่ไม่ยอมให้เยลหลีทำศัลยกรรมในช่วงแรก เพราะเขามีความเชื่อเรื่องของโหงวเฮ้งที่ส่งผลต่อดวงชะตา โดยเขาบอกกับเธอเสมอว่าให้รอไปก่อนจนกว่าโหงวเฮ้งจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่ได้อยู่ที่จมูกอีกต่อไป หากถึงเวลานั้นเมื่อไหร่เธอก็สามารถทำได้ตามที่ต้องการ จนกระทั่งปัจจุบันเมื่อเยลหลีมีอายุล่วงเลยเข้าสู่เลข 5 แล้ว วิลลี่จึงอนุญาตให้เธอทำการศัลยกรรมได้ในที่สุด ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สวยงามและดูดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

วิลลี่เล่าต่อด้วยความตลกขบขันว่า หลังจากที่เยลหลีทำศัลยกรรมจมูกเสร็จแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นทำให้เขาพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพราะเธอสวยขึ้นจนถึงขั้นที่เพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชายถึงกับไม่กล้าเข้ามาทักทายหรือพูดคุยด้วยเหมือนแต่ก่อน โดยวิลลี่เล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาไปส่งลูกแล้วมีเพื่อนมาถามด้วยความสงสัยว่าผู้หญิงที่มาส่งคือใคร จนทำให้เขาถึงกับหลุดยิ้มออกมาด้วยความตลกขบขันในความสวยที่เปลี่ยนไปของภรรยาตนเอง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการรอคอยมานานหลายสิบปี

ในขณะที่เสนาหอยได้แซววิลลี่เรื่องการมีภรรยาสาวที่อายุน้อยกว่า จนนำไปสู่ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับอายุของคนในครอบครัว โดยวิลลี่เล่าว่าการมีภรรยาที่อายุน้อยกว่าทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองดูมีอายุมากขึ้นทันที และเขาก็ยอมรับว่ามีความกังวลอยู่บ้างในช่วงแรกที่เยลหลีต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่เธอคลอดลูก ซึ่งด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้เขาไม่แน่ใจว่าร่างกายของเธอจะรับไหวหรือไม่ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นและสวยงาม

วิลลี่เล่าถึงความกังวลในช่วงที่เยลหลีต้องเข้าห้องผ่าตัดว่าเขากลัวเธอจะไม่ฟื้นขึ้นมา แต่เขาก็ยอมรับว่าตั้งแต่แต่งงานกันมา เยลหลีเป็นคนที่แข็งแรงมากและไม่เคยเจ็บป่วยหนักเลย ทำให้เขามั่นใจในความแข็งแรงของเธอมากขึ้น แม้จะมีการหยอกล้อกันในรายการเกี่ยวกับความแข็งแรงของเธอ แต่เขาก็ยืนยันว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการศัลยกรรมนั้นทำให้เขารู้สึกแฮปปี้มาก แม้ในบางครั้งที่เขาตื่นมาแล้วอาจจะยังไม่ชินกับใบหน้าใหม่ของภรรยา แต่ความสวยที่เพิ่มขึ้นมานั้นทำให้เขามีความสุขมาก

เมื่อถูกถามถึงความตั้งใจของตนเองในการทำศัลยกรรม วิลลี่ได้ตอบอย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีความประสงค์ที่จะทำศัลยกรรมใบหน้าของตนเอง เนื่องจากเขามีความกังวลเรื่องรูปลักษณ์ของลำคอซึ่งเขามีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวที่เหมือนไก่งวง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เขาพยายามรักษาเอาไว้และเป็นคาแรกเตอร์ที่ดีของเขามาโดยตลอด เขาจึงไม่อยากเสี่ยงกับการทำศัลยกรรมที่อาจทำให้ใบหน้าดูแปลกตาในช่วงที่กำลังพักฟื้น เพราะหากใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปจนคนจำไม่ได้ เขาอาจจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่การงานได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลาดังกล่าว

ในส่วนของเสนาหอยนั้น เขาได้เปิดเผยความจริงที่น่าสนใจว่าเขาเคยได้รับคำขอจากคนในรุ่นเดียวกับเยลหลีและวิลลี่ให้เขาลองตัดสินใจทำศัลยกรรมใบหน้าดูบ้าง ซึ่งในตอนแรกเขาก็มีความคิดที่จะทำเพราะอยากเปลี่ยนลุคให้ดูดีขึ้น แต่เมื่อเขาได้ลองปรึกษาและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ตัดสินใจปฏิเสธไปในที่สุด เนื่องจากเขากลัวว่าหากใบหน้าเปลี่ยนไปมากเกินไปจะทำให้คนจำเขาไม่ได้ และเขาต้องการรักษาคาแรกเตอร์เดิมของตนเองเอาไว้ให้ดีที่สุด เพราะเขาใช้ใบหน้าเดิมนี้ในการทำงานและสื่อสารกับผู้คนมาโดยตลอด

เสนาหอยยังได้เสริมด้วยความตลกขบขันว่าเขาได้ปรึกษากับเค้กส้มเกี่ยวกับเรื่องการทำศัลยกรรมใบหน้า ซึ่งเค้กส้มได้ให้คำตอบที่ทำให้เขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาอยู่แล้ว การไปทำศัลยกรรมอาจจะไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก และเขาก็ยอมรับว่าหากเขาตัดสินใจทำ เขาอาจจะอยากทำหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อเข่า การทำให้ตัวสูงขึ้น การทำเอว หรือการสร้างซิกแพ็ค แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่ทำเพื่อรักษาภาพลักษณ์เดิมของตนเองเอาไว้

บทสรุปของการสนทนาในเรื่องการศัลยกรรมของทั้งคู่สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างความต้องการความสวยงามที่ต้องแลกกับการรอคอยของเยลหลี ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวิลลี่ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม กับการรักษาตัวตนและคาแรกเตอร์เดิมของเสนาหอยที่เลือกจะรักษาใบหน้าที่คนคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน ทั้งคู่ต่างมีความสุขกับทางเลือกของตนเองและสามารถแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านี้ให้ผู้ชมได้รับชมได้อย่างสนุกสนานและเป็นกันเองผ่านรายการคุยแซ่บshow

สุดท้ายนี้ ประเด็นเรื่องการรอคอยของเยลหลีที่ยาวนานกว่า 30 ปี จนถึงอายุ 50 กว่าเพื่อทำศัลยกรรมจมูก กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม เนื่องจากเป็นการตัดสินใจที่ผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบร่วมกับสามี ในขณะที่การตัดสินใจของเสนาหอยที่เลือกจะไม่ทำศัลยกรรมก็เป็นบทเรียนที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตนเองเอาไว้ ซึ่งทั้งสองคนสามารถถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชมได้อย่างดีเยี่ยมตลอดการดำเนินรายการ

วิลลี่แมคอินทอช เสนาหอย เยลหลี คุยแซ่บshow One31