มูลนิธิประชาธิปก–รำไพพรรณี ร่วมกับมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล จัดคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 วันที่ 31 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร

มูลนิธิประชาธิปก–รำไพพรรณี ร่วมกับมูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เตรียมจัดคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ภายใต้ชื่อ “Light of Dawn: The Resilient Queen Rambhai Barni of Siam” หรือ “ดั่งแสงอรุณรุ่ง…รำไพพรรณีขัตติยนารีศรีสยาม” เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระสำคัญที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องเชิดชูพระเกียรติคุณในวาระครบ 100 ปีแห่งพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสังคม และความเสมอภาคทางเพศ (พ.ศ. 2469–2569) ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดที่ทั่วโลกต่างยอมรับในพระปรีชาสามารถ

การจัดแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้มีกำหนดการจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล โดยรูปแบบการนำเสนอจะมีความพิเศษและลุ่มลึกกว่าการแสดงทั่วไป เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตรผ่านการแสดงถึง 5 องก์ ในรูปแบบที่เรียกว่า An Immersive Orchestra Experience ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการบรรเลงของวงออร์เคสตราเข้ากับศิลปะการแสดง (Orchestra × Theatre) อย่างลงตัว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้แก่ผู้เข้าร่วมชม

ความโดดเด่นของการแสดงในครั้งนี้ยังรวมไปถึงการนำคลังภาพยนตร์และภาพประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าซึ่งหาชมได้ยากจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) มานำเสนอร่วมกับการแสดง เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นภาพเหตุการณ์จริงและเกร็ดทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในช่วงเวลาต่าง ๆ ของพระองค์ การนำสื่อประวัติศาสตร์เหล่านี้มาผสานเข้ากับดนตรีและการแสดงบนเวที จะช่วยสร้างมิติการรับรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงเรื่องราวในอดีตได้อย่างชัดเจนและเห็นภาพความสำคัญของพระราชกรณียกิจที่ทรงสร้างคุณประโยชน์ให้แก่แผ่นดินไทยอย่างต่อเนื่อง

รองศาสตราจารย์ ดร. ม.ล.เสาวรส สวัสดิวัฒน์ กรรมการมูลนิธิประชาธิปก–รำไพพรรณี และผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะผู้ริเริ่มแนวคิดและร่วมขับเคลื่อนโครงการคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ ได้เปิดเผยถึงความตั้งใจในการจัดงานครั้งนี้ว่า เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะใช้โอกาสสำคัญจากการยกย่องเชิดชูพระเกียรติคุณโดย UNESCO มาเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และบริบททางประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ฯ ให้กับคนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงและทำความเข้าใจในอีกมิติหนึ่งที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

ในการดำเนินโครงการนี้ ได้เกิดความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างมูลนิธิประชาธิปก–รำไพพรรณี มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำศักยภาพที่หลากหลายทั้งด้านดนตรี ศิลปะการแสดง และสื่อประวัติศาสตร์มาบูรณาการร่วมกันในการสร้างสรรค์การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรูปแบบที่ร่วมสมัย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้ในอดีตเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมโยงและสร้างความหมายที่สำคัญต่อคนในยุคปัจจุบันได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการสืบสานพระราชปณิธานให้คงอยู่สืบไป

นอกเหนือจากการจัดแสดงเพื่อเฉลิมพระเกียรติแล้ว การจัดงานในครั้งนี้ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสืบสานพระราชปณิธานในการสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและสังคมโดยรวม โดยกำหนดให้รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายบัตรเข้าชม จะถูกนำไปสมทบทุนใน 3 โครงการสำคัญที่มีความสำคัญต่อสาธารณกุศล ได้แก่ การจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลประชาชนในพื้นที่ การมอบทุนการศึกษาให้แก่วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เพื่อสร้างบุคลากรทางการแพทย์ และการสนับสนุนโครงการ ‘โรงงานยามีชีวิต’ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้กองทุนมูลนิธิมหิดลเพื่อความยั่งยืน

ในส่วนของการสร้างสรรค์ทางด้านดนตรีซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของคอนเสิร์ต คือการคัดเลือกบทเพลงไทยเดิมและดนตรีตะวันตกมาทำการเรียบเรียงใหม่เป็นพิเศษ เพื่อให้สอดรับและร้อยเรียงไปกับเนื้อหาของเรื่องราวทั้ง 5 องก์ การแสดงจะถ่ายทอดผ่านการบรรเลงของวง Thailand Philharmonic Orchestra (TPO) แห่งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นวงออร์เคสตราที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในการแสดงคอนเสิร์ตสำคัญระดับประเทศ การเรียบเรียงใหม่นี้จะช่วยสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่แต่ยังคงความงดงามของอัตลักษณ์ไทยไว้อย่างครบถ้วน

พลตรี ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ ผู้อำนวยการเพลงและวาทยกรคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ วาทยกร ผู้ประพันธ์เพลง และผู้เรียบเรียงเสียงประสานประจำ Thailand Philharmonic Orchestra (TPO) ได้กล่าวถึงความสำคัญของดนตรีในการแสดงครั้งนี้ว่า ดนตรีไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นส่วนประกอบในการแสดงเท่านั้น แต่ดนตรีถือเป็นหนึ่งในนักแสดงหลักที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของยุคสมัยในการเล่าเรื่อง เนื่องจากแต่ละบทเพลงที่ถูกคัดเลือกมานั้นมีความสอดคล้องกับช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ และช่วยเสริมเนื้อหาให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจรวมถึงอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในทุกช่วงของการแสดง

การเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ของบทเพลงไทยเดิมร่วมกับดนตรีตะวันตกโดยวง Thailand Philharmonic Orchestra (TPO) แบบเต็มวง จะทำหน้าที่นำพาผู้ชมให้เดินทางผ่านอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งเหตุการณ์สำคัญ และบรรยากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของการแสดงตลอดทั้ง 5 องก์ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่เป็นพิเศษในชื่อ ‘ดั่งแสงรำไพ’ เพื่อสื่อถึงพระจริยวัตรของพระองค์ที่เปรียบเสมือนแสงอรุณรุ่งที่มอบความอบอุ่นและส่องสว่างให้แก่หัวใจของปวงชน การออกแบบดนตรีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารความหมายและคุณค่าของพระองค์ผ่านท่วงทำนองที่ไพเราะและทรงพลัง

อีกหนึ่งความพิเศษที่สำคัญของการจัดงานในครั้งนี้คือการนำคลังภาพยนตร์และภาพประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยากจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) มาผสานเข้ากับดนตรีและการแสดง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและเกร็ดประวัติศาสตร์ที่สำคัญ รวมถึงพระราชกรณียกิจในช่วงเวลาต่าง ๆ ผ่านทั้งภาพ เสียง และการแสดงสดบนเวที ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของรูปแบบ An Immersive Orchestra Experience ที่มุ่งเน้นให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ที่สมจริงและเข้าถึงอรรถรสของการแสดงได้อย่างเต็มที่ การนำภาพจริงมาใช้จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุวรรณดี จักราวรวุธ ผู้กำกับการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง (พ.ศ. 2560) และผู้ร่วมก่อตั้งดรีมบอกซ์ (Dreambox) ได้กล่าวถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์การแสดงว่า ความท้าทายและความพิเศษของงานนี้คือการได้รับความอนุเคราะห์ให้นำฟุตเทจภาพจริงของบุคคล เหตุการณ์ และสถานที่ในอดีตมาใช้ในการวางโครงเรื่องและร้อยเรียงให้ทำงานร่วมกับแสง สี ดนตรีออร์เคสตรา และการแสดงบนเวทีได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน การผสมผสานเหล่านี้จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศในอดีตจริง ๆ ทำให้เกิดความเข้าใจและความผูกพันกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้ง่ายขึ้นกว่าการรับชมข้อมูลผ่านตัวอักษรเพียงอย่างเดียว

นอกจากความพิเศษของการแสดงบนเวทีแล้ว บริเวณด้านหน้าหอประชุมยังมีการจัดแสดงนิทรรศการน้อมรำลึกพระราชกรณียกิจที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO จัดแสดงโดยพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ ซึ่งนิทรรศการนี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ให้แก่ผู้เข้าชมก่อนเข้าสู่การแสดงคอนเสิร์ต การจัดงานในครั้งนี้จึงถือเป็นการรวมตัวของศิลปะหลายแขนงเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติและสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าให้คงอยู่สืบไปในใจของประชาชนไทยทุกคน

ดั่งแสงอรุณรุ่ง รำไพพรรณี มหิดล UNESCO ThailandPhilharmonicOrchestra