บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYMPHONY ร่วมกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนาม MOU ณ นครเซี่ยงไฮ้ เพื่อยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYMPHONY และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Huawei ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) อย่างเป็นทางการ โดยมี นายอเล็กซ์ โลท์ ชี ควั่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ นายวิลเลียม จาง ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้แทนในการลงนามร่วมกันในครั้งนี้ เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีโครงข่ายในอนาคต

การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อวางกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมใน 6 ด้านสำคัญที่จำเป็นต่อการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะ การพัฒนาโครงข่าย Optical Transport การพัฒนาแพลตฟอร์ม Virtualization และโครงสร้างพื้นฐานด้าน Storage รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ตลอดจนการยกระดับบริการด้านการปฏิบัติการและบำรุงรักษาโครงข่าย (Operations & Maintenance: O&M) และการพัฒนาบุคลากรร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
ภายใต้กรอบความร่วมมือที่ได้ตกลงกัน ทั้งสองบริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่าย IP/MPLS ของ SYMPHONY ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายในการยกระดับความเสถียรของระบบ เพิ่มขีดความสามารถด้าน Automation และมุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและปฏิบัติการโครงข่าย เพื่อเพิ่มความอัจฉริยะและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในทุกมิติให้มีความคล่องตัวและทันสมัยมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งส่วนสำคัญของความร่วมมือคือการพัฒนาโครงข่าย DCI Highway DWDM เพื่อรองรับปริมาณทราฟฟิกในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยจะมีการนำเทคโนโลยี Optical ขั้นสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ในระบบ อาทิ 2Tbps/Lambda, OXC, Super C+L, ASON และ 3D-Mesh เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้าน Capacity, Resilience, Scalability และ Operational Efficiency ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงข่าย Backbone และขีดความสามารถด้าน Data Center Interconnect ของ SYMPHONY ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพัฒนาโครงข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของ Data Center, Cloud Platform และกลุ่ม Digital Enterprise ซึ่งมีความต้องการการเชื่อมต่อที่เสถียรและรวดเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังจะร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์ม Virtualization และโครงสร้างพื้นฐานด้าน Storage เพื่อรองรับการเติบโตของบริการ Cloud, Enterprise และ Digital Services ของ SYMPHONY ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุดในยุคดิจิทัล

ในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมขั้นสูง ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันศึกษาเทคโนโลยี AI-enhanced Storage และ NPU Server เพื่อรองรับการพัฒนา AI Applications ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเพื่อเป็นการต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการร่วมกันศึกษา AI Use Cases และโซลูชันต่างๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อยกระดับการปฏิบัติการโครงข่าย การให้บริการแก่ลูกค้า และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นผ่านการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบหลัก
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับนี้ ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการและบำรุงรักษาโครงข่ายของ SYMPHONY ผ่านการนำแพลตฟอร์มบริหารจัดการและให้บริการโครงข่ายอัจฉริยะมาใช้งาน เช่น Huawei iMaster NCE ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการติดตามตรวจสอบแบบรวมศูนย์ การทำงานของระบบอัตโนมัติ การรับประกันคุณภาพการให้บริการ (SLA) การบริหารจัดการบริการเชิงรุก ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานแบบครบวงจร เพื่อให้มั่นใจว่าโครงข่ายจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความเสถียรภาพสูงสุดอยู่เสมอ
นอกเหนือจากการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและซอฟต์แวร์แล้ว ความร่วมมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการพัฒนาบุคลากรร่วมกันระหว่างทั้งสององค์กร โดยจะมีการจัดให้มีการฝึกอบรมด้านเทคนิค การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ลึกซึ้ง และการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญระหว่าง SYMPHONY และ Huawei เพื่อเสริมศักยภาพของบุคลากรให้มีความพร้อมและมีความเชี่ยวชาญในการรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงรูปแบบการให้บริการที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะสูงในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ
สำหรับลูกค้าของ SYMPHONY ความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งผลดีโดยตรงในการเสริมศักยภาพด้านความเสถียรของโครงข่ายที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของระบบโครงข่ายให้มีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถรองรับการเชื่อมต่อที่สามารถขยายตัวตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะการเติบโตอย่างต่อเนื่องของปริมาณข้อมูลในรูปแบบของ Digital และ AI Workloads ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
นายอเล็กซ์ โลท์ ชี ควั่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ในขณะที่ AI, Data Center และ Cloud Services กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญและส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต้องการด้านการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว SYMPHONY จึงจำเป็นต้องเดินหน้าเตรียมความพร้อมของโครงข่ายเพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายอเล็กซ์ โลท์ ชี ควัณ กล่าวต่อไปว่า ความร่วมมือกับ Huawei ในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทให้มีความอัจฉริยะมากขึ้น มีระบบอัตโนมัติที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ และสามารถรองรับการขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มองค์กรและธุรกิจดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทยให้มีความพร้อมในการแข่งขันในระดับสากล
ด้าน นายวิลเลียม จาง ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวเสริมถึงเป้าหมายของความร่วมมือว่า ความร่วมมือระหว่าง SYMPHONY และ Huawei ในครั้งนี้มีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายของประเทศไทยให้มีความเสถียร อัจฉริยะ และพร้อมรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ตลอดจนเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัทให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระยะต่อไป
SYMPHONY Huawei DigitalTransformation AIInfrastructure OpticalTransport