แบรนด์ UFARM ในกลุ่มบริษัท ซีพีเอฟ ผนึกกำลัง Butterbear จัดงานวิ่ง “UFARM x Butterbear OMEGA 3 หมูหมี Run” มุ่งสร้างประสบการณ์ Active Lifestyle และขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่
แบรนด์ UFARM (ยู ฟาร์ม) ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์คุณภาพภายใต้กลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้ประกาศก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ด้วยการชูจุดเด่นด้านอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Preventive Health โดยมีการวางกลยุทธ์ผ่านการทำ Lifestyle Collaboration เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น

ล่าสุด UFARM ได้ตัดสินใจจับมือกับ Butterbear เพื่อสร้างความร่วมมือครั้งสำคัญในการเปิดตัวกิจกรรมพิเศษอย่างงานวิ่ง “UFARM x Butterbear OMEGA 3 หมูหมี Run” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดึงพลังของคาแรกเตอร์ที่โดดเด่น มีความสนุกสนาน และความสดใสของ Butterbear มาเป็นตัวกลางในการสื่อสารและขยายฐานลูกค้าของ UFARM ไปสู่กลุ่มมัมหมีและกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ
การจัดกิจกรรมในรูปแบบเชิง Active Lifestyle นี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ UFARM ให้ก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์อาหารสุขภาพระดับซูเปอร์พรีเมียมที่สามารถเข้าไปมีบทบาทสำคัญในคอมมูนิตี้ของผู้บริโภคได้หลากหลายขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และเข้าถึงง่ายผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์เข้ากับสุขภาพอย่างลงตัว

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดกลาง ซีพีเอฟ เปิดเผยถึงทิศทางของตลาดในปัจจุบันว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ Lifespan หรือการมีอายุที่ยืนยาวเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญอย่างมากกับ Healthspan ซึ่งหมายถึงการมีสุขภาพที่ดีให้ยาวนานที่สุดด้วย ดังนั้นการแข่งขันในตลาดอาหารจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความหลากหลายของตัวผลิตภัณฑ์อีกต่อไป
นอกจากความหลากหลายแล้ว การแข่งขันในปัจจุบันยังรวมไปถึงการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อยกระดับคุณค่าทางโภชนาการให้สูงขึ้น และทำให้ประโยชน์ด้านสุขภาพเหล่านั้นสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้จริงในชีวิตประจำวัน ทางแบรนด์จึงตั้งใจทำให้เรื่องของอาหารเพื่อสุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้นผ่านไลฟ์สไตล์อีเวนต์ที่กระตุ้นให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพรอบด้าน ตั้งแต่การออกกำลังกายไปจนถึงการเลือกรับประทานอาหารในแต่ละวัน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การทำให้ผลิตภัณฑ์สำหรับคนรักสุขภาพของ UFARM ไม่ว่าจะเป็น หมูชีวา ไก่เบญจา และไข่ไก่เบญจา สามารถเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยได้มากขึ้น โดยการนำเอาผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าไปอยู่ในกิจกรรมที่สร้างสรรค์จะช่วยสร้างการรับรู้ถึงคุณประโยชน์ของอาหารที่ผ่านกระบวนการคิดค้นมาอย่างดี เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเองและครอบครัวได้ง่ายขึ้นในทุกๆ วัน
นางสาวอนรรฆวี ชี้ให้เห็นเพิ่มเติมว่า การลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความแตกต่างและกำหนด Positioning ของ UFARM ในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพระดับซูเปอร์พรีเมียมให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยโจทย์หลักของการพัฒนาคือการทำให้ผู้บริโภคได้รับโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น โดยที่ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิถีการกินเดิมๆ ของตนเองให้ยุ่งยากหรือลำบากจนเกินไป

ทาง UFARM ได้ใช้ระยะเวลากว่า 5 ปี ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิดเพื่อให้มีโอเมก้า 3 จากแหล่งอาหารธรรมชาติ โดยผลิตภัณฑ์หมูชีวาจะถูกเลี้ยงด้วยเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันปลา และสาหร่ายทะเลลึก ส่วนไก่เบญจาโปรตีนสูงจะถูกเลี้ยงด้วยข้าวกล้องและเมล็ดแฟลกซ์ และสำหรับไข่ไก่เบญจา จะมีปริมาณโอเมก้า 3 มากกว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารสูตรปกติถึง 5 เท่า ซึ่งถือเป็นการสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมทางโภชนาการที่ชัดเจน
เนื่องจากในปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับข้อมูลและการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์มากขึ้น UFARM จึงเดินหน้าต่อยอดการวิจัยร่วมกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษาผลของการบริโภคเนื้อหมูที่มีโอเมก้า 3 ในกลุ่มอาสาสมัคร ผ่านการควบคุมอาหารของกลุ่มตัวอย่างทุกมื้อเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่รับประทานเนื้อหมูที่มีโอเมก้า 3 กับกลุ่มที่รับประทานเนื้อหมูทั่วไป

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่รับประทานเนื้อหมูที่มีโอเมก้า 3 มีค่าไตรกลีเซอไรด์เฉลี่ยลดลงประมาณ 13% และค่าการอักเสบ (TNF-Alpha) ลดลงถึง 61% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนถึงการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยข้อมูลเชิงวิชาการที่ชัดเจน เพื่อยกระดับการรับรู้เรื่องโภชนาการเชิงป้องกันในกลุ่มผู้บริโภคให้มีความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์จาก UFARM มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ในระยะต่อไป UFARM มุ่งเน้นการสื่อสารให้ผู้บริโภครู้จักทางเลือกด้านโภชนาการที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งในด้านความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ รวมถึงการขยายตลาดทั้งในรูปแบบ B2B และ B2C โดยเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ UFARM เข้าไปอยู่ในทุกโอกาสการรับประทาน ไม่ว่าจะเป็นมื้อที่ปรุงเองที่บ้าน มื้ออาหารนอกบ้าน หรือกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับ Butterbear จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์และคอมมูนิตี้ใหม่ๆ

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเรื่องโภชนาการเชิงป้องกัน โดยเฉพาะความสำคัญของโอเมก้า 3 มาถ่ายทอดผ่านไลฟ์สไตล์ที่สนุกและเข้าถึงง่าย โดยมี Butterbear และ “เดอะแก๊ง” ตัวแทนจาก UFARM ได้แก่ หมูชีวา ไก่เบญจา และไข่ไก่เบญจา เป็นกลไกหลักในการเล่าเรื่องสุขภาพ พร้อมกับเพลงพิเศษของ UFARM ที่จัดทำขึ้นเฉพาะเพื่อตอกย้ำทิศทางของแบรนด์ในการทำให้อาหารเพื่อสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของ Active Lifestyle อย่างแท้จริง
สำหรับรายละเอียดงานวิ่ง “UFARM x Butterbear OMEGA 3 หมูหมี Run” จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ณ Stadium One โดยมีแพ็กเกจให้เลือกคือ 3 KM (ใบเสร็จ 399 บาท + ค่าสมัคร 499 บาท), 5 KM (ใบเสร็จ 399 บาท + ค่าสมัคร 699 บาท) และ VIP (5 KM) (ใบเสร็จ 399 บาท + ค่าสมัคร 1,199 บาท) โดยผู้สมัครจะได้รับเสื้อวิ่งคอลเล็กชันพิเศษ, ผ้าคาดศีรษะ, Race Bib, เหรียญที่ระลึก, อาหารและเครื่องดื่ม และประกันอุบัติเหตุ (พิเศษรับเสื้อแจ็กเก็ตสำหรับแพ็กเกจ VIP)
ขั้นตอนการสมัครเริ่มต้นจากการซื้อสินค้า UFARM ครบ 399 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ (คละสินค้าได้ทั้ง หมูชีวา ไก่เบญจา ไข่ไก่เบญจา ไข่ไก่ Cage Free และไข่ไก่โอชา) จากนั้นอัปโหลดใบเสร็จและกรอกข้อมูลผ่าน Google Forms เพื่อรับโค้ดทางอีเมลภายใน 24 ชั่วโมง และนำโค้ดไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์ Thai Run โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ UFARM Thailand
รายละเอียดขั้นตอนการสมัครอย่างละเอียดประกอบด้วย 1. ซื้อสินค้า UFARM ครบ 399 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ โดยสามารถคละสินค้าได้ทั้ง หมูชีวา ไก่เบญจา ไข่ไก่เบญจา ไข่ไก่ Cage Free และไข่ไก่โอชา 2. อัปโหลดใบเสร็จและกรอกข้อมูลผ่าน Google Forms (https://forms.gle/2tYobQL9BTXeApau6) 3. รอรับโค้ดทางอีเมลภายใน 24 ชั่วโมง หลังทีมงานตรวจสอบความถูกต้อง 4. นำโค้ดไปลงทะเบียนและเลือกแพ็กเกจวิ่งที่เว็บไซต์ Thai Run (https://race.thai.run/UFARMxButterbearRun)
UFARM Butterbear ซีพีเอฟ หมูชีวา ไก่เบญจา ไข่ไก่เบญจา