Moncler เปิดตัวคอลเลกชั่น Re/Icons ในปี 2026 ณ เมืองมิลาน โดยนำดีไซน์ไอคอนิกจากคลังอาร์ไคฟ์มาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมนำเสนอในรูปแบบโททัลลุคเป็นครั้งแรก
Moncler Re/Icons เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่จากคลังอาร์ไคฟ์ที่หล่อหลอมขึ้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ Moncler โดยการนำเสนอในครั้งนี้เป็นการผสานรวมเอาสองแก่นสำคัญเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไอคอนเหนือกำหนดของกาลเวลาที่หยั่งรากลึกอยู่ในมรดกอันยาวนานของแบรนด์ และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและการปีนเขาที่ท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์
สำหรับคอลเลกชั่นในปี 2026 นี้ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดบทสนทนาที่ลึกซึ้งระหว่างมรดกอันทรงคุณค่าจากอดีตกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดครั้งใหม่ในปัจจุบัน โดย Moncler Re/Icons ได้คัดสรรสี่ดีไซน์สำคัญที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิก ตั้งแต่ยุคสมัยแห่งการเดินทางสำรวจในช่วงทศวรรษที่ 1950 ไปจนถึงรุ่นคลาสสิกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในทศวรรษที่ 1980 เพื่อนำมาตีความใหม่ผ่านมุมมองที่ทันสมัยและโดดเด่น
เรื่องราวของคอลเลกชั่นนี้ถูกถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายจากคลังอาร์ไคฟ์ที่ทรงคุณค่า ซึ่งเผยให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์ Moncler กับวัฒนธรรมการปีนเขาในเทือกเขาแอลป์ รวมถึงบทบาทสำคัญของแบรนด์ในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์สำหรับการเดินทางสำรวจที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพของ Lionel Terray นักปีนเขาระดับตำนานผู้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานคนสำคัญของ Moncler ในยุคแรกเริ่ม
นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ที่ร่วมถ่ายทอดนวัตกรรมยุคบุกเบิกของแบรนด์ ตั้งแต่การผลิตถุงนอนบุนวมไปจนถึงอุปกรณ์คุณภาพระดับโลกสำหรับการพิชิตยอดเขาที่สูงชันที่สุดในโลก สิ่งเหล่านี้ได้ปูทางไปสู่เรื่องราวหลักของฤดูหนาวภายใต้แนวคิดที่ว่า “เหล่านักบุกเบิกใน Moncler ผู้ขับเคลื่อนด้วยความฝันเหนือจินตนาการ” หรือ “Pioneers in Moncler with Extraordinary Dreams” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกเข้ากับความฝันอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์
ในส่วนของรายละเอียดการออกแบบ เสื้อแจ็กเก็ตทั้งสี่สไตล์ในคอลเลกชั่นนี้โดดเด่นด้วยเทคนิคการใช้สีแบบ camaïeu ซึ่งเป็นการผสมผสานเฉดสีหลายระดับที่อยู่ในกลุ่มสีเดียวกัน เพื่อสร้างมิติความลึกและความประณีตให้กับดีไซน์ของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น นอกจากนี้ภายในยังมีการประดับป้ายภาพถ่ายยอดเขา K2 อันเลื่องชื่อของ Vittorio Sella ซึ่งถูกบันทึกไว้เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1909 เพื่อสะท้อนถึงมรดกแห่งการบุกเบิกบนขุนเขาที่แบรนด์ยึดถือมาอย่างยาวนาน
ความพิเศษอีกประการหนึ่งคือการตีความสัญลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ผ่านโลโก้โลหะบนกระเป๋าเสื้อ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเข็มกลัดที่ระลึกสไตล์วินเทจจากเทือกเขาแอลป์อันเป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญที่สุดคือการที่ Moncler Re/Icons ได้ขยายขอบเขตของคอลเลกชั่นจากเดิมที่เป็นเพียงเสื้อผ้าเอาต์เตอร์แวร์ ไปสู่การนำเสนอในรูปแบบโททัลลุคเป็นครั้งแรก โดยมีการคัดสรรเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์มาเพื่อเติมเต็มให้แต่ละลุคมีความสมบูรณ์แบบและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
การนำเสนอในรูปแบบโททัลลุคครั้งนี้ประกอบไปด้วยเสื้อแจ็กเก็ตกันลม เสื้อยืด กางเกง และกระโปรงที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี เพื่อสร้างประสบการณ์การแต่งกายที่ครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีการเสริมความสมบูรณ์ของลุคด้วยเครื่องประดับและอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น หมวกบีนนี่ หมวกบาลาคลาวา (balaclavas) ผ้าพันคอฟูลาร์ผ้าไหมทวิลล์ (silk-twill foulards) ไปจนถึงแว่นกันแดดที่รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุไทเทเนียมและหนัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากแว่นตาปีนเขาสไตล์วินเทจที่ให้ความรู้สึกคลาสสิก
เริ่มต้นด้วยแจ็กเก็ต Karakorum ซึ่งเป็นผลงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในปี 1954 และได้รับการนำมาตีความใหม่ในรูปแบบ Re/Iconized ในปี 2026 โดยย้อนกลับไปในปี 1954 Moncler ได้รังสรรค์แจ็กเก็ต Karakorum ให้กับ Achille Compagnoni และ Lino Lacedelli สองนักปีนเขาจากคณะสำรวจชาวอิตาเลี่ยนที่สามารถพิชิตยอดเขา K2 ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ทำให้แจ็กเก็ตรุ่นนี้กลายเป็นไอคอนที่ร่วมสร้างประวัติศาสตร์และถูกเก็บรักษาไว้ในคลังอาร์ไคฟ์ในฐานะผลงานอันทรงคุณค่า
แจ็กเก็ต Karakorum ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางสำรวจโดยเฉพาะ โดยในอดีตผลิตจากผ้าฝ้ายเนื้อดิบบุฉนวนขนดาวน์ แต่ในเวอร์ชันปี 2026 ได้ถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยผ้าไมโครริปสต็อปเนื้อเงาขนาด 10 เดเนียร์ ในซิลูเอตที่ออกแบบมาให้โอบรับร่างกายแต่ยังคงความเบาสบาย รายละเอียดซิกเนเจอร์ประกอบด้วยกระดุมสแน็ปคู่ด้านหน้า ฮู้ดที่สามารถถอดออกได้ เชือกรูดปรับกระชับ และสายสะพายด้านในสำหรับสะพายหลังได้เสมือนเป้ พร้อมกระเป๋าขนาดใหญ่บริเวณอกที่ประดับโลโก้ Re/Icons ที่ออกแบบใหม่
สำหรับแจ็กเก็ต Karakorum ในรุ่นสุภาพบุรุษจะมีให้เลือกในสีดำ สีแดง และสีน้ำเงินอมเขียว (petrol-blue) ในขณะที่รุ่นสำหรับสุภาพสตรีจะนำเสนอในสีดำและสีม่วง ต่อมาคือแจ็กเก็ต Verone ซึ่งถือกำเนิดในปี 1980 และได้รับการตีความใหม่ในปี 2026 แจ็กเก็ต Verone กลายเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม Paninari ซึ่งเป็นวัฒนธรรมวัยรุ่นที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางคาเฟ่และแวดวงแฟชั่นในมิลาน โดยกลุ่ม Paninari มักเลือกใช้แจ็กเก็ตพัฟเฟอร์เป็นไอเท็มชิ้นสำคัญประจำตัวเพื่อสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ
การตีความใหม่ของแจ็กเก็ต Verone ในครั้งนี้ถูกออกแบบในทรงรีแลกซ์ฟิต ตัดเย็บจากผ้าไมโครคอตตอนเนื้อแมตต์น้ำหนักเบา มาพร้อมฮู้ดแบบซึ่อนเก็บได้และซิปด้านหน้าพร้อมสาบกระดุมปิดทับเพื่อป้องกันลม พร้อมเพิ่มความร่วมสมัยด้วยพาเลตต์สีใหม่ โดยรุ่นสำหรับสุภาพสตรีมีให้เลือกในสีชมพูพาสเทล สีไลแลค และสีดำ ส่วนรุ่นสำหรับสุภาพบุรุษมีให้เลือกในสีน้ำเงินเนวี สีเทา และสีดำ และสุดท้ายคือแจ็กเก็ต Himalaya ที่ถือกำเนิดในปี 2009 และถูกนำมาตีความใหม่ในปี 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในดีไซน์ไอคอนิกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
แจ็กเก็ต Himalaya มีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์การเดินทางสำรวจของ Moncler ในทศวรรษที่ 1950 เมื่อแบรนด์ได้จัดเตรียมเครื่องแต่งกายให้ Lionel Terray นักสำรวจชาวฝรั่งเศส สำหรับการพิชิตยอดเขา Makalu ในเทือกเขาหิมาลัยได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ การนำดีไซน์นี้มาตีความใหม่ในปี 2026 จึงเป็นการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์อันยาวนานเข้ากับความทันสมัยของปัจจุบันได้อย่างลงตัวที่สุดในฐานะส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่น Moncler Re/Icons ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดเสมอมา
Moncler MonclerReIcons Moncler2026 Karakorum Verone Himalaya