วง manutsawee จัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชื่อ “ขอให้มีความสุขกับเพลงเศร้า CONCERT” เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ณ ธันเดอร์โดม เพื่อพาชาว “เศร้าหลิน” ร่วมเดินทางผ่านบทเพลงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก
การเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของเสียงเพลงและความรู้สึกของผู้คนอย่างต่อเนื่องของวง manutsawee (มนัสวีร์) จากค่าย 9ARKKHAN ได้เดินทางมาถึงจุดหมายสำคัญในรูปแบบของคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของพวกเขาในชื่อ “Chang Music Connection presents ขอให้มีความสุขกับเพลงเศร้า CONCERT” ซึ่งได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวผ่านท่วงทำนองที่ตราตรึงใจ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากการรวมตัวกันของชาว “เศร้าหลิน” ซึ่งเป็นกลุ่มแฟนเพลงของวง manutsawee ที่เดินทางมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนสุดพิเศษนี้ และเมื่อถึงเวลาการแสดง เวทีถูกเนรมิตให้กลายเป็นเสมือนบ้านที่เปิดประตูต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกของ manutsawee โดยมีสมาชิกทั้ง 3 คน คือ บัง–มนัสวีร์ แก้วใส (ร้องนำและกีตาร์), ตุ๊กๆ–นเรศ เจริญผล (ไวโอลิน) และ มุ้ย–กิตติพศ ทับกฤษ (กลอง) เป็นผู้ดำเนินเรื่องราวหลัก
สมาชิกทั้งสามได้พาทุกคนเดินทางผ่านบทเพลงที่หลากหลาย เริ่มต้นตั้งแต่เพลง “รู้จักรัก”, “ไม่เป็นไรถ้าเธอจะร้องไห้”, “ดาวหางที่หลงรักมนุษย์อวกาศ” และ “ย้อนคืนกลับมา” ซึ่งการเรียงลำดับบทเพลงเหล่านี้เปรียบเสมือนการสื่อสารและบอกกับทุกคนที่อยู่ในฮอลล์ว่า ไม่ว่าพวกเขาจะพกพาความสุข ความเสียใจ ความคิดถึง หรือเรื่องราวส่วนตัวแบบใดเข้ามาในค่ำคืนนี้ พื้นที่แห่งนี้พร้อมที่จะรับฟังและโอบรับทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่

เพราะเป้าหมายและความตั้งใจที่วง manutsawee ยึดมั่นมาโดยตลอดคือการเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเป็นพื้นที่ที่ผู้ฟังสามารถนำเรื่องราวและความรู้สึกส่วนตัวของตนเองมาวางทิ้งไว้ได้ แล้วค่อย ๆ เริ่มต้นการเดินทางไปพร้อม ๆ กันผ่านท่วงทำนองของเสียงเพลงที่พวกเขารังสรรค์ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้ปลดปล่อยและสัมผัสกับอารมณ์ของบทเพลงในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง
จากความรู้สึกที่ค่อย ๆ ถูกเปิดออกในตอนต้นของการแสดง manutsawee ได้นำพาผู้ฟังเข้าสู่ช่วงที่เข้มข้นขึ้นด้วยบทเพลง “บิดเบือน” และ “ที่ฉันเสียใจ” ก่อนที่จะมีการเซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญ ‘PINKIE’ ศิลปินสาวรุ่นน้องจากในค่ายเดียวกันขึ้นมาร่วมสร้างสีสันบนเวที โดยเธอมาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกในเพลง “นิยายรัก” และ “ก่อนที่คุณจะตัดสินใจบอกลา” ซึ่งเป็นการเพิ่มมิติของอารมณ์ให้มีความหลากหลายและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

จากนั้นบรรยากาศของคอนเสิร์ตได้เปลี่ยนเข้าสู่ช่วง FOLK SESSION ซึ่งเป็นการลดทอนความยิ่งใหญ่ของเวทีลงเพื่อให้เกิดความใกล้ชิดมากขึ้น โดยเน้นไปที่เสียงดนตรีที่เรียบง่ายและเรื่องราวที่เข้าถึงใจคนฟังได้ง่ายขึ้นผ่านเพลง “ชัตเตอร์สุดท้าย”, “คำพูดในวันนั้น” และ “ปากกาที่หมึกหมด” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้แฟนเพลงที่อยู่ในฮอลล์สามารถดื่มด่ำไปกับความหมายของบทเพลงได้อย่างเต็มที่และลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมื่อการแสดงดำเนินมาถึงจุดที่ต้องการความเข้มข้นมากขึ้น manutsawee ได้พาผู้ฟังไต่ระดับอารมณ์เข้าสู่บทเพลงที่หนักแน่นและลึกซึ้งขึ้นอย่าง “ฉันยังรอไหว” และ “ความสัมพันธ์ซับซ้อน” โดยในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ‘เติร์ด Tilly Birds’ มาร่วมถ่ายทอดอีกหนึ่งความรู้สึกเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ของเพลงได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีการนำเพลง “ถ้าเราเจอกันอีก” ในเวอร์ชัน CAMP COVER ที่ทางวง manutsawee เคยทำไว้มาเล่าเรื่องราวอีกครั้งในค่ำคืนนี้

หลังจากช่วงเวลาที่เข้มข้นผ่านไป สมาชิกทั้งสามคนได้กลับขึ้นมาบนเวทีเพื่อโชว์ทักษะเฉพาะตัวอย่าง Violin และ Drum Solo เพื่อเป็นการเติมพลังให้กับโชว์และนำพาผู้ฟังให้เดินทางต่อไปกับบทเพลงที่ต่อเนื่องกันอย่าง “คิดถึงเรื้อรัง”, “เรื่องราวของเราในวันวาน”, “หยุดเวลา” และ “หวังว่า” ซึ่งแต่ละบทเพลงล้วนมีความหมายที่ลึกซึ้งและสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่รับฟังในขณะนั้นได้อย่างดีเยี่ยม
ความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะยังมีวง ‘The Darkest Romance’ ที่ปรากฏตัวในฐานะแขกรับเชิญอีกหนึ่งวงที่มาพร้อมกับเพลง “ก่อน” และ “ความเยาว์” ซึ่งเป็นบทเพลงที่สามารถพาความรู้สึกของคนทั้งฮอลล์ให้พุ่งขึ้นไปถึงจุดพีคอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาที่เสียงเพลงเศร้าไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บอกเล่าความเจ็บปวดของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นเสียงเดียวกันที่ทำให้คนจำนวนมากรับรู้ได้ว่า อย่างน้อยในค่ำคืนนี้ พวกเขาไม่ได้กำลังรู้สึกอยู่เพียงลำพัง

นอกจากนี้ ในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ‘แม็ก The Darkest Romance’ ไม่ได้เพียงแค่มาเป็นแขกรับเชิญเพื่อถ่ายทอดบทเพลงบนเวทีเท่านั้น แต่เขายังได้รับหน้าที่สำคัญในการเป็น Music Director ร่วมกับ ‘โอม Cocktail’ ในการสร้างสรรค์และควบคุมทิศทางของคอนเสิร์ตในครั้งนี้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันของคนทำงานคุณภาพเพื่อสร้างประสบการณ์ที่พิเศษที่สุดให้กับผู้ชมในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
หนึ่งในช่วงเวลาที่อบอุ่นที่สุดของค่ำคืนนี้ คือช่วงเวลาที่สมาชิกวงทั้ง 3 คนได้ใช้โอกาสนี้กล่าวคำขอบคุณอย่างจริงใจถึงทุกคนที่ทำให้การเดินทางของพวกเขาสามารถมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลงที่คอยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง, ครอบครัวของพวกเขา, นายห้างจ๋าย แห่ง ค่าย 9ARKKHAN ไปจนถึงทีมงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของพวกเขาให้เกิดขึ้นจริงได้สำเร็จ

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการกลับเข้าสู่เสียงเพลงอีกครั้งด้วยเพลง “ความรู้สึกของตัวฉัน” และ “โลกที่แบกไว้” ซึ่งเป็นช่วงที่คนทั้งฮอลล์พร้อมใจกันร้องตามอย่างสุดเสียง ราวกับว่าทุกเรื่องราวที่แต่ละคนแบกรับมาได้ถูกส่งเสียงออกไปพร้อมกันในค่ำคืนนี้ และปิดท้ายด้วยเพลง “ฉันยินดี” และ “ในบรรยากาศที่สวยงาม” พร้อมภาพประทับใจเมื่อ “บัง” นักร้องนำลงจากเวทีเพื่อเดินเข้ามาร่วมร้องเพลงกับแฟนเพลงด้านล่างอย่างใกล้ชิด เปลี่ยนระยะห่างให้กลายเป็นพื้นที่เดียวกัน และทำให้ “บ้าน” ที่ manutsawee สร้างขึ้นในค่ำคืนนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
“ขอให้มีความสุขกับเพลงเศร้า CONCERT” จึงไม่ใช่เพียงแค่การรวมเอาบทเพลงของวง manutsawee มาไว้ด้วยกันเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่นำพาเพลงที่เคยอยู่เคียงข้างผู้คนในหลากหลายช่วงเวลามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และสำหรับชาว “เศร้าหลิน” ทุกคน บ้านหลังนี้อาจไม่ได้มีคำตอบให้กับทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาได้ทำให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ยังคงมีบทเพลงของพวกเขาที่พร้อมจะเดินทางไปพร้อมกับทุกคนเสมอ











ขอให้มีความสุขกับเพลงเศร้าConcert manutsawee มนัสวีร์