การ์มิน ผู้นำด้านสมาร์ตวอตช์ GPS ระดับโลก เปิดรับสมัครไกด์รันเนอร์เพื่อร่วมวิ่งเคียงข้างและสนับสนุนนักวิ่งผู้พิการทางการมองเห็นในระยะ 5 กิโลเมตร ในงาน 2026 Garmin Run Marathon Series – Thailand Half Marathon ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การ์มิน ผู้นำด้านสมาร์ตวอตช์ GPS ระดับโลก เดินหน้าสร้างสรรค์สังคมการวิ่งที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ครอบคลุมสำหรับนักวิ่งทุกกลุ่มผ่านกิจกรรมสำคัญอย่าง 2026 Garmin Run Marathon Series – Thailand Half Marathon ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 6 ธันวาคม 2569 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง

ภายในงานดังกล่าว การ์มินได้ประกาศเปิดรับสมัคร “ไกด์รันเนอร์” (Guide Runner) เพื่อทำหน้าที่สำคัญในการร่วมวิ่งเคียงข้างและให้การสนับสนุนนักวิ่งผู้พิการทางการมองเห็นในระยะทาง 5 กิโลเมตร โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 9 ตุลาคม 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Facebook: Garmin Run Club Thailand เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์การวิ่งที่ปลอดภัย มั่นใจ และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายของตัวเองได้ในทุกมิติ
กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Garmin Run 5KM Inclusivity Run ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทุกคนสามารถพิชิตระยะ 5 กิโลเมตรแรกของตนเองได้สำเร็จ ผ่านประสบการณ์การแข่งขันที่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงการเข้าถึงของทุกคนเป็นสำคัญ โดยการ์มินมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนระยะทาง 5 กิโลเมตรนี้ให้กลายเป็นเส้นทางที่ “สองคนก้าวไปถึงเป้าหมายด้วยกัน” เพื่อสร้างความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในการร่วมเดินทางสู่เส้นชัย

สำหรับการเปิดรับสมัครไกด์รันเนอร์ในครั้งนี้ การ์มินเปิดรับทั้งผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนแล้วหรือผู้ที่สนใจทำหน้าที่นี้เป็นครั้งแรกจำนวน 20 คน โดยผู้สมัครจะต้องมีความสามารถในการวิ่งระยะ 5 กิโลเมตรด้วยเพซคงที่ประมาณ 7:30 นาทีต่อกิโลเมตร เพื่อให้สามารถทำหน้าที่สนับสนุนและร่วมเดินทางไปพร้อมกับนักวิ่งผู้พิการทางการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกำหนดเพซที่ชัดเจนนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้การสื่อสารและการเคลื่อนที่ของทั้งสองคนเป็นไปอย่างสอดประสานกันตลอดการแข่งขัน
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนถึงวันแข่งขันจริง ไกด์รันเนอร์ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Guide Running Workshop ที่การ์มินจัดขึ้นเป็นพิเศษในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 16:00 - 19:00 น. ณ สนาม UTK STADIUM มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ภายในเวิร์กชอปจะมีการให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของไกด์รันเนอร์อย่างละเอียด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีความพร้อมสูงสุดก่อนลงสนามจริงในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง

ภายในเวิร์กชอปดังกล่าว ผู้เข้าร่วมจะได้ทำความรู้จักกับนักวิ่งผู้พิการทางการมองเห็นที่จะกลายเป็นคู่หูในการวิ่งร่วมกันในวันแข่งขันจริง โดยจะได้รับคำแนะนำจากผู้ฝึกสอนผู้เชี่ยวชาญและไกด์รันเนอร์ทีมชาติไทยที่จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การรักษาจังหวะการวิ่งให้คงที่ การนำทางในเส้นทางต่างๆ รวมถึงแนวทางการสนับสนุนคู่วิ่งอย่างเหมาะสมตลอดระยะเวลาการแข่งขัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งสองฝ่าย
มิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า การ์มินเชื่อมั่นว่าทุกคนควรมีโอกาสสัมผัสความภูมิใจของการก้าวข้ามเส้นชัยในแบบของตัวเอง เพราะการวิ่งไม่ได้มีความหมายเพียงแค่เรื่องของความเร็วหรือระยะทางที่ทำได้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการกล้าที่จะเริ่มต้น การพัฒนาศักยภาพของตนเอง และการได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสังคมการวิ่งที่ยั่งยืน

แนวคิด “From Zero to Hero” ของการ์มินถูกสะท้อนผ่านทุกก้าวของการเดินทาง ตั้งแต่ก้าวแรกของนักวิ่งไปจนถึงการที่คนสองคนได้เรียนรู้และมุ่งไปสู่เป้าหมายร่วมกัน การเปิดรับไกด์รันเนอร์ในครั้งนี้จึงเป็นการเชิญชวนคอมมูนิตี้นักวิ่งให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งปันประสบการณ์ สร้างความมั่นใจ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้เส้นสตาร์ตของการแข่งขันเปิดกว้างสำหรับนักวิ่งทุกคนอย่างแท้จริง การสร้างพื้นที่ที่เท่าเทียมกันเป็นเป้าหมายสำคัญที่การ์มินให้ความสำคัญเสมอมา
สำหรับไกด์รันเนอร์ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมการแข่งขันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมได้รับของที่ระลึกเป็นเสื้อ Garmin Run จาก Puma อุปกรณ์สำหรับการแข่งขันที่จำเป็น และสมาร์ตวอตช์จากการ์มินเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมและแข่งขัน นอกจากนี้ยังได้รับบริการรถรับ-ส่งระหว่างกรุงเทพฯและพระนครศรีอยุธยาในวันแข่งขัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ไกด์รันเนอร์ที่ได้รับเลือก

นอกจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ แล้ว การ์มินยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ โดยเส้นทางการแข่งขันทั้งหมดได้รับการวางแผนอย่างละเอียดโดยคำนึงถึงนักวิ่งทุกคนเป็นสำคัญ รวมถึงมีการกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง เพื่อให้มั่นใจว่านักวิ่งผู้พิการทางการมองเห็นและไกด์รันเนอร์จะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างปลอดภัยและมีความมั่นใจเต็มที่ในทุกก้าวของการวิ่งไปสู่เส้นชัย
การทำให้การวิ่งเข้าถึงได้สำหรับทุกคนยังรวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อสนับสนุนนักวิ่งที่มีความต้องการหลากหลาย โดยสมาร์ตวอตช์ของการ์มินรุ่นที่รองรับ อาทิ Forerunner 570 และ Forerunner 970 สามารถแสดงข้อมูลเพซและรอบก้าว (Cadence) เพื่อช่วยให้นักวิ่งรักษาจังหวะการวิ่งให้สม่ำเสมอ รวมถึงฟีเจอร์ Audio Prompts ที่แจ้งข้อมูลการวิ่งผ่านเสียงโดยไม่จำเป็นต้องคอยมองหน้าจอ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทั้งนักวิ่งผู้พิการทางการมองเห็นและไกด์รันเนอร์ในการฝึกซ้อม
นอกจากนี้ เทคโนโลยี PacePro(tm) ยังช่วยในการวางแผนและบริหารเพซตามเส้นทาง ขณะที่ฟีเจอร์ Turn Prompts, Up Ahead และกราฟระดับความสูง (Elevation Profiles) ช่วยให้ไกด์รันเนอร์ทราบข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับทางเลี้ยว จุดสำคัญ และการเปลี่ยนแปลงของระดับความสูง เพื่อสื่อสารกับพาร์ทเนอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง LiveTrack และ Incident Detection ที่ช่วยเสริมการติดตามและความปลอดภัยเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่รองรับในพื้นที่ที่มีสัญญาณเครือข่าย การเปิดรับไกด์รันเนอร์ครั้งนี้จึงสะท้อนความมุ่งมั่นของ การ์มิน ในการสร้างสังคมการวิ่งที่เปิดกว้างและทุกคนเข้าถึงได้
การเปิดรับไกด์รันเนอร์ในครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทสำคัญของ Garmin Run Club Thailand ในการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงนักวิ่งให้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการวิ่งได้อย่างเท่าเทียมกัน การ์มินมุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับนักวิ่งทุกคน ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดทางร่างกายหรือความสามารถในการมองเห็นหรือไม่ก็ตาม เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายของตนเองได้ในทุกก้าวของการเดินทาง
Garmin GarminRunClubThailand GuideRunner ThailandHalfMarathon