เนสไลน์ เดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์กลุ่มสแน็กด้วยการเปิดตัว Twin-Core ขนมเวเฟอร์อบกรอบเคลือบข้าวโอ๊ตสอดไส้ช็อกโกแลตลาวาแบบทูโทน มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาความแปลกใหม่

หลังจากที่แบรนด์ Oat Choco เนสไลน์ (NEZLINE) ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบัน ทางแบรนด์จึงได้ตัดสินใจเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จและขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสแน็กให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง Twin-Core ซึ่งเป็นขนมเวเฟอร์อบกรอบเคลือบข้าวโอ๊ตสอดไส้ช็อกโกแลตลาวาแบบทูโทนที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน

การเปิดตัว Twin-Core ในครั้งนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์หลักคือ Grab & Go ซึ่งเน้นความสะดวกสบายในการบริโภคเป็นสำคัญ โดยทางแบรนด์มุ่งหวังที่จะเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการขนมที่สามารถหยิบซื้อได้ง่ายและสะดวกต่อการพกพาไปรับประทานในที่ต่างๆ ได้ทันที นอกจากนี้ยังเน้นการตั้งราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้เป็นขนมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัวที่สุด

เป้าหมายสำคัญของการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้คือการมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการบริโภคที่เปิดกว้างและพร้อมที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ การนำ Twin-Core เข้าสู่ตลาดจึงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เนสไลน์ ท่ามกลางสภาวะตลาดปัจจุบันที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงแค่รสชาติที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังมองหาประสบการณ์การรับประทานที่แปลกใหม่และมีความหลากหลายมากกว่าเดิม

คุณไฟซอล เจ๊ะอุมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไฉไล อินเตอร์เทรด จำกัด ได้เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ว่า ในปัจจุบันตลาดขนมไม่ได้มีการแข่งขันกันเพียงแค่ในเรื่องของรสชาติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การแข่งขันที่สำคัญคือการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความกระตือรือร้นในการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Twin-Core จึงถือเป็นก้าวสำคัญของเนสไลน์ในการขยายพอร์ตสินค้าเพื่อเข้าถึงฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Twin-Core ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากจุดแข็งเดิมของขนม Oat Choco ที่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว โดยทางทีมงานได้ใช้เวลาในการคิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 1 ปีเต็ม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม การปรับปรุงสูตรให้มีความกลมกล่อม การทดลองรสชาติที่หลากหลาย ไปจนถึงขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงามและดึงดูดใจผู้บริโภค โดยยังคงรักษาจุดเด่นสำคัญของแบรนด์คือการใช้ 'ข้าวโอ๊ต' เป็นส่วนผสมหลัก

ด้วยการใช้ข้าวโอ๊ตเป็นส่วนผสมหลัก ทำให้ผลิตภัณฑ์ Twin-Core กลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาความอร่อยควบคู่ไปกับคุณประโยชน์ที่ได้รับจากธัญพืช การผสมผสานระหว่างรสสัมผัสของเวเฟอร์อบกรอบเข้ากับส่วนผสมของข้าวโอ๊ต ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากขนมทั่วไปในท้องตลาด โดยยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์เนสไลน์ที่เน้นคุณภาพของวัตถุดิบและการสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจในสิ่งที่รับประทาน

ตัวผลิตภัณฑ์ Twin-Core ถูกออกแบบมาให้มีความพิเศษด้วยการผสานเวเฟอร์อบกรอบเคลือบข้าวโอ๊ตเข้ากับไส้ช็อกโกแลตลาวาแบบทูโทน การผสมผสานนี้ทำให้เกิดมิติใหม่ของรสสัมผัสที่หลากหลายในชิ้นเดียว ไม่ว่าจะเป็นความกรุบกรอบของเวเฟอร์ ความนุ่มของไส้ และความเข้มข้นของช็อกโกแลตลาวาที่ไหลเยิ้ม ซึ่งสร้างประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่างและน่าตื่นเต้นกว่าขนมทั่วไปที่เคยมีมาในท้องตลาด ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเพลิดเพลินในทุกคำที่รับประทาน

สำหรับผลิตภัณฑ์ Twin-Core นั้นมีให้เลือกสรรถึง 2 รสชาติที่โดดเด่นแตกต่างกัน ได้แก่ รสนม (Milk Flavor) ที่ให้ความรู้สึกหอมละมุนและรสชาติที่กลมกล่อม และรสช็อกโกแลต (Chocolate Flavor) ที่เน้นความโดดเด่นด้วยรสชาติเข้มข้นของช็อกโกแลตอย่างเต็มที่ โดยทั้งสองรสชาติถูกพัฒนามาเพื่อให้ตอบโจทย์ความชอบที่หลากหลายของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชอบความนุ่มนวลหรือผู้ที่ชื่นชอบความเข้มข้นของช็อกโกแลตเป็นพิเศษ

เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น ผลิตภัณฑ์จึงถูกวางจำหน่ายใน 3 ขนาดที่แตกต่างกันตามความต้องการใช้งาน ได้แก่ ขนาด 15 กรัม ในราคา 6 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการขนมคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ขนาด 50 กรัม ในราคา 30 บาท ซึ่งออกแบบมาเพื่อการพกพาและรับประทานได้ทุกที่ทุกเวลา และขนาดใหญ่ 280 กรัม ในราคา 129 บาท ซึ่งเหมาะสำหรับรับประทานร่วมกันในครอบครัวหรือแบ่งปันกับกลุ่มเพื่อนในโอกาสต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

คุณไฟซอล กล่าวทิ้งท้ายถึงทิศทางของแบรนด์ว่า การขยายพอร์ตในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มจำนวนสินค้าใหม่เข้าไปในระบบเท่านั้น แต่เป็นการสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค และยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของเนสไลน์ที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน โดยเนสไลน์มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าผลิตภัณฑ์ Twin-Core จะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยขยายฐานผู้บริโภคให้กว้างขึ้น และสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต

ปัจจุบัน Twin-Core มีแผนการวางจำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ NEZLINE บนแพลตฟอร์ม Shopee: Chailai Inter Foods Thailand, ทางช่องทาง Lazada: CHAILAI INTER FOODS และทาง TikTok Shop: Chailaifoods ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ตามความสะดวกของแต่ละบุคคลผ่านช่องทางออนไลน์ที่หลากหลาย

เนสไลน์ TwinCore ChailaiIntertrade OatChoco ขนมเวเฟอร์