ภาพยนตร์ The Hunger Games สร้างปรากฏการณ์ในปารีสแฟชั่นวีคด้วยการจัดนิทรรศการคอสตูมสุดอลังการเพื่อโชว์พลังแห่งการแต่งองค์ทรงอำนาจ ก่อนเตรียมเข้าฉายในไทยวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้
บริษัท ไลออนส์เกต ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่สั่นสะเทือนไปทั่ววงการแฟชั่นระดับโลก ด้วยการเนรมิตวิชวลของภาพยนตร์ชุด The Hunger Games ให้กลายเป็นจุดสนใจในใจกลางกรุงปารีส ผ่านการจัดนิทรรศการสุดเอกซ์คลูซิฟภายใต้ชื่อ “Elegance is Authority: The Story, Style and Power of Panem” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขับเคลื่อนแฟชั่นในโลกของภาพยนตร์ผ่านทางเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่โดดเด่น และขนบการแต่งกายอันทรงพลังที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของตัวละครได้อย่างชัดเจน

การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความตื่นตาตื่นใจเพื่อต้อนรับการมาถึงของภาพยนตร์แฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping รุ่งอรุณเกมล่าเกม” ซึ่งเป็นภาคใหม่ล่าสุดที่แฟนคลับทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอย โดยนิทรรศการ “แต่งองค์ทรงอำนาจ” นี้ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ บริเวณสวนของพิพิธภัณฑ์โรแด็ง (Musée Rodin) ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหรูหราและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองปารีส
ภายในงานมีการปรากฏตัวสุดพิเศษของนักแสดงนำถึงสองคน ได้แก่ “โจเซฟ ซาดา” นักแสดงหนุ่มผู้มีเสน่ห์และมีคาแร็กเตอร์โดดเด่นอย่างมากในบทบาทของ “เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี” และ “แม็กเคนนา เกรซ” นักแสดงสาวมากฝีมือที่มารับบทเป็น “เมย์ซิลี ดอนเนอร์” ซึ่งทั้งสองคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดตัวความยิ่งใหญ่ของแฟชั่นในจักรวาลของภาพยนตร์ชุดนี้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกและสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน

นอกจากจะเป็นการเปิดคลังโชว์คอสตูมจากภาคที่ผ่านมาซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการหล่อหลอมสไตล์ของอาณาจักรพาเน็มแล้ว นิทรรศการนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการเปิดเผยให้เห็นเครื่องแต่งกายจริงจากภาคใหม่ที่สะท้อนถึงความหรูหราสง่างามของแฟชั่นคอสตูมที่เกี่ยวข้องกับ “เกมล่าชีวิต ครั้งที่ 50” โดยเครื่องแต่งกายเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสื้อผ้า แต่ยังเป็นการบ่งบอกถึงตัวตน พลังการต่อสู้ ความทะเยอทะยาน รวมถึงอำนาจที่ซ่อนอยู่ของทั้งฝั่ง “บรรณาการ” และฝั่ง “แคปิตอล” ได้อย่างลึกซึ้ง
ก่อนที่จะมีการเปิดให้แฟนคลับและประชาชนทั่วไปได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่สุดตระการตาของคอสตูมเหล่านี้พร้อมกันในวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งเป็นเพียงวันเดียวเท่านั้น ความพิเศษของชุดที่นำมาจัดแสดงนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความประณีตในการออกแบบที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ โดยเฉพาะการเลือกใช้สีสันและวัสดุที่สื่อถึงลำดับชั้นทางสังคมในโลกของพาเน็มได้อย่างชัดเจนและทรงพลังในทุกรายละเอียดของเครื่องแต่งกาย

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวด้วยแฟชั่นสุดอลังการของแคปิตอลยุคใหม่ผ่านตัวละคร “ดรูซิลลา ซิกเคิล” ซึ่งรับบทโดย เกลนน์ โคลส ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้คุมบรรณาการเขต 12 โดยตัวละครนี้มาพร้อมกับทรงผมบ็อบสั้นสีแดงสดที่ดูแข็งทื่อ และใบหน้าของตัวละครที่ประดับด้วยหมุดเป๊ก ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สะท้อนถึงยุคสมัยแห่งความคลั่งไคล้ในความงามและการศัลยกรรมแบบสุดโต่งของแคปิตอลตามที่ระบุไว้ในต้นฉบับของนิยายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เครื่องแต่งกายของ ดรูซิลลา ซิกเคิล ยังประกอบด้วยเสื้อทูนิกที่ถูกตัดเย็บให้รัดเอวคอดกิ่วจนรูปร่างของเธอไม่ต่างจากผึ้ง และมีการใช้เครื่องประดับผมแบล็กเบิร์ดของ “ลูซี เกรย์ แบร์ด” ซึ่งเป็นเด็กสาวที่แต่งตัวได้จัดจ้านที่สุดในภาค “The Ballad of Songbirds and Snakes” มาเป็นส่วนประกอบ การผสมผสานเหล่านี้ทำให้เห็นว่าในภาคนี้ เกมการแข่งขันเริ่มมีระบบระเบียบที่หรูหราฟู่ฟ่าและดึงดูดสายตาได้อย่างน่าหลงใหล แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกที่ชวนให้กระอักกระอ่วนใจไปพร้อมกันด้วย

ในส่วนของตัวละคร “เอฟฟี ทรินเก็ต” ซึ่งรับบทโดย “แอลล์ แฟนนิง” ในวัยสาว ได้สร้างเสียงฮือฮาให้กับผู้ที่พบเห็นได้อย่างมหาศาล แม้ว่าเครื่องแต่งกายของเธอจะไม่ได้สาดสีสันฉูดฉาดเท่ากับเวอร์ชันของ “เอลิซาเบธ แบงก์ส” ในภาคก่อนหน้า แต่การเลือกใช้จี้ผีเสื้อขนาดโอเวอร์ไซซ์ เครื่องประดับผมรูปดวงดาว และการแต่งแต้มขนตาที่จับเป็นช่อหนา ก็สามารถสื่อถึงความพิลึกพิลั่นและความหลงใหลในการเล่นใหญ่ของตัวละครนี้ได้อย่างไร้ที่ติและทรงพลังอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังมีชุดของบรรณาการคอสตูมลานประลองที่ได้รับการอัปเกรดเวอร์ชันขึ้นไปอีกขั้นจากที่เคยปรากฏในนิยายของ “ซูซานน์ คอลลินส์” ซึ่งเดิมทีบรรยายไว้ว่าเหล่าบรรณาการจะสวมเพียงเสื้อแขนยาว กางเกง และเข็มขัดแบบเรียบง่ายที่แบ่งสีตามเขตของตน แต่ในภาคนี้ “เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี” วัยหนุ่ม และบรรณาการคนอื่นๆ กลับมาพร้อมกับชุดที่เพิ่มเสื้อคลุมยาวสีขาวที่พลิ้วไหวเข้ามา ซึ่งเป็นชุดที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาต่างๆ ได้ง่าย แต่ความพยายามในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ชุดในลานประลองครั้งนี้กลับสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

การปรับเปลี่ยนของชุดในลานประลองชี้ให้เห็นว่าทางแคปิตอลเริ่มตระหนักถึงมูลค่าของความบันเทิงจากการแข่งขันมากขึ้น จนกลายให้กลายเป็นเมกะโปรเจกต์เต็มตัว ซึ่งถือเป็นกลเกมทางการเมืองที่ส่งตรงถึงประชาชนได้ดีที่สุด และยังรวมไปถึงลานประลอง “คอร์นูโคเปีย” ที่มีความงดงามแต่แฝงไปด้วยอันตรายถึงชีวิต โดยภาพวิวมุมสูงของลานประลอง “ควอเตอร์เควล ครั้งที่ 50” มาในโทนสีสดใสและมีการประดับด้วยดอกไม้ที่จัดเรียงอย่างประณีต จนบรรยากาศมีความสมจริงเทียบชั้นกับภาพยนตร์ “Midsommar” (2019) ราวกับฉากในหนังสยองขวัญตอนกลางวัน
ความสวยงามของลานประลองยังเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความหมกมุ่นกับเรื่องความตระการตาของแคปิตอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นพยานสำคัญของจุดเริ่มต้นแห่งการปฏิวัติที่จะพลิกโฉมทุกอย่างในจักรวาลของฮังเกอร์เกมส์ เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ในภาพยนตร์ “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping รุ่งอรุณเกมล่าเกม” ที่จะเข้าฉายในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั้งระบบปกติและทุกระบบพิเศษ โดยในส่วนของนักแสดง “แม็กเคนนา เกรซ” ผู้รับบทเมย์ซิลี ดอนเนอร์ ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการปรากฏตัวในชุดแต่งงานของแคตนิส เอเวอร์ดีน ที่เคยสวมใส่โดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ในภาค Catching Fire

hashtags









TheHungerGames SunriseontheReaping รุ่งอรุณเกมล่าเกม TheHungerGamesSunriseontheReaping