นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ รพ.วิมุต พหลโยธิน เตือนผู้ป่วยเบาหวานและความผิดปกติของฮอร์โมนให้ระวังความเสี่ยงกระดูกหักและดูแลสุขภาพเมตาบอลิกควบคู่ไปกับความแข็งแรงของกระดูก
การดูแลสุขภาพกระดูกเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งซึ่งมักถูกมองข้ามไปจนกว่าจะเกิดอาการรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงจากโรคประจำตัวหรือความผิดปกติทางร่างกาย เพราะโรคกระดูกพรุนมักจะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นอย่างช้า ๆ โดยไม่มีอาการปวดเตือนให้รู้ตัวล่วงหน้า หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติได้ก็ต่อเมื่อร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น เริ่มรู้สึกว่าตัวเตี้ยลง หรือมีลักษณะหลังค่อม หรือที่อันตรายที่สุดคือการรู้ตัวอีกครั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุหกล้มแล้วส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงจนกระดูกหัก ไม่ว่าจะเป็นบริเวณข้อมือ สะโพก หรือกระดูกส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกนั้นมีความซับซ้อนและไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่ปัจจัยด้านอายุที่เพิ่มขึ้นหรือการได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอเท่านั้น แต่ความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูกยังมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับปัจจัยด้านพันธุกรรม สภาวะของฮอร์โมนในร่างกาย โรคประจำตัวที่กำลังรักษาอยู่ รวมถึงผลกระทบจากยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรค นอกจากนี้พฤติกรรมในชีวิตประจำวันและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงกระดูกก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องคำนึงถึงควบคู่กันไปเพื่อให้ร่างกายสามารถรองรับแรงกระแทกและใช้งานได้อย่างปกติ
ในอีกมิติหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของสุขภาพเมตาบอลิก ซึ่งเป็นอีกมุมมองที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามไปในการดูแลกระดูก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความผิดปกติของฮอร์โมน ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับทั้งความแข็งแรงของกระดูกและประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ ในโอกาสวันผู้สูงอายุสากล นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน จึงได้ออกมาให้ความรู้และเน้นย้ำถึงการดูแลกระดูกให้ครอบคลุมและกว้างกว่าเดิม เพื่อให้การดูแลสุขภาพไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การมีมวลกระดูกที่ดีเท่านั้น

เป้าหมายสำคัญของการดูแลกระดูกในปัจจุบันคือการลดโอกาสการเกิดกระดูกหักและรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกายให้ได้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การดูแลที่ครบถ้วนต้องเริ่มตั้งแต่การสร้างพื้นฐานกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุน้อย ไปจนถึงการดูแลระบบเมตาบอลิก การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การให้ความสำคัญกับโภชนาการที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และการป้องกันการหกล้มอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระและปลอดภัยจากการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติหรือการทรงตัวที่ไม่มั่นคง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการคิดว่าโรคกระดูกพรุนเป็นเรื่องของคนสูงวัยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วกระดูกเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิตและมีการสลายส่วนเก่าเพื่อสร้างส่วนใหม่ทดแทนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นพื้นฐานความแข็งแรงของกระดูกจึงเป็นการสะสมมาตั้งแต่วัยเด็กและวัยหนุ่มสาว เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะสร้างมวลกระดูกเพิ่มขึ้นจนถึงระดับสูงสุด หรือที่เรียกว่า Peak Bone Mass ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงปลายวัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น หากในช่วงวัยนี้ร่างกายไม่ได้รับปัจจัยที่เหมาะสม ก็จะส่งผลต่อต้นทุนกระดูกที่จะใช้ไปในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ทำให้กระดูกอ่อนแอลงได้ง่ายขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

แม้ว่าพันธุกรรมจะมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างกระดูก แต่ปัจจัยด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และระดับฮอร์โมนในช่วงวัยเจริญเติบโตเป็นส่วนที่สามารถดูแลและปรับปรุงได้ การได้รับพลังงานที่เพียงพอ รวมถึงการได้รับโปรตีน แคลเซียม และวิตามินดีในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยส่งเสริมการสะสมมวลกระดูกให้ดีขึ้น นอกจากนี้การมีกิจกรรมที่ลงน้ำหนักหรือมีการกระแทกที่เหมาะสมกับช่วงวัย ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก ในทางตรงกันข้าม การอดอาหารจนส่งผลให้ประจำเดือนขาด การมีโรคเรื้อรัง หรือการใช้ชีวิตที่ขาดการเคลื่อนไหว อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการสร้างกระดูกให้แข็งแรงได้
นพ.ชาญวัฒน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ในปัจจุบันจะยังอายุน้อยและยังไม่รู้สึกว่ากระดูกมีปัญหา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้จะยังห่างไกลตัว เพราะสิ่งที่ทำในช่วงวัยนี้มีส่วนต่อต้นทุนกระดูกที่จะใช้ไปอีกยาวนาน และสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มหันมาดูแลกระดูกเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วก็ยังสามารถได้รับประโยชน์จากการดูแลอย่างถูกต้องได้เช่นกัน โดยเน้นย้ำว่ากระดูกมีการสลายส่วนเก่าและสร้างส่วนใหม่ทดแทนอยู่ตลอดเวลา หากกระบวนการสลายเกิดขึ้นมากกว่าการสร้าง หรือการสร้างทดแทนไม่เพียงพออย่างต่อเนื่อง มวลกระดูกจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้โครงสร้างภายในบางลงและเชื่อมต่อกันน้อยลง จนกระดูกไม่สามารถรับแรงได้เท่าเดิมและเสี่ยงต่อการหักได้ง่ายขึ้น

ด้วยเหตุนี้ การดูแลกระดูกจึงต้องมองหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่สามารถฝากความหวังไว้กับการรับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียวได้ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพเมตาบอลิกกับกระดูก หลายคนอาจนึกถึงเพียงเรื่องน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน หรือความดันโลหิต แต่ในมุมมองของสุขภาพกระดูก เรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกโดยตรง ทั้งในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ต่างมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับคนปกติ
สิ่งที่น่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญคือ ผู้ป่วยเบาหวานบางรายแม้จะมีค่าความหนาแน่นของกระดูกอยู่ในระดับปกติหรือสูง แต่ก็ยังสามารถเกิดกระดูกหักได้ เนื่องจากค่าความหนาแน่นของกระดูกเป็นเพียงตัวบ่งบอกปริมาณแร่ธาตุที่อยู่ในกระดูกเท่านั้น แต่ไม่ได้สะท้อนถึงคุณภาพและความแข็งแรงของกระดูกได้ครบทุกมิติ นอกจากนี้ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ระยะเวลาที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน กระบวนการซ่อมแซมของกระดูก และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เพิ่มโอกาสในการหกล้ม ก็ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่แพทย์ต้องนำมาพิจารณาร่วมกันในการประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อวางแผนการรักษาและการป้องกันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน

การวินิจฉัยและการดูแลผู้สูงวัยที่เป็นเบาหวานจึงต้องทำอย่างรอบคอบ โดยแพทย์จะต้องพิจารณาทั้งผลตรวจมวลกระดูก ประวัติการบาดเจ็บหรือการหักของกระดูกในอดีต ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ รวมถึงความเสี่ยงจากการหกล้มร่วมด้วย ผู้สูงวัยที่เป็นเบาหวานจึงควรให้ความสำคัญกับการควบคุมโรคของตนเองอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ รวมถึงต้องระมัดระวังภาวะน้ำตาลต่ำที่อาจส่งผลต่อการทรงตัว นอกจากนี้ควรแจ้งข้อมูลแก่แพทย์หากเคยมีประวัติกระดูกหัก มีอาการหกล้มบ่อยครั้ง หรือเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกาย เช่น เริ่มตัวเตี้ยลง หรือมีอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นใหม่หลังจากได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที
นอกเหนือจากโรคเบาหวานแล้ว ความผิดปกติของฮอร์โมนถือเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างสุขภาพเมาบอลิกและสุขภาพกระดูก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายลดต่ำลง จะส่งผลให้กระบวนการสลายกระดูกเพิ่มสูงขึ้นและทำให้สูญเสียมวลกระดูกได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาของฮอร์โมนที่มีผลกระทบต่อกระดูกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาวะอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อกระดูกด้วย เช่น ภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ ไทรอยด์เป็นพิษ การทำงานที่มากเกินไปของต่อมพาราไทรอยด์ ภาวะที่ร่างกายมีระดับคอร์ติซอลสูง รวมถึงผลกระทบจากการใช้ยาสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นประเด็นที่แพทย์จำเป็นต้องตรวจค้นหาสาเหตุตามอาการและความเสี่ยงของคนไข้แต่ละราย
โรงพยาบาลวิมุต เบาหวาน กระดูกพรุน ฮอร์โมน สุขภาพเมตาบอลิก