บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด หรือ โนโว เปิดตัวทางเลือกการรักษาด้วยตัวยาโมเลกุลเซมากลูไทด์ (Semaglutide) ขนาดสูง เพื่อดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 แบบองค์รวมในประเทศไทย

บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม โนโว ประกาศความมุ่งมั่นในการดูแลผู้ที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประเทศไทยอย่างจริงจัง โดยทางบริษัทได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของโรคนี้ในฐานะโรคเรื้อรังที่ร้ายแรงและสามารถลุกลามได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมากกว่าเพียงแค่การมีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว

ในการประกาศครั้งสำคัญนี้ โนโวได้เปิดตัวทางเลือกใหม่ในการรักษาด้วยตัวยาโมเลกุลเซมากลูไทด์ (Semaglutide) ขนาดสูงในประเทศไทย เพื่อมอบทางเลือกที่กว้างขึ้นให้แก่ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยนวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การรักษาที่ครอบคลุมและลึกซึ้งกว่าเดิม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการดูแลที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาวะร่างกายของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับทางเลือกใหม่ในการรักษานี้ โนโวมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลองมองให้ไกลกว่าเพียงแค่ตัวเลขของระดับน้ำตาลในเลือดในขณะที่ทำการปรึกษาหารือกับบุคลากรทางการแพทย์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพในภาพรวมเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ การเปิดตัวยาขนาดสูงนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการขยายขอบเขตการรักษาให้ครอบคลุมมิติต่างๆ ของโรคมากขึ้น

หัวใจสำคัญของการรักษาด้วยแนวทางใหม่นี้คือการมุ่งจัดการกับกลุ่มอาการหัวใจ–ไต–เมแทบอลิก หรือที่เรียกว่า CKM syndrome ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโนโวในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับโรคที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยจำนวนหลายล้านคนในปัจจุบัน การจัดการกับกลุ่มอาการ CKM syndrome ถือเป็นเป้าหมายหลักในการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับอวัยวะสำคัญของร่างกายจากการเป็นโรคเบาหวาน

ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจระบุว่าในปี 2568 ความชุกของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 10.6 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งล่าสุดในปี 2563 พบว่าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่อยู่ที่ร้อยละ 9.5 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่น่ากังวลคือผู้ป่วยจำนวนมากรวมถึงคนในครอบครัวของพวกเขายังขาดความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนว่าโรคเบาหวานมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ร้ายแรงซึ่งสังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ภัยคุกคามสำคัญที่เชื่อมโยงกับโรคเบาหวานคือ โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งโรคเหล่านี้ถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การที่ผู้ป่วยไม่ทราบถึงความเชื่อมโยงนี้อาจทำให้การป้องกันความเสี่ยงต่อหัวใจและหลอดเลือดล่าช้าออกไป การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ โรคไตเรื้อรังยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากถึงร้อยละ 40 และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการพบข้อมูลว่าโรคเบาหวานเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของภาวะไตวายระยะสุดท้ายในประเทศไทย การดูแลรักษาจึงต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องการทำงานของไตควบคู่ไปกับการควบคุมระดับน้ำตาล เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่อระบบการทำงานของร่างกายในระยะยาว

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักพบร่วมกับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คือ โรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งสภาวะเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นอาการร่วมที่พบได้บ่อย แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร่วมอื่นๆ อีกมากมาย การจัดการน้ำหนักตัวจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดูแลแบบองค์รวมที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถมีสุขภาพที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงจากโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการมีน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน

ภาวะที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้มักถูกเรียกรวมกันว่ากลุ่มอาการหัวใจ–ไต–เมแทบอลิก (cardiovascular–kidney–metabolic หรือ CKM syndrome) ด้วยเหตุนี้ การจัดการเบาหวานชนิดที่ 2 ในยุคปัจจุบันจึงไม่สามารถพึ่งพาเพียงการลดระดับน้ำตาลในเลือดสะสมในระยะยาว (HbA1c) ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จำเป็นต้องใช้แนวทางแบบองค์รวมที่มุ่งเน้นการปกป้องหัวใจและไต พร้อมทั้งสนับสนุนการมีน้ำหนักที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพเพื่อให้เกิดผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด

การวิจัยและพัฒนาที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการดูแลโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญ โดยการรักษารูปแบบใหม่จะสร้างประโยชน์ที่มากกว่าเพียงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ยังรวมถึงการลดน้ำหนักตัวและการลดความเสี่ยงต่อโรคร่วมอื่นๆ ด้วย การที่โนโวนำทางเลือกการรักษาด้วยตัวยาโมเลกุลเซมากลูไทด์ (Semaglutide) ขนาดสูงมาสู่ประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านนวัตกรรมเพื่อผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคเรื้อรังร้ายแรงอื่นๆ

นายจิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลซิก ผู้จัดการทั่วไป โนโว ประเทศไทย กล่าวว่า โนโวเป็นผู้นำในการดูแลโรคเบาหวานมานานกว่าหนึ่งร้อยปี และตระหนักดีว่าเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสาธารณสุขที่เร่งด่วนที่สุดในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่โรคนี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มอาการ CKM ซึ่งสร้างภาระหนักต่อครอบครัวและระบบสาธารณสุขไทย โนโวจึงมุ่งเน้นที่ 'สุขภาพดีที่ยั่งยืนเริ่มต้น ณ ตอนนี้' เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนเริ่มมองโรคเบาหวานไปไกลกว่าเพียงระดับน้ำตาลในเลือด

นอกจากนี้ นายจิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลซิก ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพูดคุยอย่างเปิดเผยกับแพทย์เกี่ยวกับภาวะสุขภาพแบบองค์รวมของตนเอง รวมถึงสุขภาพของหัวใจและไต โดยระบุว่าโนโวภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับชุมชนผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรคเบาหวานในประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี และยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิทยาศาสตร์ สร้างความตระหนักรู้ และทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มผู้ป่วย และหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยทุกคนมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น โดยภายในงานมีบุคลากรทางการแพทย์กว่า 500 คนเข้าร่วมเพื่อหารือเกี่ยวกับความเข้าใจสมัยใหม่ในการจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 2

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท โนโว นั้น โนโวเป็นบริษัทด้านการดูแลสุขภาพระดับโลกที่เชื่อว่าสุขภาพดีที่ยั่งยืนเริ่มต้น ณ ตอนนี้ ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ โนโวได้ผสานความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ชั้นนำเข้ากับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในชีวิตของผู้คน โดยได้พัฒนาการรักษาและการสนับสนุนอื่น ๆ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยหลายล้านคนเห็นความก้าวหน้าที่พวกเขาสามารถมองเห็น รู้สึก และรักษาไว้ได้ทั้งในวันนี้และในอนาคต โดยมีพนักงานกว่า 67,000 คนทั่วโลกขับเคลื่อนเป้าหมายในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายนั้น ควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับแนวทางการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการและสภาวะสุขภาพเฉพาะบุคคลมากที่สุด การนำนวัตกรรมยาโมเลกุลเซมากลูไทด์ (Semaglutide) ขนาดสูงมาใช้ในประเทศไทย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถออกแบบแผนการรักษาที่ครอบคลุมทั้งการควบคุมน้ำตาล การดูแลหัวใจ ไต และการจัดการน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Novo เบาหวานชนิดที่2 Semaglutide CKMSyndrome การดูแลแบบองค์รวม