บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ประกาศความสำเร็จในการปิดการขายหุ้นกู้จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท หลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคับคั่ง

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘บีทีเอส กรุ๊ปฯ’ ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการดำเนินการขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นกู้จำนวน 3 ชุด โดยสามารถปิดการขายได้ครบตามเป้าหมายที่วางไว้ด้วยมูลค่ารวมทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท การประสบความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มผู้ลงทุนทั่วไปที่ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง

การที่นักลงทุนจำนวนมากตัดสินใจร่วมลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องสะท้อนที่ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบีทีเอส กรุ๊ปฯ อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งทางการเงินขององค์กรที่สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายของสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังคงมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา

บีทีเอส กรุ๊ปฯ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล ด้วยการได้รับการยอมรับให้เป็นบริษัทขนส่งทางรางที่ยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก ความสำเร็จจากการระดมทุนในครั้งนี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ขององค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

นางสาวชวดี รุ่งเรือง ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ได้เปิดเผยข้อมูลและแสดงความขอบคุณต่อผู้ลงทุนทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและร่วมสนับสนุนการเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น 3 ชุด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาจองซื้อในช่วงเวลาที่กำหนด

รายละเอียดของหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุดประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 ซึ่งมีอายุหุ้นกู้ 2 ปี โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไว้ที่ 3.20% ต่อปี และจะครบกำหนดไถ่ถอนในปี พ.ศ. 2571 ต่อมาคือหุ้นกู้ชุดที่ 2 ซึ่งมีอายุหุ้นกู้ 3 ปี โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ 3.55% ต่อปี และจะครบกำหนดไถ่ถอนในปี พ.ศ. 2572 และหุ้นกู้ชุดที่ 3 ซึ่งมีอายุหุ้นกู้ 4 ปี โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ 3.75% ต่อปี และจะครบกำหนดไถ่ถอนในปี พ.ศ. 2573 โดยมีการกำหนดชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ทุกๆ 6 เดือน ตลอดอายุของหุ้นกู้แต่ละชุด

กระบวนการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ได้เปิดให้ผู้ลงทุนทำการจองซื้อในช่วงระหว่างวันที่ 25 และวันที่ 28 ถึง 29 กันยายน 2569 ผ่านช่องทางของสถาบันการเงินชั้นนำที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดวันออกหุ้นกู้อย่างเป็นทางการคือวันที่ 30 กันยายน 2569 การที่ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากนักลงทุนทั่วไปนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงที่มีต่อเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจที่มั่นคง รวมถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบีทีเอส กรุ๊ปฯ ที่สามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจได้

สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ และหุ้นกู้ที่นำออกมาเสนอขาย ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด อยู่ที่ระดับ “BBB+” ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่ม Investment Grade เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยมีการกำหนดแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “ลบ” อันดับเครดิตดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่มีกระแสเงินสดไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอและสามารถคาดการณ์ได้ หรือที่เรียกว่า Stable Cash Flow จากสัญญาจ้างให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance : O&M) ระยะยาว

นอกจากนี้ ความมั่นใจในอันดับเครดิตยังได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินสดรับจำนวนมากที่เกิดจากการลงทุนในสัดส่วน 33.33% ใน BTSGIF รวมถึงการมีสถานะที่มั่นคงในธุรกิจสื่อโฆษณา ซึ่งถือเป็นฐานรายได้หลักที่สำคัญของบริษัทในการช่วยลดความผันผวนทางธุรกิจลงได้ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 26 ปี

ในโอกาสนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ขอแสดงความขอบคุณต่อสถาบันการเงินชั้นนำทั้ง 13 แห่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารออมสิน, บล.เกียรตินาคินภัทร, บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง, บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย), บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.บลูเบลล์ และ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ซึ่งสถาบันการเงินเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนและช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นกู้ในครั้งนี้ได้อย่างกว้างขวาง

ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินของ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ระบุว่า ความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงความไว้วางใจและการสนับสนุนที่ผู้ลงทุนมีให้แก่บีทีเอส กรุ๊ปฯ อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีแผนการที่ชัดเจนในการนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปใช้สำหรับการชำระคืนหนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของบริษัทให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต พร้อมกับเดินหน้าต่อยอดธุรกิจในฐานะผู้นำระบบขนส่งทางรางที่ยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก

นอกจากนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ยังมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อรองรับมาตรการตั๋วร่วม โดยในปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้การเชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟฟ้าและการดำเนินงานในส่วนต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งบริษัทยังมีความพร้อมในการขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

เกี่ยวกับข้อมูลของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจใน 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ MOVE, MIX และ MATCH โดยมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นอกจากนี้ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ยังได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน (SET ESG Ratings) และเป็นสมาชิกของดัชนี SETESG Index, MSCI Asia Pacific, FTSE4Good และ Dow Jones Sustainability Index (DJSI) โดยมีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonisation) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

บรรยากาศการดำเนินงานของ บีทีเอส กรุ๊ปฯ มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่ครบวงจร โดยการบริหารจัดการภายใต้แนวคิดความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ไม่เพียงแต่การให้บริการขนส่งทางรางที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านบริการที่หลากหลายในทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับองค์กรและสังคมโดยรวม

BTSG บีทีเอสกรุ๊ป หุ้นกู้ ความยั่งยืน