ศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน Exclusive Media Briefing & Water Lab Visit "THE WATER WAKE-UP CALL" เพื่อเผยข้อมูลความเสี่ยงด้านน้ำของไทยและนวัตกรรมจัดการน้ำ

ศูนย์กันก่อนท่วม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงานในรูปแบบ Exclusive Media Briefing & Water Lab Visit ภายใต้ชื่องาน "THE WATER WAKE-UP CALL" ขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสื่อสารข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มความเสี่ยงด้านน้ำที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมากที่เข้าร่วมรับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้โดยตรง

ภายในงานได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อสำคัญคือ “WAKE UP TO WATER ประเทศไทยต้องตื่นตัวเรื่องน้ำอย่างไร?” ซึ่งเป็นการระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงหลายท่าน ประกอบด้วย รศ.ดร. วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และประธานศูนย์กันก่อนท่วม พร้อมด้วย นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ที่ปรึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และรองประธานศูนย์กันก่อนท่วม รวมถึง รศ.ดร.เสวกชัย ตังอร่ามวงศ์ รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ ผศ.ดร. พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำและกรรมการศูนย์กันก่อนท่วม

นอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแล้ว ในการเสวนาครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมในการเสวนาด้วย เพื่อร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลด้านน้ำ โดยเนื้อหาหลักของการเสวนาได้มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงด้านน้ำของประเทศไทยที่มีความซับซ้อนและมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงด้านน้ำมีความซับซ้อนมากขึ้นนั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการขยายตัวของชุมชนเมืองที่รวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน การรุกตัวของน้ำทะเล หรือปัญหาฝนตกหนักและฝนทิ้งช่วงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณของฝนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ร่วมด้วยอย่างรอบด้านเพื่อให้เห็นภาพรวมของปัญหาที่แท้จริง

การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำที่ครบถ้วนจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยร่วมหลายด้าน ได้แก่ ปริมาณน้ำจากต้นทาง สถานะของระดับน้ำในพื้นที่ปลายทาง รวมถึงศักยภาพในการรองรับและประสิทธิภาพของการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป เนื่องจากรูปแบบของภัยพิบัติในปัจจุบันมีความแตกต่างไปจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการรับมือจึงไม่สามารถใช้วิธีการเดิมๆ ได้ แต่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการน้ำให้มีความยืดหยุ่นและครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บ การหน่วงน้ำ การระบายน้ำ การนำน้ำไปใช้ และการสำลองน้ำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

นอกจากการปรับปรุงระบบทางกายภาพแล้ว การยกระดับการใช้ข้อมูลแบบบูรณาการถือเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการน้ำยุคใหม่ โดยต้องมีการพัฒนาระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสูง ควบคู่ไปกับการสื่อสารที่ต้องมีความรวดเร็วและมีความชัดเจน เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ภาคธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถตัดสินใจดำเนินการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดภาวะวิกฤตขึ้นจริง ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

รศ.ดร. วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นมาของศูนย์กันก่อนท่วม โดยระบุว่าศูนย์แห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2568 โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนเรื่องการบริหารจัดการน้ำให้กลายเป็นวาระของชาติ วาระของชุมชน และวาระแห่งอนาคต เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยศูนย์ฯ ได้กำหนดภารกิจหลักในการดำเนินงานออกเป็น 4 ด้านสำคัญ เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของการจัดการน้ำในประเทศไทยอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ภารกิจที่ 1 คือ Scientific & Engineering Approach ซึ่งมุ่งเน้นการนำหลักการทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการน้ำ โดยเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลข้อเท็จจริง การทำนายสถานการณ์น้ำล่วงหน้า และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนักวิชาการระดับโลกจากสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ เช่น MIT, เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อนำองค์ความรู้ระดับสากลมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาด้านน้ำของไทยได้อย่างแม่นยำและทันสมัย

ภารกิจที่ 2 คือ Smart Community ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างและส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง โดยเน้นการให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำแก่คนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถรับรู้ถึงความเสี่ยงและมีความสามารถในการบริหารจัดการน้ำเพื่อลดความเสี่ยงในระดับพื้นที่ได้ด้วยตนเอง การสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากจะช่วยให้การรับมือกับปัญหาในระดับท้องถิ่นมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

ภารกิจที่ 3 คือ Integrate Single Data Platform ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้มีความสอดคล้องกันและเป็นหนึ่งเดียว การบูรณาการข้อมูลจะช่วยเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นการลงมือปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และภารกิจที่ 4 คือ National Agenda ซึ่งเป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันเรื่องการจัดการน้ำให้กลายเป็นวาระแห่งชาติที่แท้จริง โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนจากแผนงานในกระดาษไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับประเทศ

ภายหลังจากการเสวนาเสร็จสิ้น สื่อมวลชนได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและงานวิจัยด้านน้ำของภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ อย่างใกล้ชิด โดยมีการนำเสนอห้องทดลองที่สำคัญ ได้แก่ Water Simulation การจำลองพลังของน้ำเพื่อหาแนวทางลดความเสี่ยง, Lab ทะเล โดย รศ.ดร.บุศวรรณ บิดร ที่ทดลองลดพลังคลื่นด้วยโกงกางเทียม, Lab น้ำผิวดิน โดย อ.ดร.ธนวัฒน์ ตั้งจารุศรีธราธร ที่ใช้เทคนิค PIV วัดความเร็วการไหลและศึกษาการกระจายตัวของตะกอน และ Lab Isotope Hydrology โดย ผศ. ดร.จีรพงษ์ เหล่าน้ำใส ที่ใช้ไอโซโทปสืบค้นแหล่งกำเนิดและอายุของน้ำเพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

ศูนย์กันก่อนท่วม จุฬาฯ มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ที่เข้มข้นทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงการใช้ข้อมูลที่แม่นยำและการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านงานวิจัยและนวัตกรรมด้านน้ำที่ทันสมัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความเสี่ยงจากน้ำท่วม ฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในการรับมือกับวิกฤตด้านน้ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

hashtags

ศูนย์กันก่อนท่วม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการน้ำ WaterLab