Edwards Lifesciences บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจเชิงโครงสร้าง ฉลองครบรอบ 25 ปีในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าขยายโอกาสการเข้าถึงการรักษาโรคลิ้นหัวใจให้แก่ผู้ป่วยไทยอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพฯ 12 ตุลาคม 2569 – Edwards Lifesciences (NYSE: EW) ในฐานะบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเน้นนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจเชิงโครงสร้าง (Structural Heart Disease) ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการฉลองครบรอบ 25 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย การก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 นี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ขององค์กรในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคลิ้นหัวใจอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ และเครือข่ายผู้ป่วย เพื่อสร้างระบบนิเวศการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

นับตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งการดำเนินงานในประเทศไทยเมื่อปี 2543 Edwards Lifesciences ได้สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับทุกภาคส่วนในระบบสาธารณสุขไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้แก่ผู้ป่วย และพัฒนาศักยภาพทางคลินิกของบุคลากรทางการแพทย์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น การดำเนินงานที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่การยกระดับผลลัพธ์การรักษาของผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าสนับสนุนการเข้าถึงนวัตกรรมที่ทันสมัย การพัฒนาความรู้ความเข้าใจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการพัฒนาระบบสาธารณสุขของไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

สำหรับการจัดงานฉลองครบรอบ 25 ปีภายใต้ชื่องาน "One Edwards Thailand" ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนกันยายน 2569 ณ สำนักงาน Edwards Lifesciences ประเทศไทย ณ อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ โดยภายในงานได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญหลายท่านเข้าร่วมงาน อาทิ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์จากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และผู้อำนวยการบริหารหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกับ Edwards มาตลอดระยะเวลา 25 ปี ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่ยาวนานและมีความหมายต่อการพัฒนาวงการแพทย์ไทย

นอกจากบุคคลสำคัญจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศแล้ว ในงานฉลองครบรอบ 25 ปีนี้ ยังได้รับเกียรติจากพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญอย่างทีมผู้บริหารจาก DKSH ในหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และนายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ไทย (THAIMED) ที่มาร่วมแสดงความยินดี นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากกลุ่มผู้ป่วยและผู้ที่เกี่ยวข้องในสายงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริงและสะท้อนถึงความหมายอันลึกซึ้งของความร่วมมือที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จที่เกิดจากการประสานพลังของทุกภาคส่วนในระบบสาธารณสุขร่วมกัน

Mr. Aaron Rangel รองประธานอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์และกิจการสาธารณะ ภูมิภาคญี่ปุ่นและเอเชียแปซิฟิก (JAPAC) ของ Edwards Lifesciences ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดงานในโอกาสสำคัญนี้ โดยระบุว่า "25 ปีเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะ Edwards ประเทศไทยเป็นหนึ่งในองค์กรที่ดำเนินงานมายาวนานที่สุดในภูมิภาค" โดยเน้นย้ำว่าบุคลากรและความร่วมมือคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จที่ผ่านมา การที่บริษัทได้ทำงานเคียงข้างโรงพยาบาลชั้นนำและบุคลากรทางการแพทย์ของไทยมาอย่างยาวนาน ช่วยให้สามารถพัฒนาการดูแลผู้ป่วย ขยายขีดความสามารถในการรักษา และสร้างเครือข่ายสุขภาพให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในทุกมิติ

ในการกล่าวต่อในส่วนของวิสัยทัศน์ในอนาคต Mr. Aaron Rangel ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของนวัตกรรมในปัจจุบันว่า ในวันที่ประเทศไทยยังคงมีความต้องการนวัตกรรมและการเข้าถึงการรักษาที่มากขึ้น Edwards จะยังคงทำหน้าที่เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมั่นคงสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ไทย โดยจะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษาและการฝึกอบรมบุคลากร ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยทั้งหมดนี้จะดำเนินไปบนรากฐานของความไว้วางใจ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และความร่วมมือที่มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายสูงสุดคือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชีวิตของผู้ป่วยทุกคน

เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายด้านสุขภาพในปัจจุบัน พบว่าโรคหัวใจและหลอดเลือวยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ท้าทายระบบสาธารณสุขทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสมาพันธ์หัวใจโลกระบุข้อมูลที่น่าตกใจว่า โรคกลุ่มนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 20.5 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ข้อมูลจาก Global Burden of Disease 2019 ยังระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า อุบัติการณ์และความชุกของโรคในกลุ่มผู้ที่มีอายุระหว่าง 15–39 ปีนั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางสุขภาพที่เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น

สำหรับรายละเอียดเฉพาะของโรคลิ้นหัวใจนั้น ความผิดปกติจะเกิดขึ้นเมื่อลิ้นหัวใจเกิดการตีบจนทำให้เลือดไหลผ่านได้ยากลำบาก หรือในกรณีที่ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิทจนทำให้เลือดไหลย้อนกลับ ซึ่งสาเหตุของความผิดปกตินี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความเสื่อมสภาพตามอายุขัย ความผิดปกติที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่กำเนิด รวมถึงภาวะไข้รูมาติก และการติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะในบริบทของประเทศไทยที่มีจำนวนผู้สูงอายุสูงถึงประมาณ 12 ล้านคน การส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนของโรค การวินิจฉัยที่แม่นยำ และการเข้าถึงทางเลือกในการรักษาด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ย้อนกลับไปดูที่มาของนวัตกรรมจาก Edwards พบว่าเริ่มต้นจากการพัฒนาลิ้นหัวใจเทียมยุคแรกๆ ของโลก และตลอดระยะเวลา 25 ปีในประเทศไทย ทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่ต้องใช้วิธีการผ่าตัดเปิดทรวงอกเพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม ซึ่งเป็นการรักษามาตรฐานในอดีต ได้พัฒนาไปสู่การรักษาผ่านสายสวนที่ช่วยลดการบาดเจ็บของร่างกายลงได้อย่างมาก การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายให้กับทีมแพทย์ในการพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดตามภาวะของโรคและความเหมาะสมเฉพาะบุคคลของผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการรักษาที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างแพทย์ โรงพยาบาล และภาคเอกชน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Edwards ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาองค์ความรู้ของแพทย์ การจัดฝึกอบรมทางคลินิก และการสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการรักษาและยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจให้มีคุณภาพสูงขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทำให้การรักษาเข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมในงานฉลองครบรอบ 25 ปี ต่างให้ทัศนะที่สอดคล้องกันว่า พัฒนาการของการรักษาโรคลิ้นหัวใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความทุ่มเทของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ หรือที่เรียกว่า Heart Team ที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงการแบ่งปันความเชี่ยวชาญระหว่างสถาบันทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือเหล่านี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การรักษาโรคหัวใจเชิงโครงสร้างในประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่าเดิม และส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาในระดับสูงและทันสมัยได้มากขึ้นกว่าในอดีตอย่างเห็นได้ชัด

EdwardsLifesciences โรคลิ้นหัวใจ นวัตกรรมทางการแพทย์ StructuralHeart TAVI