อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมกับ PAINKILLER Atelier เปิดตัวคอลเลกชัน REBLOOM เสื้อผ้าบุรุษ 30 ลุคจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล deja™ บนเวที Bangkok International Fashion Week 2026
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ในฐานะผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับแบรนด์แฟชั่นไทยชื่อดังอย่าง PAINKILLER Atelier เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานพิเศษในงาน Bangkok International Fashion Week 2026 หรือ BIFW 2026 โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นการนำนวัตกรรมวัสดุมาผสานเข้ากับพลังแห่งการออกแบบของไทยเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมแฟชั่น

ไฮไลท์สำคัญของการร่วมมือกันในครั้งนี้คือการเปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้า menswear ภายใต้ชื่อ REBLOOM ซึ่งประกอบไปด้วยเสื้อผ้าสำหรับบุรุษจำนวน 30 ลุคที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี โดยเสื้อผ้าทุกชุดในคอลเลกชันนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากผ้าที่ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลภายใต้ชื่อ deja™ ของอินโดรามา เวนเจอร์ส ซึ่งถือเป็นการนำวัสดุรีไซเคิลมาสร้างสรรค์เป็นผลงานแฟชั่นที่โดดเด่นและทันสมัย เพื่อสื่อถึงคุณค่าใหม่ของวัสดุ PET หลังการบริโภคที่ถูกนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่
ความหมายของชื่อ REBLOOM นั้นมีความสอดคล้องกับแนวคิดหลักของโครงการที่ต้องการสื่อสารว่า สิ่งของหรือวัสดุที่สิ้นสุดวงจรชีวิตในรูปแบบหนึ่งแล้วนั้น สามารถกลับมาเกิดใหม่และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่งได้เสมอ การสร้างสรรค์คอลเลกชันนี้จึงเป็นการผสานเทคโนโลยีการรีไซเคิลที่ทันสมัยเข้ากับความเชี่ยวชาญในด้านสิ่งทอ และการออกแบบที่สร้างสรรค์อย่างลงตัว เพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติก PET ให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัยที่มีคุณค่าครบถ้วน ทั้งในด้านความสวยงามที่โดดเด่น การใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และการต่อยอดสู่คุณค่าในเชิงพาณิชย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แรงบันดาลใจเบื้องหลังการออกแบบคอลเลกชัน REBLOOM มาจากความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างธรรมชาติและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดนิ่ง โดยทางแบรนด์ PAINKILLER Atelier ได้ถ่ายทอดแนวคิดของเทคโนโลยีและธรรมชาติที่เติบโตเคียงข้างกันไปอย่างกลมกลืน โดยนำลักษณะการคลี่ออก การแผ่ขยาย และการเบ่งบานของพืชพรรณต่างๆ มาตีความและถ่ายทอดออกมาเป็นรูปทรงจากธรรมชาติผ่านกระบวนการออกแบบที่ซับซ้อน
ในการออกแบบเสื้อผ้าบุรุษร่วมสมัยชุดนี้ PAINKILLER Atelier ได้นำเทคนิคการพัน การซ้อนทับ และการสร้างเลเยอร์ที่หลากหลายมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้เกิดมิติที่น่าสนใจและสะท้อนถึงอัตลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน การนำเอาองค์ประกอบของธรรมชาติมาผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บที่ประณีตทำให้เกิดผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของวัสดุรีไซเคิลที่สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นงานดีไซน์ที่หรูหราและทันสมัยได้ในเวลาเดียวกัน

ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญและเป็นครั้งแรกที่ทางแบรนด์ PAINKILLER Atelier ได้นำวัสดุรีไซเคิลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกแบบอย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นจากการทดลองสร้างสรรค์เพียง 3 ลุคด้วยวัสดุ deja™ ในช่วงเริ่มต้น ก่อนที่จะพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นคอลเลกชันเต็มรูปแบบบนรันเวย์ที่มีจำนวนถึง 30 ลุค โดยมีการใช้ผ้าจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล deja™ เป็นส่วนประกอบสำคัญในการออกแบบ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของวัสดุรีไซเคิลในระดับสากล
กระบวนการพัฒนาคอลเลกชันนี้ได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจาก Bulliontex ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสิ่งทอชั้นนำของไทย และเป็นพันธมิตรที่สำคัญของอินโดรามา เวนเจอร์ส โดยทาง Bulliontex ได้ทำหน้าที่สนับสนุนผ้าหลากหลายประเภทที่ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล deja™ ให้กับทีมออกแบบ นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำในเชิงเทคนิคที่สำคัญเพื่อให้ทีมงานสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในการสร้างสรรค์ผลงานที่ต้องการความละเอียดอ่อน

การสนับสนุนจาก Bulliontex ช่วยให้ทีมออกแบบสามารถทดลองและทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติที่แตกต่างกันของวัสดุแต่ละประเภทที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิลได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น การเรียนรู้เหล่านี้ช่วยให้ทีมงานสามารถสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการนำวัสดุเหล่านั้นไปสร้างสรรค์งานออกแบบที่หลากหลายและท้าทายขีดจำกัดเดิมๆ ของวงการสิ่งทอ การร่วมมือกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านจากวัสดุรีไซเคิลสู่แฟชั่นชั้นสูงเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางอาราธนา โลเฮีย ชาร์มา รองประธานฝ่ายการเงินและธุรกิจขนสัตว์ อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า REBLOOM สะท้อนถึงแนวคิดที่เป็นหัวใจสำคัญของการรีไซเคิลอย่างแท้จริง นั่นคือเมื่อวัสดุหนึ่งสิ้นสุดการใช้งานในรูปแบบเดิมไปแล้ว มันสามารถกลับมาเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ได้เสมอ การผสานเทคโนโลยี ความร่วมมือ และการออกแบบที่พิถีพิถันทำให้ PET หลังการบริโภคสามารถกลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่สร้างคุณค่าใหม่ๆ ได้ทั้งในด้านความงาม การใช้งาน และเชิงพาณิชย์

นางอาราธนา ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล deja™ เข้ากับกลุ่มดีไซเนอร์และพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการทดลองใช้วัสดุรีไซเคิลในวงกว้างมากยิ่งขึ้น และเป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าวัสดุรีไซเคิลสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนสามารถมองเห็นได้จริง สัมผัสได้จริง และสามารถนำไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้อย่างลงตัวและมีสไตล์
ทางด้านนางสาวสิริอร เฑียรฆประสิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ PAINKILLER Atelier ได้กล่าวเสริมว่า REBLOOM ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการนำผ้ารีไซเคิลมาใช้งานเท่านั้น แต่เป็นการสำรวจว่าวัสดุที่เกิดจากเทคโนโลยีการรีไซเคิลจะสามารถนำมาตีความใหม่ผ่านงานออกแบบเพื่อสร้างสรรค์อารมณ์ รูปทรง และคุณค่าใหม่ๆ ได้อย่างไร ประสบการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นจุดประกายสำคัญที่ทำให้ทางแบรนด์มองข้ามกรอบความคิดเดิมๆ ที่มีต่อวัสดุรีไซเคิล และค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของวัสดุเหล่านี้ในโลกของแฟชั่นร่วมสมัย

ความร่วมมือนี้จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ RECO Collective 2026 ซึ่งเป็นโครงการของอินโดรามา เวนเจอร์ส ที่รวบรวมดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่มาร่วมสร้างมุมมองใหม่ให้กับวัสดุ PET รีไซเคิล ผ่านทางแฟชั่นและการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดย PAINKILLER Atelier จะรับหน้าที่เป็นเมนเทอร์เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นให้แก่ดีไซเนอร์ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมการทดลองใช้วัสดุและส่งเสริมแนวทางการออกแบบที่มีความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน นอกจากนี้คอลเลกชัน REBLOOM จะถูกนำไปวางจำหน่ายที่แฟลกชิปสโตร์ของ PAINKILLER Atelier ณ เกษรอัมรินทร์ พร้อมป้าย deja™ hangtag เพื่อสะท้อนถึงความร่วมมือด้านสิ่งทอยั่งยืนร่วมกับอินโดรามา เวนเจอร์ส
จากจุดเริ่มต้นของขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว จนกลายมาเป็นผลงานดีไซน์ที่โดดเด่นและพร้อมที่จะก้าวสู่รันเวย์ระดับสากล คอลเลกชัน REBLOOM ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความร่วมมือที่เข้มแข็งตลอดห่วงโซ่คุณค่าสามารถสร้างตัวตนใหม่ให้กับวัสดุได้อย่างยอดเยี่ยม การนำวัสดุรีไซเคิลมาผ่านกระบวนการคิดและออกแบบที่สร้างสรรค์ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ความเป็นไปได้ใหม่ๆ รวมถึงคุณค่าที่หลากหลายของวัสดุสามารถกลับมาผลิบานและสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคได้อีกครั้งในโลกของแฟชั่น


อินโดรามาเวนเจอร์ส