Gourmet Market และ Gourmet Eats ชวนสัมผัสรสชาติแห่งการกินเจปี 2569 ในงาน “TASTE OF J” พบกับวัตถุดิบและเมนูเจระดับตำนานจนถึงแพลนท์เบสกว่า 100 เมนู ตั้งแต่วันนี้ถึง 18 ตุลาคม 2569

Gourmet Market (กูร์เมต์ มาร์เก็ต) พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส และ Gourmet Eats (กูร์เมต์ อีทส์) ศูนย์รวมความอร่อย โดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อต้อนรับเทศกาลสำคัญในปีนี้ โดยการจัดงาน “TASTE OF J” (เทสต์ ออฟ เจ) มีวัตถุประสงค์เพื่อชวนผู้บริโภคให้ได้สัมผัสทุกรสชาติแห่งการ “กินเจ” ประจำปี 2569 อย่างเต็มอิ่มและครบถ้วนในทุกมิติของอาหารเจ

ภายในงาน “TASTE OF J” ผู้เข้าชมจะได้พบกับขบวนวัตถุดิบและอาหารพร้อมทานที่คัดสรรมาอย่างดีรวมกว่า 100 เมนู ซึ่งมีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่การรวบรวมวัตถุดิบและเมนูเจระดับตำนานที่อยู่คู่กับวิถีการกินเจมาอย่างยาวนาน ไปจนถึงอาหารกลุ่มแพลนท์เบส หรือโปรตีนทางเลือกจากพืชที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกอิ่มบุญ อิ่มท้อง และอิ่มใจไปกับรสชาติเจที่หลากหลาย

จากการรวบรวมและเก็บข้อมูลไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในช่วงเทศกาลกินเจของ Gourmet Market พบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีความหลากหลายและน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถสรุปออกมาเป็น 5 เทรนด์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์การกินเจในยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละเทรนด์ล้วนสะท้อนถึงความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคในปัจจุบัน

เทรนด์แรกคือ J-Flexitarian หรือการกินเจแบบยืดหยุ่น ซึ่งพบมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่ไม่ได้มีความเคร่งครัดกับการกินเจตลอดทั้งเทศกาลเหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่กลุ่มคนเหล่านี้เลือกที่จะกินเจเฉพาะบางมื้อหรือบางวันตามความสะดวกของตนเอง ส่งผลให้ความนิยมของอาหารเจที่พร้อมรับประทานได้ทันที รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กมีความต้องการสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เน้นความรวดเร็วและมีความคล่องตัวมากกว่าเดิม

เทรนด์ที่สองคือ Health & Wellness ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพของตนเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดการเปลี่ยนผ่านจาก “เจสายบุญ” ไปสู่ “เจสายสุขภาพ” อย่างชัดเจน โดยผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้มองหาเพียงแค่การงดเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ยังมองหาอาหารเจที่ดีต่อร่างกายอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทานผักออร์แกนิก เมนูที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ อาหารเจที่ไม่ผ่านการทอด รวมถึงเครื่องดื่มจากพืชอย่างนมโอ๊ตและนมอัลมอนด์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทรนด์ที่สามคือ Plant-Based Meat หรือโปรตีนทางเลือกจากพืช ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและกำลังเข้ามาเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของอาหารเจแบบดั้งเดิมให้มีความทันสมัยมากขึ้น ด้วยจุดเด่นในด้านรสชาติและเนื้อสัมผัสที่มีความใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์จริง ทำให้กลุ่มผู้บริโภคที่เพิ่งเริ่มต้นหันมาสนใจการกินเจ หรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับโปรตีนเกษตรในรูปแบบดั้งเดิม สามารถเข้าถึงและเข้าถึงการบริโภคอาหารจากพืชได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

เทรนด์ที่สี่คือ Flavor & Innovation Diversity ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านอกจากมิติด้านสุขภาพแล้ว ผู้บริโภคยังมองหาประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้นในช่วงเทศกาลกินเจ โดยเริ่มมองหาเมนูที่แปลกใหม่และมีความสร้างสรรค์มากกว่าอาหารเจแบบเดิมๆ ส่งผลให้ร้านอาหารและแบรนด์ต่างๆ ต้องเร่งพัฒนาเมนูเจรูปแบบใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเมนูยอดนิยมอย่างหมาล่าเจ เบอร์เกอร์เจ พาสต้าเจ อาหารเกาหลีเจ ไปจนถึงขนมหวานและเครื่องดื่มสไตล์เจที่ช่วยเพิ่มสีสันและความสนุกให้กับเทศกาลกินเจให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เทรนด์ที่ห้าคือ Omni-channel Purchasing ในด้านการจับจ่ายใช้สอยที่ผู้บริโภคเลือกผสมผสานการซื้อสินค้าทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน โดยนิยมสั่งอาหารเจพร้อมรับประทานผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีสำหรับมื้อที่ต้องการความรวดเร็ว ในขณะเดียวกันการเดินเลือกซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตยังคงเป็นประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะการเลือกซื้อวัตถุดิบคุณภาพ เช่น ผักสด หรือเต้าหู้ รวมถึงการเดินชิมเมนูพิเศษจากร้านดังต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงในงานเทศกาล

พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เทศกาลกินเจในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่ประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นประจำทุกปีเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้คนเลือกที่จะหันมาดูแลสุขภาพของตนเองผ่านการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีความหลากหลาย โดยความพิเศษเหล่านี้ได้เชื่อมโยงทั้งในเรื่องของสุขภาพ รสชาติที่กลมกล่อม และไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัวในทุกมิติ

ในปีนี้ Gourmet Market จึงได้จัดงาน Taste of J ขึ้นเพื่อคัดสรรและรวบรวมผลิตภัณฑ์เจที่มีคุณภาพสูงมานำเสนอ โดยเน้นไปที่วัตถุดิบท้องถิ่นจากย่านดังที่ได้รับความเชื่อถือในด้านคุณภาพและรสชาติอย่างแพร่หลาย รวมถึงสินค้ากลุ่มโปรตีนทางเลือกและแพลนท์เบสเพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกอิ่มอร่อยได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นของเจขึ้นชื่อจากทั่วประเทศที่ปกติผู้บริโภคต้องเดินทางไปซื้อถึงแหล่งต้นทาง เช่น เต้าหู้โพธารามสีดำ จากร้านแม่เล็ก ราชบุรี, เต้าหู้ต้ามู่ นครปฐม, เกี๊ยมฉ่ายเจ๊แดง และ แป๊ะก๊วยร้านนวลฉวีจากเยาวราช

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผักและผลไม้เกรดพรีเมียมส่งตรงจากสวนที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ เช่น แครอท, มะเขือเทศ, ข้าวโพด, ผักคอส, บล็อกโคลี่, ชิเมจิขาว, เรดโอ๊คออร์แกนิค รวมถึงอโวคาโด และโปรตีนกับไขมันจากพืชเพื่อคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน เช่น น้ำเต้าหู้โทฟุซัง นมถั่วเหลืองจากถั่วเหลืองออร์ก สูตรโปรตีนสูง มีกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิด, น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ ที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง มีโอเมก้า 3-6-9 ดีต่อสมองและหัวใจ รวมถึงช่วยบำรุงผิว และยังมีอาหารพร้อมทานสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย เช่น ซุปบล๊อคโคลี่ ไข่ผำ, สลัดออโวคาโด จากแผนก Soup & Salad และ ราดหน้าเส้นกรอบเจ จาก You Hunt We Cook

ในส่วนของ Gourmet Eats ได้ยกทัพเมนูอร่อยจากร้านดังและร้านระดับมิชลินทั่วประเทศรวมกว่า 50 ร้าน มาเสิร์ฟหลากหลายเมนูเจในช่วงเทศกาล อาทิ ข้าวต้มแปลงนาม, ข้าวราดแกงเจ จากร้านเรือนแม่หลุย, ชุดน้ำพริกปลาร้าเจ จากร้าน ตาละลักส์, เย็นตาโฟบะเต็งเจ จากนายอ้วนเย็นตาโฟบะเต็งเสาชิงช้า, ซาลาเปาเจ จากร้านครัวเจ๊ง้อ, กุยช่ายเจ ร้านเจ้ต้อย ศาลเจ้าพ่อ, จุ๋ยก้ามตลาดน้อย และ น้ำเต้าหู้เค็ม จากร้าน Nam Dao Huu โดยผู้บริโภคสามารถร่วมสัมผัสทุกรสชาติแห่งการ “กินเจ” ประจำปี 2569 ไปกับขบวนวัตถุดิบและอาหารพร้อมทานรวมกว่า 100 เมนู ในงาน “TASTE OF J” (เทสต์ ออฟ เจ) ได้ตั้งแต่วันนี้ – 18 ตุลาคม 2569 ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต และกูร์เมต์ อีทส์ ทุกสาขา

ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของทางแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นทาง Facebook: Gourmet Market Thailand, Instagram: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวและเมนูพิเศษในช่วงเทศกาลกินเจที่กำลังจะมาถึงนี้

hashtags: GourmetMarket, GourmetEats, TasteOfJ, กินเจ, PlantBased

GourmetMarket GourmetEats TasteOfJ กินเจ PlantBased