ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประกาศความพร้อมของระบบซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ พร้อมเปิด 5 มาตรการเชิงรุกรับมือความเสี่ยงสินค้าขาดแคลนจากสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจำเป็นจะถูกส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำความพร้อมของระบบซัพพลายเชน (Supply Chain) และระบบโลจิสติกส์ (Logistics) อย่างเข้มแข็ง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยทางท็อปส์ได้กำหนดแผนการดำเนินงานเชิงรุกรวม 5 มาตรการสำคัญที่ครอบคลุมตั้งแต่การสำรองสินค้าจำเป็น การบริหารจัดการด้านการขนส่ง การจัดสรรกำลังคนให้เพียงพอ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ รวมถึงการวางแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเพื่อให้ดำเนินต่อไปได้ในทุกสภาวะวิกฤต

ในการดำเนินงานดังกล่าว ท็อปส์ได้ชูศักยภาพของเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าหลักจำนวน 4 แห่งสำคัญ ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้าบางบัวทอง, มหาชัย, พระราม 3 และบางนา ซึ่งเป็นโครงข่ายหลักในการกระจายสินค้าสู่สาขาทั่วประเทศ การมีศูนย์กระจายสินค้าที่แข็งแกร่งเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการเติมสินค้าจำเป็นลงบนชั้นวางในทุกสาขาได้อย่างต่อเนื่องและไม่สะดุดแม้ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ท็อปส์ยังได้รับเกียรติจาก นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมด้วยคณะจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในโอกาสที่เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมศูนย์กระจายสินค้าท็อปส์ บางบัวทอง และ ท็อปส์ เซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามความพร้อมในด้านปริมาณสินค้าที่มีอยู่ในคลัง การวางแผนกระจายสินค้าไปยังจุดต่างๆ รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นภายในสาขา เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจะสามารถเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอ

นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้เปิดเผยถึงความสำคัญของการบริหารจัดการในสภาวะวิกฤตว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ท็อปส์เล็งเห็นว่าการบริหารจัดการ Supply Chain ถือเป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจค้าปลีก และเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องในการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ท็อปส์ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกผ่านการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าและการพัฒนาระบบที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงเวลา จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ท็อปส์ได้นำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้ในการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการสำรองสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็นล่วงหน้ามากกว่า 20 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าในทุกสถานการณ์ และสามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ

นอกจากการสำรองสินค้าแล้ว ท็อปส์ยังได้นำเทคโนโลยีระบบเติมสต็อกสินค้าอัตโนมัติ (Auto-Replenishment System) มาใช้ในการประมวลผลข้อมูลความต้องการจริงจากหน้าร้าน ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้สามารถสั่งเติมสินค้าได้ตรงตามพฤติกรรมการซื้อจริงของประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในส่วนนี้ทำให้การจัดการสต็อกสินค้ามีความคล่องตัวสูงขึ้น และสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดความผิดพลาดในการคาดการณ์และทำให้การกระจายสินค้าเป็นไปอย่างตรงจุดและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ในด้านการขนส่ง ท็อปส์ได้มีการเพิ่มกำลังรถขนส่งขึ้นจากปกติอีก 30-50% เพื่อเพิ่มความถี่ในการเติมสินค้าไปยังสาขาต่างๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีการนำข้อมูลระดับน้ำและสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์มาใช้ในการปรับแผนเส้นทางขนส่งให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์จริงในขณะนั้น การปรับเปลี่ยนเส้นทางตามข้อมูลจริงช่วยให้รถขนส่งสามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้รวดเร็วขึ้นแม้ในสภาวะที่การจราจรติดขัดหรือมีอุปสรรคจากสภาพอากาศ ทำให้กระบวนการส่งมอบสินค้าไปยังสาขาต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและทันต่อความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ

เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องที่สุด ท็อปส์ได้จัดให้มีทีมคลังสินค้าและทีมจัดส่งปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการเพิ่มชั่วโมงทำงานพิเศษ (OT) และมีการดึงพนักงาน Outsource เข้ามาเสริมทัพในช่วงเวลาที่เร่งด่วนและคับขัน เพื่อให้กระบวนการรับสินค้า การจัดเก็บ การหยิบสินค้า และการส่งออกสินค้าเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด การบริหารจัดการกำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงวิกฤตช่วยให้มั่นใจได้ว่าการกระจายสินค้าจะไม่หยุดชะงัก โดยมีศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าหลักทั้ง 4 แห่งเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
นายธนวัตร กล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางในอนาคตว่า ท็อปส์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาสินค้า (Supply Security) โดยมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายของผู้ผลิตและคู่ค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งจัดหาเพียงช่องทางเดียว การกระจายความเสี่ยงในการจัดหาจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแม้จะเกิดปัญหาในช่องทางใดช่องทางหนึ่งก็ตาม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับระบบการค้าปลีกในระยะยาวและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในทุกสถานการณ์

ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงในการจัดหา ท็อปส์ยังมุ่งเน้นการเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบปฏิบัติการและกระจายสินค้า (Operational Resilience) เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการสต็อกสินค้า การจัดสรรกำลังคน และการวางแผนการขนส่งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว การมีความยืดหยุ่นในระบบปฏิบัติการจะช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความผันผวนต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์จริงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ท็อปส์ยังได้นำข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจ (Data-Driven Supply Chain) เพื่อให้การดำเนินงานมีความแม่นยำและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจจะช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีความแข็งแกร่ง ท็อปส์เชื่อมั่นว่าการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดวิกฤตเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจค้าปลีกในระยะยาว เพราะ Supply Chain ที่แข็งแกร่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ท็อปส์สามารถรักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบสินค้าจำเป็นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้ในทุกสถานการณ์




















ท็อปส์ เซ็นทรัลฟู้ดรีเทล ซัพพลายเชน โลจิสติกส์ การค้าปลีก