บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายหุ้นกู้และหุ้นกู้ดิจิทัล 6 ชุด อายุ 3-10 ปี ที่ 1.83-3.00% ต่อปี พร้อมเปิดขาย 19-21 ต.ค. 2569

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ประกาศความคืบหน้าสำคัญในการระดมทุนด้วยการเคาะอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายสำหรับหุ้นกู้และหุ้นกู้ดิจิทัลรวมทั้งสิ้น 6 ชุด โดยหุ้นกู้เหล่านี้มีอายุการถือครองตั้งแต่ 3 ปี ไปจนถึง 10 ปี ซึ่งมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันตามอายุของหุ้นกู้แต่ละรุ่น โดยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 1.83% ถึง 3.00% ต่อปี การประกาศครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้มีการจองซื้ออย่างเป็นทางการ

สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้และหุ้นกู้ดิจิทัลทั้ง 6 ชุดในครั้งนี้ มีมูลค่าที่ตราไว้รวมกันไม่เกิน 20,000 ล้านบาท โดยกำหนดให้เปิดให้มีการจองซื้อในช่วงระหว่างวันที่ 19 ถึง 21 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ทั้งนักลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ โดยจะดำเนินการผ่านสถาบันการเงินชั้นนำที่กำหนดไว้ รวมถึงผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงการลงทุน

ความเชื่อมั่นในความมั่นคงของบริษัทสะท้อนผ่านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้และหุ้นกู้ดิจิทัลทั้ง 6 ชุด ซึ่งได้รับการจัดอันดับจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ “AA-” และมีแนวโน้ม “Stable” หรือคงที่ อันดับเครดิตที่แข็งแกร่งนี้เป็นเครื่องสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจและสถานะทางการเงินที่มั่นคงของบริษัท GULF รวมถึงความสามารถในการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและศักยภาพในการชำระคืนหุ้นกู้ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามกำหนดการ

รายละเอียดของหุ้นกู้แต่ละชุดที่ได้รับการเคาะอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายนั้นประกอบด้วย (1) หุ้นกู้อายุ 3 ปี ซึ่งเป็นหุ้นกู้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย หรือ Zero Coupon Bond โดยมีอัตราคิดลดอยู่ที่ 1.83% ต่อปี (2) หุ้นกู้อายุ 4 ปี ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไว้ที่ 2.10% ต่อปี (3) หุ้นกู้อายุ 5 ปี ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไว้ที่ 2.33% ต่อปี และ (4) หุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 7 ปี ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไว้ที่ 2.80% ต่อปี ซึ่งทั้ง 4 ชุดแรกนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการระดมทุนที่หลากหลาย

นอกจากนี้ยังมีหุ้นกู้ชุดอื่นๆ อีก 2 ชุดที่สำคัญ ได้แก่ (5) หุ้นกู้อายุ 7 ปี ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไว้ที่ 2.80% ต่อปี และ (6) หุ้นกู้อายุ 10 ปี ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไว้ที่ 3.00% ต่อปี โดยหุ้นกู้ทุกชุดยกเว้นหุ้นกู้อายุ 3 ปี จะมีการกำหนดจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ในทุกๆ 6 เดือน ตลอดอายุของหุ้นกู้นั้นๆ การกำหนดโครงสร้างดอกเบี้ยที่ชัดเจนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนในหลายระดับที่ต้องการผลตอบแทนที่แตกต่างกันไปตามระยะเวลาการลงทุน

สำหรับการเปิดจองซื้อในช่วงวันที่ 19 - 21 ตุลาคม 2569 นั้น ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารทางกฎหมายและข้อมูลการลงทุนอย่างครบถ้วนแล้ว โดยแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นกู้และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ได้มีผลใช้บังคับเรียบร้อยแล้วก่อนการเสนอขาย หุ้นกู้และหุ้นกู้ดิจิทัลทั้ง 6 ชุดที่นำเสนอขายนี้ จัดเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีประกัน โดยมีการจัดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพื่อดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุนอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบมูลค่าที่ตราไว้รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 20,000 ล้านบาท

ในส่วนของหุ้นกู้ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้นั้น ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 4 ปี, หุ้นกู้อายุ 5 ปี, หุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 7 ปี และหุ้นกู้อายุ 10 ปี โดยหุ้นกู้อายุ 4 ปี, 5 ปี และ 10 ปี จะถูกนำเสนอขายผ่านสถาบันการเงินชั้นนำจำนวน 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขาย), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขาย), ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด

เงื่อนไขการจองซื้อสำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขายผ่านสถาบันการเงินทั้ง 8 แห่งข้างต้น กำหนดให้มีการจองซื้อขั้นต่ำที่ 100,000 บาท และหากต้องการลงทุนเพิ่มจะสามารถทำได้ในลักษณะทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ในขณะที่หุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 7 ปี จะมีความพิเศษตรงที่เปิดให้จองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น ซึ่งช่องทางนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มการเข้าถึงให้แก่รายย่อย โดยกำหนดการจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท โดยมีการกำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท ต่อการทำรายการ 1 ครั้ง

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จในการระดมทุนครั้งนี้ว่า ทางบริษัทรู้สึกยินดีและขอขอบคุณผู้ลงทุนที่ให้ความสนใจจองซื้อหุ้นกู้ของบริษัทอย่างล้นหลาม โดยในกระบวนการ Bookbuilding ที่ผ่านมา GULF ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยปริมาณความต้องการลงทุนที่สูงถึง 3.3 เท่าของมูลค่าหุ้นกู้ที่จัดสรรให้กับนักลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อความมั่นคงของบริษัทและการเติบโตในอนาคตของธุรกิจที่ดำเนินอยู่

นอกจากนี้ นางสาวยุพาพิน ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการเพิ่มช่องทางผ่านหุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 7 ปี บนแอปฯ เป๋าตัง ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงหุ้นกู้ของ GULF ได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากขึ้น ด้วยมูลค่าการจองซื้อเริ่มต้นที่เพียง 1,000 บาท ซึ่งจะเปิดให้จองซื้อในช่วงวันที่ 19 – 21 ตุลาคมนี้ โดยเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์สำคัญในการชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน รวมถึงการนำไปใช้สนับสนุนการขยายการลงทุนในธุรกิจที่สำคัญของบริษัท

การขยายการลงทุนของ GULF จะมุ่งเน้นไปที่สองภาคส่วนหลัก คือ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมถึงการลงทุนใน Data Center, Cloud และ AI เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบันและสนับสนุนแผนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของ GULF ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสที่ 2/2569 GULF ยังคงแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 12,332 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวมสูงถึง 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน ทั้งในกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ, โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน, และกลุ่มธุรกิจทรัพยากร รวมถึงการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS

GULF หุ้นกู้ หุ้นกู้ดิจิทัล เป๋าตัง